ททท.พลิกตำราสู่ท่องเที่ยวใหม่ โชว์ 5 Game Changers ปลุกพลัง ศก.เวลเนส-ดึงนทท.พร้อมเปย์
เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม กองบรรณาธิการมติชน จัดสัมมนา EXCLUSIVE MEETING : NEW TOURISM NEW ECONOMY: เจาะโอกาสเศรษฐกิจสุขภาพ พลิกอนาคตท่องเที่ยวไทย ตั้งแต่เวลา 13.00-17.00 น. ที่ The Crystal Box อาคารเกษรทาวเวอร์ ชั้น 19 กรุงเทพฯ
- เริ่มแล้ว เวทีมติชนเจาะโอกาส ‘เศรษฐกิจสุขภาพ’ ฟื้นเที่ยวไทย บิ๊กเนม-คนดังภาคธุรกิจร่วมพรึบ
- ศุภวุฒิ’ ชู Longevity และ Wellness Economy โอกาสไทยสร้างเศรษฐกิจอายุยืน รับสังคมสูงวัย
- นายกกิตติมศักดิ์ ส.โรงแรมไทย คาใจ ท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ ‘ไร้เจ้าภาพหลัก’ ศุภวุฒิ รับเรื่อง จ่อเสนอ สศช. ดัน
- BDMS ชูเศรษฐกิจเวลเนสไทยโต 10.1% เปิด ‘WellEra’ ดันไทยสู่ Better Living Destination
นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยในช่วง Executive Talk ภายใต้หัวข้อ New Tourism ยุทธศาสตร์ท่องเที่ยวไทยสู่การเติบโตใหม่ ว่า การขับเคลื่อนภาคการท่องเที่ยวไทยในเชิงสุขภาพ เพื่อเดินหน้าสู่การท่องเที่ยวใหม่ หรือนิว ทัวริซึ่ม ซึ่งมีคำถามว่า ถึงเวลาแล้วหรือยังที่ประเทศไทยต้องปรับเปลี่ยนและขับเคลื่อนตัวเองไปสู่ยุคใหม่มาก โดยต้องบอกว่า ที่ผ่านมา ททท.มีการขับเคลื่อนและปรับเปลี่ยนภาคการท่องเที่ยวไทยมาตลอด จากเดิมในเบื้องต้นอาจขายจุดหมายปลายทาง (เดสทิเนชัน) หรือวัฒนธรรมเป็นหลัก แต่ตอนนี้มีการเปลี่ยนแปลงตามความต้องการของนักท่องเที่ยว ตอบโจทย์พฤติกรรมและเพิ่มประสบการณ์เชิงบวกให้มากขึ้นเป็นการนำเสนอคุณค่า (Value) และประสบการณ์ที่มีความหมายผ่านเศรษฐกิจเชิงสุขภาพ (Wellness Economy)
นายนิธี กล่าวว่า ททท. ปรับเปลี่ยนเป้าหมายการดำเนินงานจากการเน้นจำนวนนักท่องเที่ยว (Quantity) มาเป็นการสร้าง Quality Volume หรือการดึงดูดกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพที่มีกำลังซื้อสูง ตามนโยบายแวลู่ โอเวอร์ วอลลุ่ม โดยมีเป้าหมายการใช้จ่าย เน้นการสร้างมูลค่าจากการใช้จ่ายต่อหัวที่สูงขึ้น และการขยายระยะเวลาพำนัก (Long Stay) การกระจายรายได้ มุ่งเน้นให้เม็ดเงินจากการท่องเที่ยวไหลลงสู่ชุมชนและผู้คนระดับรากหญ้ามากขึ้น ไม่ใช่เพียงกระจุกตัวในธุรกิจขนาดใหญ่ สร้างความยั่งยืนในการท่องเที่ยว ผ่านการลดผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติจากการท่องเที่ยวแบบมวลชน (Mass Tourism) เพื่อรักษาสมดุลของระบบนิเวศ
นายนิธี กล่าวว่า เศรษฐกิจเพื่อสุขภาพ หรือตลาด Wellness Economy กลายเป็นเครื่องยนต์หลักตัวใหม่ที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ด้วยมูลค่ามหาศาลและความพร้อมของประเทศ โดย Wellness Tourism & Medical Wellness ถือเป็นโอกาสเศรษฐกิจสุขภาพของโลกและประเทศไทย ที่เติบโตเร็วและมีมูลค่าสูง โดยปี 2567 เศรษฐกิจเวลเนสมีมูลค่ากว่า 6.8 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ เติบโต 7.9% เทียบกับปี 2566 ไทยมีส่วนแบ่งตลาดที่ 42.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ และคาดการณ์ว่า ปี 2572 จะโตได้กว่า 9.8 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ แต่ ททท.ขับเคลื่อนคนเดียวไม่ได้ ต้องร่วมกันทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งตอนนี้ ททท.ไม่ได้โดดเดี่ยวอีกต่อไป ในเชิงนโยบายมีความชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่กำลังเติบโต เชิงผู้ประกอบการที่มีคุณภาพ และมีสื่อเข้ามาช่วยขับเคลื่อนมากขึ้น
“ททท.จะผลักดันให้เกิดการขับเคลื่อนไทยแลนด์ เวลเนส วัลเลย์ ต่อเนื่องจากเวลเนส เดสทิเนชัน เพราะมีหลายจังหวัดที่มีความพร้อมขึ้นมาเป็นเมืองแห่งเวลเนส ทั้งเรื่องบุคลากร สถานประกอบการ และองค์ประกอบอื่นที่สามารถเอื้อให้คนเข้ามาท่องเที่ยวมากขึ้นได้ ถือเป็นโอกาส เป็นบลูโอเชียนใหม่ของประเทศไทย” นายนิธี กล่าว
นายนิธี กล่าวว่า ททท.กำหนดยุทธศาสตร์ 5 ปัจจัยที่จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ (Game Changers) ของอุตสาหกรรม ได้แก่ 1.Life Economy การดูแลสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจ ซึ่งเป็นสินค้าใหม่ที่ตลาดโลกต้องการ 2.Subculture Economy เจาะกลุ่มความสนใจเฉพาะทาง อาทิ กลุ่มคนชอบออกกำลังกายหรือเต้นตามสวนสาธารณะ ซึ่งสามารถขยายผลจากกลุ่มเล็กสู่กระแสหลักได้ 3.Night Economy การสร้างมูลค่าเพิ่มจากการท่องเที่ยวในเวลากลางคืน อาทิ การทำงานร่วมกับกระทรวงมัฒนธรรมช่วงถัดไป อาจมีการหารือกันเพื่อปรับเวลาเปิดแหล่งโบราณสถาน หรือพิพิธภัณฑ์ถึงช่วงค่ำ จากเดิมปิด 17.00 น. อาจเปิดถึง 21.00 น. สร้างประสบการณ์ใหม่ในการท่องเที่ยว และช่วงเวลากลางคืนก็เป็นช่วงที่อากาศดีมากกว่าตอนกลางวัน 4.Circular Economy การปรับมุมมองสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน รวมถึงการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และ 5.Platform Economy การใช้แพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อเข้าถึงนักท่องเที่ยวอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

นายนิธี กล่าวว่า ปี 2569 ยังคงเดินหน้าตามแคมเปญ Healing is the New Luxury ต่อเนื่องจากปี 2568 และไปต่อในปี 2570 ซึ่งถือว่าเป็นจังหวะที่ดี เพราะปัจจุบันผู้คนเผชิญกับความเครียดและภาวะหมดไฟ หรือเบิร์นเอาต์ ซึ่ง ททท.ได้กำหนดนิยามของความลักชัวรี ความหรูหราใหม่ว่าอไม่ใช่เพียงสิ่งของราคาแพง แต่คือการได้รับการเยียวยา โดยส่งมอบผ่าน 5 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ 1.Retreat บริการสปา นวดแผนไทย และบริการทางการแพทย์ 2.Ritual การสร้างที่ยึดเหนี่ยวจิตใจผ่านความเชื่อ พุทธศาสนา และการฝึกสมาธิ 3.Revival วิถีชีวิต ทั้งการกิน การช้อป ที่ทำให้รู้สึกกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง 4.Rhythm กิจกรรมสนุกสนาน งานเทศกาล ประเพณีท้องถิ่นที่ช่วยปลดปล่อยพลังงาน และ 5.Relation การสร้างความผูกพันและมิตรภาพกับคนท้องถิ่น

“จุดแข็งของประเทศไทยที่ลอกเลียนแบบไม่ได้ ถือเป็นข้อได้เปรียบในการแข่งขันในระดับสากลจากปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง เป็นซอฟต์พาวเวอร์ด้านบริการ อัธยาศัยไมตรีและรอยยิ้มของคนไทย ซึ่งถือเป็นจุดขายที่ประเทศอื่นไม่สามารถลอกเลียนแบบได้ ซึ่งจากการเป็นหน่วยงานด้านทำตลาด จะมุ่งใช้เวลเนส อีโคโนมี เป็นแกนหลักในการทำตลาดโลกผ่านสำนักงาน 29 แห่งทั่วโลก เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ยุคการท่องเที่ยวใหม่อย่างเต็มตัว” นายนิธี กล่าว




