สุรศักดิ์ พร้อมชง ครม. กดปุ่มไทยเที่ยวไทย พลัสเร็วที่สุด แถมอัพคูปองให้ใช้กว่า 1,000 บาท
นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า กระทรวงการท่องเที่ยวฯ เตรียมประชุมหารือร่วมกับภาคเอกชนเพิ่มเติมในรายละเอียดของโครงการไทยเที่ยวไทย พลัส เนื่องจากได้หารือร่วมกับกระทรวงการคลังแล้วในช่วงที่ผ่านมา และมีรายละเอียดบางเงื่อนไขที่ปรับเปลี่ยนจากเดิมเล็กน้อย จึงต้องหารือกับภาคชนว่า จะสามารถดำเนินการได้จริงมากน้อยเพียงใด เพื่อให้ไทยเที่ยวไทย พลัส เป็นโครงการที่สามารถกระตุ้นการใช้จ่าย และขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยได้มากที่สุด เพราะเชื่อว่าเป็นประโยชน์ต่อประชาชนแน่นอนในการช่วยลดภาระต้นทุนด้านการท่องเที่ยวให้ได้
จากนั้นจะนำรายละเอียดหารือร่วมกับกระทรวงการคลังอีกครั้ง ก่อนจะนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เร็วที่สุด ส่วนจะทันปลายเดือนสิงหาคมนี้ เพื่อให้ทันเริ่มต้นดำเนินโครงการในเดือนกันยายนตามที่กำหนดไว้หรือไม่นั้น อาจต้องรอประเมินรายละเอียดและระบบหลังบ้านอีกครั้ง
“งบประมาณที่ขอใช้จากพ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท จากการหารือกับกระทรวงการคลัง พบว่าสามารถใช้ในก้อนแรกเป็นการเยียวยาผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจได้ โดยงบประมาณที่คาดว่าจะใช้ดำเนินโครงการจะอยู่ในกรอบ 1,750-2,000 ล้านบาท ซึ่งจะสามารถส่งผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจได้กว่า 2.6 หมื่นล้านบาท โดยทางกระทรวงการคลังยืนยันว่า มีงบประมาณเพียงพอและพร้อมขยายวงเงินหากเกิดผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจที่คุ้มค่า” นายสุรศักดิ์ กล่าว
นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า รูปแบบการดำเนินโครงการจะเน้นช่วยเพิ่มรายได้ให้กับผู้ประกอบการรายย่อยเป็นหลัก โดยโครงการไทยเที่ยวไทย พลัสในเฟสนี้ รัฐบาลจะใช้กลไกการสนับสนุนแบบเงินในการออกเดินทางท่องเที่ยวที่ 50% และประชาชนใช้สิทธิจ่ายเองอีก 50% สูงสุดกำหนดไว้ที่ 5 สิทธิต่อคน จำนวนทั้งหมด 5 แสนสิทธิเพื่อนำร่องก่อน หากการตอบรับดีจะขยายเฟสเพิ่มอีกแน่นอน โดยไฮไลต์สำคัญของโครงการในครั้งนี้คือ การขยายสิทธิคูปองปรับเพิ่มมูลค่าคูปองดิจิทัลในการสนับสนุนเป็น 1,000 บาท เปิดกว้างให้ใช้ได้มากกว่าร้านอาหาร ครอบคลุมถึงบริการนวดสปา ร้านของที่ระลึก และธุรกิจบริการด้านการท่องเที่ยวอื่นๆ เพื่อให้เป็นเครื่องมือที่สามารถกระตุ้นการท่องเที่ยวและการหมุนเวียนเศรษฐกิจได้มากที่สุด
นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า จากการหารือร่วมกับกระทรวงการคลัง มีข้อที่ต้องการเน้นย้ำคือ การทำให้ผู้ประกอบการรายย่อยได้ประโยชน์มากที่สุด จึงมีแนวทางการกำหนดเกณฑ์บางประการเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์การใช้เงินกู้ อาทิ กำหนดเกณฑ์โรงแรมที่พักขนาดเล็ก ว่าจะใช้นิยามอย่างไรให้ตรงวัตถุประสงค์มากที่สุด และต้องไม่เป็นการสร้างความได้เปรียบเสียเปรียบทางด้านการตลาด เพราะหากไม่กำหนดเงื่อนไขเพิ่ม โรงแรมขนาดใหญ่จะได้ประโยชน์มากที่สุด ขณะเดียวกันการดำเนินโครงการครั้งนี้จะใช้แอพพลิเคชั่นเป๋าตัง ซึ่งประชาชนมีความคุ้นเคยในการใช้งานอยู่แล้ว เพื่อความสะดวกและโปร่งใส จะมีการเปิดให้ผู้ประกอบการลงทะเบียนใหม่ทั้งหมด แม้รอบที่ผ่านมาจะเคยเข้าร่วมโครงการแล้วก็ตาม เพราะถือว่าไม่ได้เป็นการขยายเฟสต่อเนื่อง แต่เป็นโครงการใหม่ที่มีรูปแบบคล้ายเดิม
นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า กระทรวงมีกำหนดหารือกับภาคเอกชนอีกครั้งในวันที่ 10 สิงหาคมนี้ เพื่อกำหนดเกณฑ์การวัดขนาดผู้ประกอบการรายเล็ก-ใหญ่ และหามาตรการป้องกันการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาห้องพัก (Price Hiking) แบบปรับขึ้นไปเพื่อรอรับโครงการไทยเที่ยว พลัส เพราะถือว่าไม่เป็นธรรมกับการใช้งบประมาณ และไม่สุจริตในการทำธุรกิจ โดยหากทุกอย่างเป็นไปตามแผน คาดว่าโครงการจะเริ่มดำเนินการได้เร็วที่สุดในเดือนกันยายนนี้ และจะมีระยะเวลาดำเนินงานเฟสแรกประมาณ 3-4 เดือนต่อไป

