ธปท.ชี้แบงก์ไทยไตรมาส 2/69 ยังแกร่งบวก 2% สวนทางสินเชื่อเอสเอ็มอีหดตัว 4 ปีซ้อน
นายสุโชติ เปี่ยมชล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายตรวจสอบแบบจำลองและวิเคราะห์ความเสี่ยงสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ภาพรวมธนาคารพาณิชย์ ไตรมาส 2/2569 ยังมีความมั่นคงและมีเสถียรภาพ โดยมีเงินกองทุน เงินสำรอง และสภาพคล่องอยู่ในระดับสูง สินเชื่อระบบธนาคารพาณิชย์ (รวมเครือ) เติบโตที่ 2% เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 ได้แรงสนับสนุนจากการขยายตัวของสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่เป็นสำคัญตามความต้องการเงินทุนหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากต้นทุนพลังงานและราคาวัตถุดิบปรับสูงขึ้น ขณะที่สินเชื่อเอสเอ็มอีและสินเชื่ออุปโภคบริโภคยังหดตัวต่อเนื่อง ตามความเสี่ยงด้านเครดิตที่ยังอยู่ในระดับสูง
นายสุโชติ กล่าวว่า คุณภาพสินเชื่อหนี้เสีย หรือเอ็นพีแอล ปรับลดลงมาอยู่ที่ 534.8 พันล้านบาท จากการเร่งบริหารจัดการคุณภาพหนี้เป็นสำคัญ ส่งผลให้สัดส่วนเอ็นพีแอลต่อสินเชื่อรวมทรงตัวอยู่ที่ 2.82% ใกล้เคียงกับไตรมาสก่อนที่อยู่ประมาณ 2.85% ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นของสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่วนสินเชื่อ Stage 2 หรือความสินเชื่อที่มีความเสี่ยงเป็นหนี้เสียมากขึ้น ปรับลดลงมาอยู่ที่ 6.78% ส่วนหนึ่งจากลูกหนี้กลุ่มเปราะบางที่ไหลเป็นหนี้เสียเพิ่มขึ้น และก็มีลูกหนี้บางส่วนที่เดิมถูกจัดชั้นเชิงคุณภาพปรับตัวดีขึ้น โดยธนาคารพาณิชย์ยังให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ผ่านการปรับโครงสร้างหนี้เชิงป้องกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีส่วนช่วยชะลอการเกิดหนี้เสียใหม่ได้
“สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ที่ยังมีความไม่แน่นอนและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยที่ไม่ทั่วถึง ยังเป็นปัจจัยกดดันความสามารถในการชำระหนี้ รวมถึงคุณภาพสินเชื่อที่ต้องติดตามต่อไป โดยเฉพาะกลุ่มลูกหนี้เอสเอ็มอีที่เปราะบางอยู่เดิม และภาคครัวเรือนที่เผชิญกับความผันผวนของรายได้และค่าครองชีพที่สูงขึ้น ทำให้จากสถานการณ์ที่อาจจะยังไว้วางใจไม่ได้มากนัก เพราะความไม่แน่นอนของสงครามยังมีอยู่สูง ธปท.ได้มีการเตรียมมาตรการอื่นๆ ไว้รองรับอาทิ มีแนวคิดปรับเกณฑ์การสนับสนุนการปรับโครงสร้างหนี้ของธนาคารพาณิชย์ให้มีความยึดหยุ่นขึ้น เพื่อทำให้การลดค่างวดของลูกหนี้ได้ประสิทธิภาพที่มากพอ ซึ่งยังอยู่ในช่วงของการเตรียมเอาไว้ก่อนเผื่อสถานการณ์เลวร้ายลงกว่าเดิม” นายสุโชติ กล่าว
นายสุโชติ กล่าวว่า ภาพของสินเชื่อเอสเอ็มอีหดตัวต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 16 ซึ่งสาเหตุคงเป็นเรื่องของความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านเครดิตของลูกหนี้ แต่เหตุผลหลักมาจากการเร่งบริหารจัดการหนี้ของธนาคารพาณิชย์ ขณะที่การให้ความช่วยเหลือของสถาบันการเงินในเชิงป้องกันและการปรับโครงสร้างหนี้มีส่วนช่วยชะลอการเกิดเอ็นพีแอล ด้านหนี้ครัวเรือนมีการปรับลดลงเล็กน้อย สินเชื่อที่อนุมัติให้ครัวเรือนขยายตัวในระดับต่ำ ส่วนหนึ่งมีผลจากฐานคือ จีดีพีที่ปรับเพิ่มสูงขึ้นทำให้ตัวหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีปรับลดลง
นายสุโชติ กล่าวว่า ด้านการขยายตัวของสินเชื่อในเชิงปริมาณ ยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงจากไตรมาสก่อนมากนัก เป็นการปรับสูงขึ้นจากสินเชื่อรายใหญ่ที่มาจากความต้องการเงินทุนเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน ซึ่งธุรกิจขนาดใหญ่มีการขยายตัว 6.6% ส่วนสินเชื่อเอสเอ็มอีหดตัว 104.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยสินเชื่ออุปโภคบริโภคมีการปรับตัวดีขึ้นบ้าง โดยเฉพาะตัวบัตรเครดิต แต่สินเชื่อเช่าซื้อหดตัวลดลง สะท้อนผลการดำเนินงานของธนาคารพาณิชย์ ที่มีความยากลำบากในการหารายได้เช่นกัน โดยเฉพาะเรื่องของการหารายได้จากสินเชื่อที่ชะลอตัวลง จึงเห็นว่า ธนาคารมีการปรับรูปแบบธุรกิจ แม้มีรายได้จากดอกเบี้ยน้อยลงแต่รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยจะเห็นว่ามีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเป็นกำไรจากทั้งการตีมูลค่าตราสารหนี้ในการลงทุน หรือรายได้จากค่าธรรมเนียมที่ปรับสูงขึ้นในบางรายการ โดยเฉพาะค่าธรรมเนียมจากการซื้อขายหลักทรัพย์ที่เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง เป็นผลจากการการบริหารความมั่งคั่งของลูกค้าบางกลุ่มที่เพิ่มขึ้น
นายสุโชติ กล่าวว่า แนวโน้มสินเชื่อเชิงพาณิชย์ในไตรมาส 3/2569 ประเมินจากทิศทางราคาพลังงานและต้นทุนวัตถุดิบ ที่แม้ย่อตัวลงมาบ้าง แต่ถือว่ายังสูงกว่าก่อนช่วงเกิดสงคราม ทำให้แนวโน้มความต้องการเงินทุนหมุนเวียนของภาคธุรกิจคงยังมีต่อเนื่อง รวมถึงเงินที่ธุรกิจต้องการไม่ใช่แค่ธุรกิจใหญ่เท่านั้น แต่ช่วงระยะหลังเราเห็นว่า มีธุรกิจเอสเอ็มอีบางประเภทที่ต้องการเงินทุนหมุนเวียนเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น แนวโน้มสินเชื่อจึงน่าจะยังเติบโตได้ แต่ก็ยังเป็นการโตจากเรื่องซัพพลายไซด์เป็นหลัก

