‘ทักษิณ’ ชี้ไทยยังอ่อนแอ ระบบราชการอืด เตือนรับมือภัยเศรษฐกิจ-ความมั่นคงไซเบอร์
เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม ที่โรงแรมดุสิตธานี นายนำโชค โสมาภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง บริษัท โสมาภา อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) จัดงานเฉลิมฉลองครบรอบ 30 ปีแห่งการดำเนินธุรกิจ ภายใต้แนวคิด “Breaking Through the Global” พร้อมประกาศก้าวใหม่ขององค์กรเทคโนโลยีไทยในการพัฒนานวัตกรรมด้านการบริหารจัดการความมั่นคงผ่านแดนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยมี น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี และมีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี คนที่ 23 นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี คนที่ 26 รวมถึงพันธมิตรจากภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมแสดงความยินดี
นายทักษิณ กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “ความท้าทายด้านความมั่นคงในโลกยุคใหม่ เทคโนโลยีและความร่วมมือระหว่างประเทศ” โดยระบุว่า จุดเริ่มต้นของการพัฒนาระบบบริหารจัดการข้อมูลผู้โดยสารของบริษัทโสมาภา มีความเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ก่อการร้าย 11 กันยายน 2544 หรือ 9/11 ซึ่งขณะนั้นตนดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และหลายประเทศเริ่มให้ความสำคัญกับการตรวจสอบข้อมูลผู้โดยสารล่วงหน้า หรือ Advance Passenger Information (API) เพื่อคัดกรองและป้องกันภัยคุกคามด้านความมั่นคง
“เรื่องของการต้องการทราบชื่อผู้โดยสารก่อนที่จะเดินทางมาถึง เป็นหัวใจสำคัญที่จะคัดกรองผู้ก่อการร้ายทั้งหลายของโลก” นายทักษิณ กล่าวพร้อมแสดงความยินดีกับบริษัทที่เติบโตจากจุดเริ่มต้นดังกล่าวและสามารถขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศได้
นายทักษิณ กล่าวว่า ปัจจุบันภัยคุกคามต่อประเทศไทยเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก และไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะภัยทางทหารหรือความมั่นคงบริเวณชายแดนเท่านั้น แต่ครอบคลุมทั้งเศรษฐกิจ เทคโนโลยี อาชญากรรมไซเบอร์ พลังงาน การจ้างงาน และการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร ดังนั้นประเทศไทยจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมรับมือภัยคุกคามรูปแบบใหม่ โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีมาใช้ในภารกิจด้านความมั่นคง
“วันนี้อยากเป็นห่วงเรื่องภัยคุกคามที่จะมีต่อประเทศไทยในทุกมิติ เพราะโลกเปลี่ยนไปเยอะมาก” นายทักษิณ กล่าวพร้อมยกตัวอย่างสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเห็นว่าภัยคุกคามยุคใหม่มีความซับซ้อนมากขึ้น และประเทศไทยจำเป็นต้องเตรียมรับมือทั้งการสู้รบรูปแบบเดิมและการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่
นายทักษิณ กล่าวว่า การใช้โดรนในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการลาดตระเวนหรือการใช้งานทางการเกษตร แต่สามารถนำมาใช้ในการตรวจการณ์และโจมตีได้ ขณะที่การปฏิบัติภารกิจด้านความมั่นคงของไทยหลายกรณียังต้องใช้กำลังเจ้าหน้าที่จำนวนมาก ทั้งที่เทคโนโลยีสามารถเข้ามาช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานได้
“ตอนที่ผมเป็นนายกฯ ผมไปเยี่ยมกองทัพบก และได้พูดถึงภัยคุกคามสมัยใหม่ว่า เราจะเตรียมอาวุธแบบ conventional war แบบเดิมๆ คงไม่ได้แล้ว แต่วันนั้นยังไม่ค่อยมีความสนใจกัน เพราะเราไม่ได้เตรียมตัวกัน” นายทักษิณ กล่าว
สำหรับภัยคุกคามด้านเศรษฐกิจ นายทักษิณ กล่าวว่า การเข้ามาของ AI จะทำให้โครงสร้างการทำงานและตลาดแรงงานเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะตำแหน่งงานระดับเริ่มต้น ซึ่ง AI สามารถเข้ามาทำงานแทนมนุษย์ได้มากขึ้น ขณะที่แรงงานที่มีทักษะและความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านจะมีความสำคัญมากขึ้น
นายทักษิณ มองว่า องค์กรในอนาคตอาจไม่ได้มีโครงสร้างแบบพีระมิดเหมือนในปัจจุบัน แต่จะมีบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญอยู่ตรงกลาง และใช้ AI หรือ Agentic AI เข้ามาเป็นเสมือน “พนักงานที่มีความสามารถ” ช่วยทำงานในแต่ละแผนก ถ้าเราไม่ปรับตัว ก็จะเป็นภัยคุกคามที่สำคัญต่ออาชีพคนไทย ต่อการทำงาน และการจ้างงานของคนไทย ประเทศไทยต้องเตรียมคนให้พร้อมกับโลกการทำงานยุคใหม่ โดยเฉพาะการสร้างทักษะที่ตรงกับความต้องการของตลาด
นายทักษิณ ยังกล่าวถึงความสำคัญของ Cybersecurity ว่า ประเทศไทยต้องให้ความสำคัญกับการป้องกันระบบโครงสร้างพื้นฐานที่มีความสำคัญต่อชีวิตประจำวันของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นระบบไฟฟ้า ระบบประปา ระบบน้ำมัน และระบบสื่อสาร เพราะหากระบบเหล่านี้ถูกโจมตีทางไซเบอร์ ย่อมส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง วันนี้ Cybersecurity หรือความมั่นคงทางด้านระบบไซเบอร์ของเรายังไม่ค่อยดี ก็เลยอยากให้ถึงเวลาที่ต้องตื่นตัวกันเรื่องนี้
นอกจากนี้ นายทักษิณ ยังกล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงของคนรุ่นใหม่และระบบการศึกษา โดยเห็นว่าโลกในอนาคตจะให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ตลอดชีวิตมากขึ้น ขณะที่ AI จะกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการเรียนรู้และพัฒนาทักษะ ดังนั้นระบบการศึกษาต้องปรับตัวจากการมุ่งเน้น “ปริญญา” ไปสู่การสร้าง “ความรู้และทักษะ” ที่สามารถนำไปใช้ได้จริง
“แม้ในประเทศไทยจะมีเสียงวิจารณ์ว่าคนรุ่นใหม่ เด็ก Gen Z ไม่อดทนและเปลี่ยนงานบ่อย แต่ในอีกมุมหนึ่ง คนรุ่นนี้มีความต้องการเป็นผู้ประกอบการและสร้างธุรกิจของตัวเองสูง จึงควรมีการออกแบบระบบเศรษฐกิจและการศึกษาเพื่อดึงศักยภาพของคนรุ่นใหม่มาใช้ในการสร้างเศรษฐกิจของประเทศ” นายทักษิณ กล่าว
ขณะเดียวกัน นายทักษิณ ยังมองว่า การเข้าสู่สังคมอายุยืน หรือ Longevity จะเป็นอีกหนึ่งความท้าทายสำคัญ โดยเทคโนโลยีชีวการแพทย์และการพัฒนาวิทยาศาสตร์อาจทำให้มนุษย์มีอายุยืนขึ้นอย่างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อระบบบำนาญ การจ้างงาน ที่อยู่อาศัย และโครงสร้างครอบครัวในอนาคต ถ้าเรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นจริง จะทำอย่างไร จะอยู่กันอย่างไร บำนาญจะเป็นอย่างไร และระบบที่อยู่อาศัยจะเอาอย่างไร ประเทศไทยต้องเริ่มคิดถึงผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวตั้งแต่วันนี้
อีกประเด็นที่ นายทักษิณ ให้ความสำคัญคือเทคโนโลยีการสื่อสาร โดยมองว่าการสื่อสารผ่านโทรศัพท์มือถือในอนาคตจะเชื่อมโยงกับระบบดาวเทียมมากขึ้น รวมถึงการพัฒนาเครือข่ายยุคใหม่ ซึ่งจะทำให้โครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสารเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ประเทศไทยจึงต้องติดตามเทคโนโลยีให้ทันและวางแผนด้านความมั่นคงของระบบสื่อสารควบคู่กัน ขณะที่ ด้านความมั่นคงทางพลังงาน ประเทศไทยจำเป็นต้องปรับระบบไฟฟ้าให้มีความยืดหยุ่นและสามารถรองรับแหล่งพลังงานที่หลากหลาย ทั้งพลังงานหมุนเวียนและเทคโนโลยีใหม่ โดยเห็นว่าต้นทุนพลังงาน โดยเฉพาะค่าไฟฟ้า เป็นปัจจัยสำคัญต่อความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
“ไฟฟ้าต้องถูกลง ถ้าไฟฟ้าไม่ถูก ก็ไม่มีใครมาสร้างโรงงานอุตสาหกรรมในประเทศไทย” นายทักษิณ กล่าวพร้อมเห็นว่าประเทศไทยต้องสร้างความมั่นคงทางพลังงานควบคู่กับการเปิดโอกาสให้ประชาชนและภาคธุรกิจสามารถเลือกใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นายทักษิณ ยังกล่าวถึงปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศไทย ทั้งเศรษฐกิจที่อ่อนแอ ระบบราชการ และกฎหมายจำนวนมากที่อาจกลายเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ โดยเห็นว่าภาครัฐต้องปรับตัวให้ทันกับเทคโนโลยี และพิจารณานำ AI เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ในเมื่อ AI เข้ามา ระบบราชการใหญ่ขนาดนี้ ความไม่มีประสิทธิภาพจะทำอย่างไร ทำอย่างไรถึงจะคุมอัตรากำลังภาครัฐ และทำอย่างไรถึงจะให้ AI เข้ามาทำงานได้ พร้อมเสนอว่า ประเทศไทยควรทบทวนกฎหมายที่มีอยู่จำนวนมาก โดยแทนที่จะมุ่งออกกฎหมายใหม่เพียงอย่างเดียว อาจพิจารณายกเลิกกฎหมายที่ล้าสมัยและเป็นอุปสรรคต่อการแก้ปัญหาประเทศ เพื่อให้ระบบราชการมีความคล่องตัวมากขึ้น
ในช่วงท้าย นายทักษิณ เน้นย้ำถึงความสำคัญของ “ความไว้วางใจ” และ “หลักนิติธรรม” ต่อการสร้างความเชื่อมั่นของประเทศ โดยเฉพาะในระบบเศรษฐกิจทุนนิยม เพราะหากประเทศขาดความน่าเชื่อถือ นักลงทุนย่อมไม่กล้าเข้ามาลงทุน หัวใจสำคัญของเศรษฐกิจทุนนิยมมี 2 ข้อ คือ Trust ความไว้วางใจ และ Rule of Law ความเป็นนิติรัฐที่ดี ความเป็นนิติธรรม ดังนั้นประเทศไทยต้องสร้างความน่าเชื่อถือกลับคืนมา และพัฒนาบุคลากรให้มีความพร้อมต่อโลกยุคใหม่
นายทักษิณ กล่าวทิ้งท้ายว่า ภัยคุกคามในอนาคตจะครอบคลุมทั้งความมั่นคงชายแดน เศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี ระบบราชการ พลังงาน และความมั่นคงทางไซเบอร์ ดังนั้นประเทศไทยต้องเร่งปรับตัวทั้งภายในประเทศและสร้างความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์กับประเทศต่างๆ เพื่อรับมือกับโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ขณะที่ นายนำโชค กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 30 ปีที่ผ่านมา เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าความมุ่งมั่น วิสัยทัศน์ และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน สามารถเปลี่ยนความท้าทายให้กลายเป็นโอกาส และผลักดันให้องค์กรเติบโตอย่างมั่นคง โดยจุดเริ่มต้นของโสมาภา ไอที เกิดจากความตั้งใจพัฒนาเทคโนโลยีของคนไทยเพื่อสนับสนุนภารกิจสำคัญของประเทศ โดยเฉพาะระบบบริหารจัดการการผ่านแดนและระบบตรวจคนเข้าเมือง
นายนำโชคกล่าวว่า แนวคิด “Breaking Through the Global” ไม่ได้หมายถึงเพียงการขยายธุรกิจไปต่างประเทศ แต่หมายถึงการยกระดับมาตรฐานนวัตกรรมไทยให้ได้รับความเชื่อมั่นในระดับโลก ผ่านเทคโนโลยีที่มีความรับผิดชอบ โปร่งใส และสามารถสร้างคุณค่าร่วมให้กับประเทศ ผู้คน และสังคม ทั้งนี้ บริษัทเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยี AI จากองค์ความรู้ด้านระบบบริหารจัดการชายแดนที่สั่งสมมากว่า 30 ปี โดยพัฒนาระบบ AI Risk Scoring เพื่อสนับสนุนการวิเคราะห์ความเสี่ยงของบุคคลที่เดินทางเข้า-ออกประเทศ รวมถึง Application InfoSurf เพื่อช่วยเจ้าหน้าที่วิเคราะห์ข้อมูล เพิ่มประสิทธิภาพการตัดสินใจ การบริหารทรัพยากร และรับมือกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่
นายนำโชคกล่าวว่า จุดแข็งสำคัญของบริษัทคือองค์ความรู้และประสบการณ์จากข้อมูลจริงจำนวนมาก โดยระบบ AI ของบริษัทสามารถเรียนรู้จากข้อมูลธุรกรรมในระดับพันล้านรายการ ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบที่บริษัทสั่งสมมาตลอดระยะเวลา 30 ปี นอกจากนี้ ในโอกาสครบรอบ 30 ปี บริษัทได้ดำเนินโครงการ “30 ปี 30 ทุน” มอบทุนการศึกษาแก่โรงเรียนพระดาบส เพื่อส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาและร่วมพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ พร้อมเดินหน้าสร้างนวัตกรรมที่เชื่อมโยงเทคโนโลยี ความมั่นคง และเศรษฐกิจดิจิทัล เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมของภูมิภาค



