BTS จับมือ ViaBus เช็กพิกัดรถไฟฟ้าเรียลไทม์ เชื่อม 3 สาย เขียว-เหลือง-ชมพู
เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม ที่สถานีรถไฟฟ้าหมอชิต สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ เปิดงาน “ViaBus จับมือ BTS EBM และ NBM ยกระดับแอพพลิเคชัน ติดตาม นำทางระบบขนส่งมวลชนแบบเรียลไทม์ นายสุมิตร ศรีสันติธรรม ผู้อำนวยการใหญ่สายปฏิบัติการ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS เปิดเผยว่า บริษัท ร่วมกับบริษัท อีสเทิร์น บางกอกโมโนเรล จำกัด ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง บริษัท นอร์ทเทิร์น บางกอกโมโนเรล จำกัด ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าสายสีชมพู และบริษัท เวีย กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด เปิดให้บริการฟังก์ชันติดตามและนำทางระบบขนส่งมวลชนแบบเรียลไทม์ ผ่านแอพพลิเคชัน ViaBus ซึ่งเชื่อมโยงการให้บริการรถไฟฟ้า 3 เส้นทาง ได้แก่ สายสีเขียว สายสีเหลือง และสายสีชมพู
นายสุมิตร กล่าวว่า ความร่วมมือดังกล่าวนับเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่ผู้โดยสารสามารถติดตามตำแหน่งขบวนรถไฟฟ้าสายสีเขียว ทั้งสายสุขุมวิทและสายสีลม รวมถึงรถไฟฟ้าสายสีเหลืองและสายสีชมพู ได้แบบเรียลไทม์ พร้อมแสดงจุดหมายปลายทางของแต่ละขบวน นอกจากนี้ ระบบยังเชื่อมโยงข้อมูลกับเครือข่ายขนส่งสาธารณะอื่นบนแอพพลิเคชัน ViaBus ทั้งรถโดยสารประจำทางและเรือโดยสาร ซึ่งมีผู้ใช้งานกว่า 10 ล้านคน ช่วยให้ประชาชนสามารถวางแผนการเดินทางได้สะดวกและต่อเนื่องมากยิ่งขึ้น

นายสุมิตร กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการบูรณาการข้อมูลระบบขนส่งมวลชนแบบ Multi-modal ทั้งรถ ราง และเรือ ไว้บนแพลตฟอร์มเดียว เพื่อยกระดับการเดินทางแบบไร้รอยต่อของประชาชน โดยปัจจุบัน รถไฟฟ้าในกลุ่ม BTS มีผู้ใช้บริการรวมกว่า 1 ล้านเที่ยวคนต่อวัน แบ่งเป็นสายสีเขียวประมาณ 850,000 คนต่อวัน สายสีชมพู 80,000 คนต่อวัน สายสีเหลือง 60,000 คนต่อวัน และสายสีทอง 10,000 คนต่อวัน
นายสุมิตร กล่าวว่า สำหรับมาตรการเข้มงวดความปลอดภัยของผู้โดยสารบนรถไฟฟ้า และ การใช้พาวเวอร์แบงก์ นั้น ความปลอดภัยของผู้โดยสารถือเป็นนโยบายสำคัญสูงสุดของการให้บริการ โดยบริษัทดำเนินมาตรการด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่เปิดให้บริการ ไม่ใช่เพิ่งดำเนินการหลังเกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ พร้อมจัดการซ้อมแผนรับมือเหตุฉุกเฉินเป็นประจำทุกปี เพื่อให้พนักงานมีความพร้อมในการปฏิบัติงาน และพร้อมประสานการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ตำรวจ และโรงพยาบาลในพื้นที่
นายสุมิตร กล่าวว่า จากปัจจุบันที่ประชาชนนิยมใช้พาวเวอร์แบงก์มากขึ้น แม้จะเป็นอุปกรณ์ที่มีความจำเป็นในชีวิตประจำวัน แต่ก็พบเหตุการณ์แบตเตอรี่ลิเธียมเกิดความร้อนสูงหรือเกิดเพลิงไหม้ในหลายประเทศ ทำให้ BTS จัดหาอุปกรณ์เฉพาะสำหรับควบคุมเพลิงจากแบตเตอรี่ลิเธียม เช่น ผ้าคลุมดับเพลิง ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา เนื่องจากไม่สามารถใช้น้ำดับเพลิงได้เหมือนไฟทั่วไป นอกจากนี้ ยังจัดฝึกอบรมพนักงานเพิ่มเติมให้สามารถรับมือเหตุฉุกเฉินได้อย่างถูกต้อง โดยเตรียมอุปกรณ์สำหรับเคลื่อนย้ายพาวเวอร์แบงก์ที่เกิดเพลิงไหม้ลงในภาชนะที่เหมาะสม รวมถึงมีแนวทางรับมือกรณีแบตเตอรี่ของรถเข็นไฟฟ้า รถวีลแชร์ไฟฟ้า และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งใช้แบตเตอรี่ลิเธียมเช่นเดียวกัน ด้วยการใช้อุปกรณ์ผ้าคลุมดับเพลิงควบคุมสถานการณ์


