สถานีคิดเลขที่ 12 | ต้องการเปลี่ยนแปลง โดย วรศักดิ์ ประยูรศุข

23.10.26 | 09:03 น.
สถานีคิดเลขที่ 12 : ต้องการเปลี่ยนแปลง บอร์ดประกันสังคม

บอร์ดประกันสังคม – หน้า 2 มติชนรายวันทำรายงานพิเศษ เสนอความเห็นของนักวิชาการ ต่อผลการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เมื่อ 11 ต.ค.ที่ผ่านมา

เป็นการ “เลือกตั้ง” ไม่ใช่การ “เลือก” อย่างที่เกิดขึ้นในองค์กรผู้ใช้อำนาจอธิปไตย


หลังเลือกตั้ง มีการแสดงความเห็นต่อผลการเลือกตั้ง ที่กลุ่มประกันสังคมก้าวหน้า กวาดเรียบทั้งบอร์ดฝ่ายนายจ้างและฝ่ายผู้ประกันตน รวม 14 คน

ทั้งเชิงบวกและเชิงลบ ด้วยสาเหตุต่างๆ แต่โดยรวม ผลการเลือกตั้ง สะท้อนการตัดสินใจของผู้มาใช้สิทธิ

เป็นการยืนยันคุณภาพในระดับที่สูงมากของการเลือกตั้งครั้งนี้

Advertisement

ขอนำความเห็นจากนักวิชาการที่กล่าวถึงผลเลือกตั้ง ในทำนองว่า “ผ่าผลการเลือกตั้ง” มาถ่ายทอดดังต่อไปนี้

ผศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ระบุว่า ผลการเลือกตั้งมาจากความไม่พอใจการบริหารจัดการของบอร์ดประกันสังคมก่อนหน้านี้

หลังรู้ผล มีอาจารย์บางคนออกมาวิพากษ์วิจารณ์ดูหมิ่นดูแคลนว่าเป็นการเลือกตั้งที่ไร้คุณภาพ สะท้อนว่า คนที่ไร้คุณภาพกลายเป็นคนที่ออกมาดูหมิ่นดูแคลนมากกว่า

การเลือกตั้ง เป็นการเลือกแบบคาดหวังและหวงแหนเงินของเขาที่นำไปใช้แบบไม่โปร่งใสและขาดหลักธรรมาภิบาล

ทำให้ผู้ประกันตนกังวลใจ เกรงว่ากองทุนจะล้มละลาย ออกมาใช้สิทธิถล่มทลายถึง 300 เปอร์เซ็นต์

อาจารย์โอฬารยังชี้ว่า 5 ปีข้างหน้าจะมีประชาชนเข้าสู่ระบบประกันสังคมจำนวนมาก และจะเป็นฐานคะแนนสำคัญในการเลือกตั้ง

จะต้องดูแลให้ประชาชนเข้ามาในระบบนี้ เพิ่มสัดส่วนเงินประกันสังคม หากมีรายได้เพิ่มมากขึ้น มีผลตอบแทนมากขึ้น จะทำให้ผู้ใช้แรงงานสนใจในเรื่องของประกันสังคมมากยิ่งขึ้น

ควรขยายฐานให้กับผู้ใช้แรงงาน ชักจูงผู้ที่ยังไม่ได้ประกันตนให้เข้ามาอยู่ในระบบประกันสังคม ทำให้ทุกคนได้วางแผนใช้เงินหลังเกษียณ ไม่ต้องตกเป็นภาระของประเทศในอนาคต เพราะประเทศไทยจะเข้าสู่ระบบผู้สูงวัยมากขึ้นทุกปี

อีกท่านหนึ่ง คือ รศ.ตรีเนตร สาระพงษ์ รองคณบดี คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ระบุว่า ชัยชนะของทีมประกันสังคมก้าวหน้า ปัจจัยหลักคือความไม่พอใจที่สะสมมานานของผู้ประกันตน ต่อวิธีบริหารกองทุนประกันสังคม

สะท้อนการใช้สิทธิเลือกตั้งเพื่อเรียกร้องการเปลี่ยนแปลง เมื่อผู้มีส่วนได้เสียรู้สึกว่าตนเองมีอำนาจจำกัดในการกำหนดทิศทางของระบบที่มีผลต่อชีวิตโดยตรง

การเลือกตัวแทนชุดใหม่ไม่ได้หมายถึงเปลี่ยนคน แต่เป็นความพยายามเปลี่ยนวิธีใช้อำนาจด้วย เพื่อตอกย้ำเจตนารมณ์ของเงินที่ลูกจ้างทยอยส่งเข้ากองทุน

แต่การใช้เงินบางรายการ ทำให้ผู้ประกันตนตั้งคำถามว่าเกี่ยวข้องกับประโยชน์ของตนเองอย่างไร อย่างการนำเงินไปปรับปรุงโรงอาหาร การมีอำนาจใช้เงิน ไม่ได้หมายความว่ามีสิทธิใช้เงินตามใจ

เมื่อผู้ประกันตนไม่อาจร่วมตัดสินใจในการใช้เงินทุกเรื่อง ผู้มีอำนาจบริหารยิ่งต้องเปิดเผยเหตุผลและยอมรับการตรวจสอบ

คณะกรรมการชุดใหม่ต้องทำสองเรื่องควบคู่กัน คือ ตรวจสอบการใช้อำนาจและการใช้เงินอย่างโปร่งใส พร้อมกับสร้างระบบบริหารที่ทำให้ทุกการตัดสินใจมีเหตุผล ตรวจสอบได้ และตอบคำถามเจ้าของเงินได้ตั้งแต่ก่อนอนุมัติ

นัยของการเลือกบอร์ดประกันสังคมที่นักวิชาการหยิบยกขึ้นมาน่าจะตรงใจผู้ที่ออกไปลงคะแนน

นั่นคือ ต้องการ “เปลี่ยนแปลง” หรือ “หยุด” ระบบที่เบี่ยงเบนออกไปจากประโยชน์ของสังคมและผู้ประกันตนมากขึ้นเรื่อยๆ