บริษัท ไครโอวิวา (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับ บริษัท รีไววา เซลล์ (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจสุขภาพไทย ประกาศมอบเงินบริจาคจำนวน 50 ล้านบาท เข้ากองทุน ‘วิจัยและพัฒนาเพื่อการแพทย์แห่งอนาคต’ มูลนิธิคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ เพื่อยกระดับการศึกษาวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์การแพทย์ขั้นสูง (Advanced Therapy Medicinal Products: ATMPs) นวัตกรรมทางการแพทย์ยุคใหม่ที่พัฒนาขึ้นจากเทคโนโลยีชีวภาพระดับสูง อาทิ เซลล์บำบัด (Cell Therapy) ยีนบำบัด และวิศวกรรมเนื้อเยื่อ เพื่อรักษา ฟื้นฟู หรือซ่อมแซมความผิดปกติในระดับเซลล์ ช่วยปลดล็อกข้อจำกัดในการรักษาโรคเรื้อรังและโรคซับซ้อน พร้อมวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานทางการแพทย์ที่มั่นคง และเสริมศักยภาพนักวิจัยไทยมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลาง Cellular Drug ระดับภูมิภาค
ทั้งนี้ พิธีมอบเงินบริจาคจัดขึ้น ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ถนอม บรรณประเสริฐ หัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ ด้านนวัตกรรมทางการแพทย์ขั้นสูง (ATMPs) คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมในพิธี

ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ในโอกาสนี้ ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ ได้แสดงวิสัยทัศน์ถึงมิติใหม่ของการร่วมทุน R&D ระหว่างภาคเอกชนและสถาบันอุดมศึกษา ซึ่งสะท้อนการผนึกกำลังเชิงยุทธศาสตร์เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกระดับประเทศ โดยกล่าวว่า
“ที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยมักเน้นการเปลี่ยน Capabilities into Capital คือการนำองค์ความรู้และงานวิจัยบนหิ้งไปสู่การปฏิบัติเชิงพาณิชย์ (From Shelf to Market) แต่งานในวันนี้ถือเป็นมิติใหม่ที่เกิดขึ้น นั่นคือการ Turn Capital into Capabilities หรือการนำเงินลงทุนจากภาคเอกชน เข้ามาเปลี่ยนเป็นขีดความสามารถของนักวิจัย บุคลากรทางการแพทย์ และนวัตกรรมของประเทศ เพื่อยกระดับศักยภาพการวิจัยและพัฒนาทางการแพทย์ชั้นสูงอย่างก้าวกระโดด”
ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ ยังเน้นย้ำอีกว่า ผลตอบแทนจากการลงทุน R&D ของสถาบันอุดมศึกษา ไม่ได้สะท้อนเพียงตัวเลขกำไรประจำปีขององค์กร แต่คือการสร้าง ‘ทุนทางปัญญา’ และ ‘ทุนทางสังคม’ ที่ไม่มีวันเสื่อมค่า ซึ่งจะช่วยเปลี่ยนบทบาทของประเทศไทยจาก ‘ผู้รับ’ เทคโนโลยี ให้กลายเป็น ‘ผู้ร่วมพัฒนา’ วิทยาการทางการแพทย์ในระดับสากล พร้อมทั้งส่งเสริมความเท่าเทียมทางสุขภาพ (Health Equity) และลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงการรักษาของประชาชนอีกด้วย

ความสำคัญของการพัฒนา ATMPs ให้เกิดขึ้นได้จริงในประเทศไทยอย่างปลอดภัยและมีมาตรฐาน สอดรับกับมุมมองของ รศ. นพ.ถนอม บรรณประเสริฐ หัวหน้าศูนย์ ATMPs จุฬาฯ และประธานกองทุนฯ ที่ระบุว่า ในรอบทศวรรษที่ผ่านมา แม้ไทยจะมีงานวิจัยด้านเซลล์บำบัดจำนวนมาก แต่กลับมีเพียงส่วนน้อยที่เดินทางไปถึงผู้ป่วยได้จริง เนื่องจากคอขวดสำคัญในกระบวนการผลิต การนำเซลล์มีชีวิตไปใช้กับผู้ป่วยจำเป็นต้องผลิตภายใต้มาตรฐาน GMP PIC/S ที่มีระบบคุณภาพตรวจสอบย้อนกลับได้
ซึ่งศูนย์ ATMPs จุฬาฯ ถือเป็นสถานที่วิจัยและผลิตเซลล์บำบัดแห่งแรกและแห่งเดียวในไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน GMP PIC/S จาก อย. โดยทำหน้าที่เป็น Translational Center ที่เชื่อมงานวิจัยสู่การรักษาในมนุษย์ ควบคู่กับการยกระดับและถ่ายทอดเทคโนโลยีให้ภาคเอกชนสามารถผลิตได้เอง เพื่อลดการพึ่งพาต่างชาติ ลดต้นทุน และย่นระยะเวลาในการพัฒนา
“ปัจจุบันศูนย์ ATMPs จุฬาฯ กำลังขับเคลื่อนงานวิจัยต้นแบบภายใต้โครงการ ATMPs Sandbox ของกระทรวงสาธารณสุข โดยพัฒนา Cellular Drug จากเซลล์ต้นกำเนิดมีเซนไคมอล (MSCs) จากเนื้อเยื่อสายสะดือ เพื่อรักษาโรคข้อเข่าเสื่อม ซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษาวิจัยทางคลินิกระยะที่ 1 และ 2 ณ โรงพยาบาลชลบุรี” รศ. นพ.ถนอม ให้ข้อมูล
สำหรับการมอบเงินบริจาค 50 ล้านบาทครั้งนี้ ถือเป็นการตอกย้ำวิสัยทัศน์อันยาวไกลของผู้ร่วมสนับสนุนการก่อตั้ง บริษัท ไครโอวิวา (ประเทศไทย) จำกัด ทั้ง 2 ท่าน ได้แก่ นายอาลก โลเฮีย ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) และ นายราวี ไจเรีย ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ RJ Corp ประเทศอินเดีย ที่เล็งเห็นศักยภาพของสเต็มเซลล์และเซลล์บำบัดในการเปลี่ยนโฉมวงการแพทย์มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550

จิรัญญา ประชาเสรี ประธานกรรมการบริหาร ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
บริษัท ไครโอวิวา (ประเทศไทย)
จิรัญญา ประชาเสรี ประธานกรรมการบริหาร ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท ไครโอวิวา (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ในฐานะ Healthspan Curator ไครโอวิวามุ่งมั่นทำหน้าที่เชื่อมโยงและผลักดันนวัตกรรมสุขภาพที่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ โดยเปลี่ยนผ่านเป้าหมายจากการเน้นเพิ่มเพียงอายุขัย (Lifespan) ไปสู่การสร้างช่วงชีวิตที่สุขภาพดีและมีคุณภาพ (Healthspan) ซึ่งนวัตกรรมเซลล์บำบัดและการแพทย์ขั้นสูงจะเป็นกุญแจสำคัญในการฟื้นฟู ซ่อมแซม และรักษาการทำงานของร่างกาย เพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
“เป้าหมายสำคัญคือการทำให้ผลลัพธ์งานวิจัยไม่ได้หยุดอยู่เพียงในห้องปฏิบัติการ แต่สามารถพัฒนาไปสู่ผลิตภัณฑ์และการรักษาขั้นสูง ที่ผู้ป่วยไทยมีโอกาสเข้าถึงได้ในราคาสมเหตุสมผล พร้อมสร้างประโยชน์ต่อระบบสุขภาพและเศรษฐกิจในวงกว้าง สอดคล้องตามนโยบายของกระทรวงสาธารณสุขในการส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมสุขภาพมูลค่าสูงของประเทศไทย” จิรัญญา กล่าว
ความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่าง สภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ไครโอวิวา และ รีไววา เซลล์ จึงถือเป็นหมุดหมายในการวางรากฐาน ‘ระบบนิเวศนวัตกรรมการแพทย์’ (Medical Innovation Ecosystem) ของประเทศไทยให้แข็งแกร่งตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ผลักดันให้ผลงานวิจัยของไทยก้าวข้ามจากห้องปฏิบัติการไปสู่การผลิตและการรักษาผู้ป่วยได้จริงในราคาที่สมเหตุสมผล เติมเต็มห่วงโซ่อุตสาหกรรมสุขภาพ สร้างความมั่นคงทางการแพทย์ และร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสุขภาพมูลค่าสูงของประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้านการแพทย์และนวัตกรรมสุขภาพระดับภูมิภาค

