พิพัฒน์-สิริพงศ์ เปิดทดลอง M6 บางปะอิน-ปากช่อง ฟรีวันนี้ ตั้งเป้าเปิดตลอดสาย 196 กม. รับปีใหม่ 2570
เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ที่ด่านบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วย นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานเปิดทดลองให้บริการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 6 (M6) สายบางปะอิน-นครราชสีมา เพิ่มเติมช่วง บางปะอิน-ปากช่อง โดยมีระยะทางรวม 110 กิโลเมตร จากระยะทางทั้งหมด 196 กิโลเมตร ในช่วงทดลองจะเปิดให้ประชาชนใช้เส้นทาง ฟรี ทุกวันศุกร์ เวลา 12.00 น. ถึงวันอาทิตย์ เวลา 24.00 น.
นายพิพัฒน์เปิดเผยว่า ในช่วงทดลองเปิดใช้บริการตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคม 2569 จนถึงวันที่ 25 ธันวาคม 2569 จะจำกัดความเร็วไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และอนุญาตเฉพาะรถยนต์ 4 ล้อเท่านั้น เนื่องจากบางส่วนของโครงการยังอยู่ระหว่างดำเนินงานก่อสร้างและติดตั้งระบบ โดยขอให้ประชาชนปฏิบัติตามข้อกำหนดอย่างเคร่งครัด ขณะที่ตั้งแต่หลังวันที่ 31 ธันวาคม 2569 เป็นต้นไป (เริ่ม 1 มกราคม 2570) ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 6 (M6) จะเปิดให้รถทุกประเภทขึ้นได้ และการจำกัดความเร็ว เป็นไปตามกฎหมายของรถแต่ละประเภท โดยกรมทางหลวงขอความร่วมมือประชาชนไม่จอดรถบนเส้นทางหรือบริเวณที่ไม่ได้จัดไว้เป็นจุดพัก และปฏิบัติตามป้าย เครื่องหมายจราจร และคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด

“สิ่งสำคัญที่สุดในการเปิดใช้ M6 คือความปลอดภัย โดยขอให้ผู้ใช้ทางใช้ความระมัดระวัง แม้ถนนจะมีสภาพดีและช่วยให้เดินทางได้รวดเร็ว แต่ความเร็วที่เพิ่มขึ้นอาจทำให้ผู้ขับขี่ประมาทและเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้ จึงขอให้ผู้ขับขี่ปฏิบัติตามข้อจำกัดความเร็วอย่างเคร่งครัด” นายพิพัฒน์กล่าว
การเปิดทดลองช่วงบางปะอิน-ปากช่องครั้งนี้ กำหนดจุดเข้า-ออก 5 แห่ง ได้แก่ ด่านบางปะอิน ด่านหินกอง ด่านแก่งคอย ด่านมวกเหล็ก และด่านปากช่อง และสามารถเชื่อมต่อกับ M6 ช่วงปากช่อง-ทางเลี่ยงเมืองนครราชสีมาที่เปิดทดลองให้บริการอยู่แล้ว ช่วยเพิ่มขีดความสามารถของโครงข่ายถนนสู่นครราชสีมาและภาคอีสาน โดยคาดว่าจะช่วยแบ่งเบาปริมาณการจราจรบนถนนพหลโยธินและถนนมิตรภาพได้ประมาณ 30-40%
นายพิพัฒน์กล่าวว่า ปัจจุบันโครงการก่อสร้าง M6 มีความคืบหน้างานก่อสร้างโยธากว่า 99% ขณะที่งานระบบและด่านเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางมีความก้าวหน้ากว่า 92% โดยกรมทางหลวงติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะงานก่อสร้างสะพานและงานติดตั้งชิ้นส่วนต่างๆ ซึ่งเหลืออยู่ไม่มาก และมั่นใจว่าจะแล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนพฤศจิกายน 2569 จากนั้นจะใช้เวลาในการทดสอบระบบและตรวจสอบความเรียบร้อยของผิวทางและองค์ประกอบต่างๆ ก่อนเปิดให้บริการเต็มรูปแบบ
นายพิพัฒน์กล่าวว่า ส่วนการจัดเก็บค่าผ่านทางนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตั้งระบบ คาดว่าจะเริ่มจัดเก็บค่าผ่านทางได้ประมาณเดือนเมษายน 2570 โดยยังอยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะเริ่มก่อนหรือหลังเทศกาลสงกรานต์ ทั้งนี้ ตนอยากให้ทางหน่วยงานพิจารณาเลื่อนการจัดเก็บค่าผ่านทางออกไปหลังเทศกาลสงกรานต์ เนื่องจากในช่วงเทศกาลมีปริมาณรถจำนวนมาก หากมีการจัดเก็บค่าผ่านทางบริเวณด่านอาจทำให้การจราจรชะลอตัวและเกิดความแออัดได้ สำหรับอัตราค่าผ่านทาง หากเดินทางตลอดเส้นทางตั้งแต่ต้นทางจนถึงนครราชสีมา สำหรับรถ 4 ล้อ คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 250 บาท

นายพิพัฒน์กล่าวว่า ด้านความพร้อมของระบบไฟส่องสว่างบนเส้นทาง กระทรวงคมนาคมได้สั่งการให้กรมทางหลวงตรวจสอบและเร่งแก้ไขไฟส่องสว่างทุกจุดให้พร้อมใช้งาน โดยตั้งเป้าให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 25 ธันวาคม 2569 และหากเป็นไปได้ต้องมีความพร้อมตั้งแต่ช่วงเปิดทดลองให้บริการ เพื่อสร้างความปลอดภัยและความมั่นใจให้แก่ประชาชน
นายพิพัฒน์กล่าวว่า ส่วนการให้สัมปทานจุดพักรถ คาดว่าจะได้ผู้รับสัมปทานภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2570 จากนั้นกระทรวงคมนาคมจะหารือร่วมกับผู้รับสัมปทาน เพื่อเร่งรัดการพัฒนาและเปิดให้บริการจุดพักรถจุดแรกภายในปี 2570 ขณะที่ในช่วงทดลองเปิดให้บริการ กรมทางหลวงได้จัดจุดพักรถชั่วคราวไว้ 2 แห่ง ได้แก่ ทับกวาง และสีคิ้ว เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน นอกจากนี้ ในอนาคตกระทรวงคมนาคมมีแผนเชื่อมโยงทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 6 (M6) เข้ากับทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 5 (M5) และหมายเลข 9 (M9) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทางและเชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคมระหว่างภูมิภาคให้มีความต่อเนื่องมากยิ่งขึ้น
นายพิพัฒน์กล่าวว่า ขณะเดียวกัน ในวันที่ 28 สิงหาคม 2569 กรมทางหลวงเตรียมเปิดให้บริการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 82 (M82) ช่วงบางขุนเทียน-บ้านแพ้ว เพื่อเพิ่มความสะดวกในการเดินทางและรองรับการเชื่อมโยงเส้นทางสู่ภาคใต้ โดยกระทรวงคมนาคมมีเป้าหมายพัฒนาโครงข่ายมอเตอร์เวย์ให้เชื่อมต่อการเดินทางระหว่างภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดระยะเวลาในการเดินทาง เพิ่มความปลอดภัย และอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน
นายพิพัฒน์กล่าวว่า สำหรับการเตรียมความพร้อมรองรับการเดินทางในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 ซึ่งจะมีขึ้นในเดือนธันวาคม 2569 จะหารือร่วมกับหน่วยงานภายใต้กระทรวงคมนาคม เพื่อยกระดับมาตรการดูแลความปลอดภัย เพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังและป้องกันอุบัติเหตุ รวมถึงลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนในช่วงเทศกาล




