
รู้ชีวิต…ด้วยดวงดาว(๘๙๙)
ศ. ดุสิต
อ่านอนาคตของคุณไม่ยากหรอก…แค่รู้จักดาว 10 ดวงเท่านั้น!
เรื่องลึกในโหราศาสตร์ไทยชุด “คลังโหร”
วิถีโคจรของดาว (ต่อ)
ผมอาจจะเป็นคนนอกครู หรือเป็นไอ้บ้าที่ชอบคิดค้นหาประสบการณ์ในเรื่องของโหราศาสตร์อยู่เรื่อยๆ
ดังนั้น ผมจึงไม่ได้ใช้แค่ที่โบราณาจารย์ท่านบอกไว้เท่านี้ แต่ผมสังเกตจากประสบการณ์ในการดูดวงนับพันๆ หมื่นๆ ดวงมานี้ ผมก็เริ่มได้สูตรใหม่ขึ้นมาอีกในเรื่องของดาววันเกิดจรนี้
คือผมรู้สึกว่า แม้ดาววันเกิดจรจะได้จรเข้ามาตามภพต่างๆ อย่างที่ว่านี่ แต่บางทีบางหนเรื่องราวที่เกิดกับเจ้าชาตาก็ไม่ตรงกับภพที่ดาววันเกิดจรสถิตอยู่ หรือตรงก็น้อยมาก แต่กลับมีเรื่องอย่างอื่นมาปรากฏขึ้นแทน
หลายๆ ดวงเข้าผมก็เริ่มจับตาดู และค้นหาว่าทำไมมันถึงไม่เป็นไปอย่างที่โบราณท่านบอกไว้
เช่น ดาววันเกิดจรตกภพกดุมพะ แต่ปีนั้นเจ้าชาตาไม่ได้มีเรื่องการเงินอะไรขึ้นมาเป็นพิเศษเลย ดันกลายเป็นเรื่องของการป่วยไข้จนต้องออกจากงานไปเลย
หรือดาววันเกิดจรตกภพสหัชชะ ซึ่งมีความหมายถึงการติดต่อหรือเรื่องของสังคมเพื่อนฝูง แต่มันไม่ใช่แค่นั้น ในปีนั้นเจ้าชาตาดันถูกเพื่อนบังคับให้แต่งงานกับน้องสาวของเพื่อน ไม่แต่งจะโดนยิง เพราะเจ้าชาตาบังเอิญไปได้เสียกับน้องสาวเพื่อนเข้าให้
แต่ยังโชคดีที่การแต่งงานคราวนั้นได้เงินช่วยมาหลายทีเดียว ทำให้รอดตัวไป
หลายหนหลายครั้งที่ผมเจอแบบนี้ และเมื่อจับตาสังเกตดูมาสี่ห้าปีก็เริ่มจับได้ว่า อิทธิพลของดาววันเกิดจรนั้นไม่ได้มีแค่ภพที่ตนเข้ามาสถิตแต่เพียงอย่างเดียวหรอกครับ มันมีมากกว่านั้น

นั่นก็คือ–
อิทธิพลของดาววันเกิดจรนั้นได้ขยายไปยังราศีที่เป็นธาตุเดียวกันอีกทั้ง 2 ราศีด้วย รวมเป็น 3 ภพเลยเชียวครับ
เช่น ดาววันเกิดจรเข้าภพกดุมพะ จะมีอิทธิพลคลุมไปถึงภพอริและกัมมะด้วย ดาววันเกิดจรเข้าภพสหัชชะ จะส่งอิทธิพลถึงภพปัตนิและลาภะด้วยเช่นกัน ถ้าจรเข้าภพพันธุ ก็จะกินถึงภพมรณะและวินาสน์ด้วยอีก ฯลฯ
พูดง่ายๆ ก็คือ บางทีอิทธิพลของดาววันเกิดจรนั้นไม่ได้บันดาลให้เรื่องราวในภพที่ตัวเองสถิตเกิดขึ้นเลย แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับเป็นเรื่องของภพที่ร่วมธาตุไปโน่น
แบบนี้ก็มีนะครับ และนี่ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ผมต้องตั้งสูตรดาววันเกิดจรของผมขึ้นมาใหม่ คือดาววันเกิดจรไปสถิตที่ภพไหน จะต้องมองดูภพที่ร่วมธาตุกับดาววันเกิดจรนั้นด้วย อย่าลืม-อย่าลืม–
เอาละครับ เป็นอันรู้แล้วว่ามีวิธีที่จะใช้ดาววันเกิดจรอย่างไรบ้าง แต่คุณคงอยากรู้ต่อไปอีกว่า เมื่อรู้แล้วว่ามีวิธีใช้อย่างนี้แล้ว ไอ้วิธีพยากรณ์ล่ะจะทายเขายังไง บอกมั่งซี อาจารย์
อ๋อ-บอกแน่ครับ คุณติดตามต่อไปเรื่อยๆ อย่าขี้เกียจก็แล้วกัน
แต่บอกซะก่อนนะครับว่า วิธีอ่านดาววันเกิดของผมนี่น่ะ มันอาจจะไม่เหมือนอย่างในตำราที่คุณเคยอ่านกันมา หรืออย่างมากก็ดูคล้ายๆ กัน แต่ความจริงนั้นคงจะไม่เหมือนกันหรอก หรือถ้าบังเอิญไปเหมือนกับของใครเข้า ก็ขอให้ถือเสียว่าเราใจตรงกันก็แล้วกันนะครับ
เอ้า – ทีนี้มาดูกันต่อไป
การอ่านดาววันเกิดจร
วิธีอ่านดาววันเกิดจรของผมนี้ จะเหมือนกับวิธีอ่านของโหราจารย์ท่านอื่นหรือไม่ ผมไม่รับรองนะครับ เพราะมันเป็นวิธีที่ผมใช้ของผมเอง นั่นก็คือ…นอกจากจะนำเอาความหมายของภพที่ดาววันเกิดจรมาตกอยู่เป็นตัวเรื่องราวแล้ว ผมยังใช้ความหมายของดาว (วันเกิด) นั้นแหละเข้ามาผสมด้วย คือต้องดูว่าดาวนั้นเป็นดาวอะไร อยู่ในราศีนั้นจะทำให้ดาวนั้นเข้มแข็งขึ้นหรืออ่อนแอลง (เช่น เป็นเกษตร, อุจจ์, นิจ, ประ) และมีความสัมพันธ์กับดาวเจ้าของราศีนั้นในสถานะไหน (คู่มิตรหรือศัตรู) ถ้าเป็นคู่มิตรก็เกื้อกูลกัน ถ้าเป็นศัตรูก็หักล้างกันหรือไม่ช่วยเหลือกัน อะไรยังงี้แหละครับ
เอ้า-ลองทำตัวอย่างดวงขึ้นมาให้ดูสักดวงก็ได้ ยังงี้ครับ

เจ้าของดวงนี้เกิดวันจันทร์ครับ อายุนับมาถึงวันที่ผมเขียนอยู่นี่ก็ย่าง 38 ปี ผมต้องขออภัยที่ไม่เอ่ยนามเจ้าของดวงนะครับ เพราะไม่ได้ขออนุญาตไว้ก่อน แต่ขอนำเอามาเป็นตุ๊กตาเพื่อการศึกษากันคงไม่เป็นไร เพราะผมเห็นว่าดวงตัวอย่างนี้มีอะไรที่น่าสนใจศึกษาอยู่หลายอย่างทีเดียว ก็คุณลองดูให้ดีซีครับ ดวงอย่างนี้เขาเรียกว่า “ดวงอกแตก” ไงครับ
คุณคงแปลกใจอีกว่า มัน “อกแตก” ยังไง แล้วมันดีหรือมันเสีย?
อกแตกยังไงก็มองปราดเดียวเห็นแล้ว คุณดูลักษณะของดาวที่มันเรียงตัวกันอยู่ในดวงนี้ซีครับ เห็นไหมว่ามันเรียงรายกันอยู่สองข้างสองฝั่ง แล้วตรง Center กลางดวงนั่นเอง (ซึ่งเป็นราศีทวารด้วย) ไม่มีดาวอยู่เลยสักดวง มันเหมือนกับตรงกลางนั้นเป็นแม่น้ำหรือคลองใหญ่พาดขวางอยู่ แบ่งดาวออกเป็นสองฟาก เหมือนแม่น้ำที่ผ่ากลางเมืองพิษณุโลก แล้วเราก็เรียกเมืองพิษณุโลกว่าเมืองอกแตกไงครับ
แต่นี่ยังแตกไม่แท้นักนะครับ ถ้าอกแตกอย่างสมบูรณ์จะต้องมีดาวที่ราศีมีนอีกสักดวงหนึ่ง แต่ดวงนี้ที่ราศีมีนว่างอยู่ ก็เลยขาดไปนิดหนึ่ง แต่ก็พอเรียกว่าดวงอกแตกได้เหมือนกันแหละครับ
ดียังไงหรือเสียยังไง ตอนนี้ไม่ใช่จุดประสงค์ที่จะมาวิสัชนากัน ตอนนี้เราจะมาคุยกันถึงเรื่องดาววันเกิดจร ฉะนั้น อย่าเพิ่งมาถามเรื่องอกแตกนี่เลย เดี๋ยวจะเขวกันไปใหญ่ ว่าเรื่องดาววันเกิดจรกันต่อดีกว่า
เริ่มต้นก็ดูที่ดาวจันทร์ซึ่งเป็นดาววันเกิดของดวงนี้กันก่อน ดาวจันทร์สถิตอยู่ที่ราศีพิจิก เรือนของดาวอังคาร จันทร์กับอังคารนั้นเป็น “คู่ชู้” ต่อกันอย่างในนิทานชาติเวรที่ผมเคยเล่าให้ฟังมาก่อนแล้ว และราศีพิจิกนี้ถูกกำหนดให้เป็นภพ “สหัชชะ” ของดวงนี้
จัดให้เป็นขั้นตอนเพื่อให้จดจำง่ายดังนี้คือ–
1. ดาววันเกิดสถิตราศีพิจิก (กีฏะ)
2. ดาววันเกิดสถิตเรือนของดาวอังคารคู่ชู้
3. ดาววันเกิดสถิตภพสหัชชะ
4. ดาววันเกิดสถิตภพมรณะของโลก
5. ดาววันเกิดได้มาตรฐานนิจ (ตกต่ำ, อ่อนกำลัง)
6. ดาววันเกิดสถิตราศีที่ถูกกำหนดให้เป็นอวัยวะเพศ
7. ดาววันเกิดสถิตอยู่ใน “สถิรราศี”
8. ดาววันเกิดสถิตร่วมกับดาวพุธคู่มิตร
เอาแค่นี้ก็เห็นๆ กันอยู่ว่าได้มาตั้งแปดเรื่องแปดอย่างเข้าไปแล้ว นี่คือข้อมูลที่เราจะใช้ในการพิจารณาดวงชาตานี้ละครับ
วิธีของผมก็คือ นำเอาความหมายทั้งหมดที่ว่านี่มาใส่กระป๋องเขย่ารวมกันเหมือนบาร์เทนเดอร์เขย่าค็อกเทลน่ะแหละ คุณๆ ก็พอจะรู้กันแล้วนี่นาว่า ทั้งแปดอย่างที่ผมเรียงมาให้ดูนี่น่ะมีความหมายยังไงกันมั่ง
เมื่อเขย่าได้ที่แล้วก็เทใส่แก้ว-เอ๊ย-อ่านออกมาพอได้ความว่ายังงี้
ชีวิตของเจ้าชาตาส่วนใหญ่แล้วจะต้องผูกพันกับคนหมู่มาก (สหัชชะ)
ความผูกพันที่ว่านี่เจ้าชาตามักจะเป็นฝ่ายที่อ่อนน้อมให้แก่ผู้อื่นที่ตนเข้าไปติดต่อ (นิจ) แม้ว่าโดยส่วนลึกของจิตใจแล้วเจ้าชาตาจะเป็นคนที่รักและหยิ่งในศักดิ์ศรีของตัวเองอยู่มาก (กีฏะ-แมงป่อง) และจะต้องตกอยู่ในสถานะเช่นนี้อยู่นาน (สถิร) ด้วย
แต่เจ้าชาตาก็มักจะได้รับความร่วมมือช่วยเหลือจากเพื่อนฝูงหรือเพื่อนร่วมงานเสมอ (กุมพุธคู่มิตร) เพราะอุปนิสัยของเจ้าชาตาเป็นผู้ที่อ่อนโยนต่อผู้อื่นอยู่แล้ว (ดาวจันทร์)
อนึ่ง เจ้าชาตาเป็นคนฉลาดและขยัน (อาศัยเรือนอังคาร) จึงเป็นหนทางที่จะนำชีวิตของเจ้าชาตาให้ประสบความสำเร็จได้ในอนาคต
แต่ในเรื่องของเพศตรงข้ามแล้ว เจ้าชาตามีโอกาสที่จะได้รับความผิดหวังมาก รักใครก็มักจะพบคนที่มีเจ้าของอยู่แล้วบ้าง หรือพบคนที่บุ่มบ่ามเอาแต่ใจจนเจ้าชาตารับไม่ค่อยได้ และมีโอกาสอีกอย่างหนึ่งก็คือ อาจจะเกิด “รักซ้อน” ขึ้นมาในชีวิตก็ได้ (คู่ชู้)
เช่น กำลังรักหรือชอบพอกับคนหนึ่งอยู่ แล้วก็มีอีกคนหนึ่งแทรกเข้ามาในชีวิตขณะนั้นด้วย ซึ่งสุดท้ายแล้วเจ้าชาตาก็มักจะต้องสูญเสียความรักครั้งนั้นไปทั้งคู่ (มรณะโลก)
นี่เป็นการอ่านอย่างค่อนข้างละเอียดหน่อย เพื่อให้ผู้ที่เพิ่งศึกษาหรือที่เรียกว่ามือใหม่เข้าใจได้ดีขึ้น
จะเห็นว่าทั้งแปดประการนั้นผมนำมาใช้หมด ซึ่งแต่ละอย่างก็ล้วนเป็นข้อมูลให้เราพยากรณ์ได้ทั้งสิ้น
และที่พยากรณ์หรือ “อ่าน” มาให้ฟังทั้งหมดนี้เป็นเพียงสถานะของ “ดวงเดิม” เท่านั้นนะครับ เป็นพื้นฐานของชีวิตที่เราอ่านให้เจ้าชาตาฟังได้เลย
และสถานะของดวงเดิมนี้แหละ เราจะนำมาใช้เป็นพื้นฐานในการพยากรณ์จรกันต่อไปได้อีก
