พณ.เผย 7 เดือน บริษัทตั้งใหม่ 52,285 ราย ทั้งปี69 เกิน 8 หมื่นราย ต่างชาติลงทุนกว่า 2 แสนล้าน
เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยผลการวิเคราะห์สถานการณ์การจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่เดือนกรกฎาคม 2569 พบว่า มีธุรกิจจัดตั้งใหม่ 7,512 ราย เทียบเดือนมิถุนายน 2569 ลดลง 467 ราย หรือลด 5.85% และเทียบเดือนกรกฎาคม 2568 ลดลง 198 ราย หรือลด 2.57% ขณะที่ทุนจดทะเบียนอยู่ที่ 53,647 ล้านบาท เทียบเดือนมิถุนายน 2569 เพิ่มขึ้น 38,416 ล้านบาท หรือ 252.23% และเทียบเดือนกรกฎาคม 2568 เพิ่มขึ้น 31,629 ล้านบาท หรือเพิ่ม 143.65%
ทั้งนี้ มีนิติบุคคล 1 ราย มีทุนจดทะเบียนจัดตั้งใหม่เกิน 1,000 ล้านบาท คือ บริษัท บ้านปู จำกัด ทุน 40,496 ล้านบาท ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับพลังงาน ส่งผลให้จัดตั้งใหม่ช่วง 7 เดือนปี 2569 มีจำนวน 52,285 ราย เทียบช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 เพิ่มขึ้น 737 ราย หรือเพิ่ม 1.43% มีทุนจดทะเบียนจัดตั้งใหม่ช่วง 7 เดือนปี 2569 สะสม 164,848 ล้านบาท เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ลดลง 6,310 ล้านบาท หรือลด 3.69%
ทั้งนี้ ดูแง่อัตราการเติบโตของการจัดตั้งธุรกิจใหม่ พบว่า มี 3 ประเภทธุรกิจที่ขยายตัวอย่างน่าสนใจ เปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ได้แก่ 1. ธุรกิจการขายปลีกทางอินเทอร์เน็ต 1,529 ราย เพิ่มขึ้น 531 ราย หรือเพิ่ม 53.21% ทุนจดทะเบียน 2,508 ล้านบาท 2. ธุรกิจภัตตาคาร/ร้านอาหาร 2,492 ราย เพิ่มขึ้น 374 ราย หรือเพิ่ม 17.66% ทุนจดทะเบียน 4,064 ล้านบาท และ 3. ธุรกิจร้านขายปลีกเสื้อผ้า 624 ราย เพิ่มขึ้น 324 ราย หรือเพิ่ม 92.59% ทุนจดทะเบียน 847 ล้านบาท
นายพูนพงษ์ กล่าวว่า การจดทะเบียนเลิกประกอบกิจการเดือนกรกฎาคม 2569 มีจำนวน 2,152 ราย เทียบเดือนมิถุนายน 2569 เพิ่มขึ้น 392 ราย หรือเพิ่ม 22.27% และเทียบเดือนกรกฎาคม 2568 เพิ่มขึ้น 327 ราย หรือเพิ่ม 17.92% ทุนจดทะเบียนเลิก 6,776 ล้านบาท เทียบ เดือนมิถุนายน 2569 ลดลง 31 ล้านบาท หรือลด 0.47% และเทียบเดือนกรกฎาคม 2568 ลดลง 13,380 ล้านบาท หรือลดลง 66.38% การจดทะเบียนเลิกช่วง 7 เดือนปี 2569 มีจำนวน 9,176 ราย เพิ่มขึ้น 1,107 ราย หรือเพิ่ม 13.72%ทุนจดทะเบียนเลิกช่วง 7 เดือนสะสม105,633 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 54,933 ล้านบาท หรือเพิ่ม 108.35%
“ยอดการจดทะเบียนจัดตั้งช่วง 7 เดือนแรกปี 2569 มีจำนวน 52,285 ราย เพิ่มขึ้น 737 ราย หรือเพิ่ม 1.43% เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน โดยภาวะเศรษฐกิจช่วงที่ผ่านมาได้รับแรงสนับสนุนของนโยบายรัฐบาลอย่างไทยช่วยไทยพลัส ซึ่งเป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่รัฐบาลนำมาใช้ลดภาระค่าครองชีพ และกระตุ้นการใช้จ่ายฐานราก และโครงการภาคการเที่ยวท่องของรัฐบาลที่จะมีความชัดเจนในช่วงเดือนนี้ เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวม
อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจอื่น ๆ อาทิ ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ สถานการณ์สงครามเผชิญภาวะยืดเยื้อ ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนพลังงานด้านการขนส่งมีความผันผวน โดยเฉพาะในหมวดของใช้ อาหารสำเร็จรูป ผู้ประกอบการจึงต้องติดตามนโยบายการค้าของประเทศคู่ค้าหลักโดยเฉพาะสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด เพราะอาจกระทบต่อธุรกิจส่งออก อุตสาหกรรมการผลิต โลจิสติกส์ และธุรกิจที่อยู่ใน supply chain และจากตัวเลขจดตั้งใหม่และเลิกกิจการ ช่วง 7 เดือนของปีนี้ ยังไม่ได้สะท้อนว่าเศรษฐกิจดีขึ้นหรือแย่ลง เช็คสถิติย้อนหลังยังไม่มีอะไรที่เปลี่ยนแปลงไปจากทุกปี จึงยังคาดการณ์ยอดยื่นขอตั้งบริษัทใหม่ทั้งปี 2569 อยู่ที่ 80,000-85,000 ราย” นายพูนพงษ์ กล่าว
นายพูนพงษ์ กล่าวว่า เดือนกรกฎาคม 2569 มีการอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทย 96 ราย รวมเงินลงทุน 31,594 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนจากจีน สิงคโปร์ และสหรัฐตามลำดับ สำหรับช่วง7 เดือนแรกของปี 2569 มีการอนุญาตฯรวม 736 ราย เพิ่มขึ้น 153 ราย หรือเพิ่ม 26% เทียบช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 และมีเงินลงทุนรวม 219,208 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 59,748 ล้านบาท หรือเพิ่ม 37%
โดยประเทศที่เข้ามาลงทุนสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน 133 ราย คิดเป็น 18% ของธุรกิจต่างชาติในไทย เงินลงทุน 38,603 ล้านบาท ตามด้วย สหรัฐ 121 ราย คิดเป็น 16% เงินลงทุน 6,226 ล้านบาท สิงคโปร์ 97 ราย คิดเป็น 13% เงินลงทุน 61,112 ล้านบาท ญี่ปุ่น 94 ราย คิดเป็น 13% เงินลงทุน 45,085 ล้านบาท และ ฮ่องกง 72 ราย คิดเป็น 10% เงินลงทุน 14,077 ล้านบาท และประเทศอื่นๆ 219 ราย คิดเป็น 30% เงินลงทุน 54,105 ล้านบาท
ขณะที่การลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ช่วง 7 เดือนแรกปี 2569 มีจำนวน 220 ราย คิดเป็น 30% ของนักลงทุนต่างชาติในไทย เพิ่มขึ้น 44 ราย คิดเป็น 25% มูลค่าการลงทุนใน EEC จำนวน 85,615 ล้านบาท คิดเป็น 39% ของเงินลงทุนทั้งหมด โดยเป็นนักลงทุนจากจีน 80 ราย ลงทุน 30,042 ล้านบาท ญี่ปุ่น 31 ราย ลงทุน 22,636 ล้านบาท ฮ่องกง 26 ราย ลงทุน 4,803 ล้านบาท และประเทศอื่นๆ 83 ราย ลงทุน 28,134 ล้านบาท

