อุทัย บิ๊กแสนสิริ ถอดโมเดล อสังหาฯ ยุครักษ์โลก
วันที่ 26 สิงหาคม นายอุทัย อุทัยแสงสุข กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวในหัวข้อ“ Green Property : อสังหาฯ ยุครักษ์โลก” ในงานสัมมนา New Energy for Thailand เปลี่ยนผ่านพลังงาน เดิมพันอนาคตไทย จัดโดยกองบรรณาธิการมติชน ที่โรงแรมพูลแมน คิง พาวเวอร์ กรุงเทพฯ ห้องอินฟินิตี้ 1-2 ว่า ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เป็นธุรกิจมีผล กระทบต่อสิ่งแวดล้อม แสนสิริเป็นบริษัทที่ใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อม พลังงาน และทรัพยากรต่าง ๆ ในการสร้างที่อยู่อาศัยให้กับลูกบ้าน ไปจนถึงการใช้พลังงานภายในบ้าน

“แสนสิริดำเนินธุรกิจมากว่า 42 ปี เราผ่านมาหลายวิกฤตตั้งแต่ต้มยำกุ้ง แฮมเบอร์เกอร์ไครซิส เรามีแนวทางในการทำธุรกิจอย่างชัดเจน พยายามสร้าง Every Day…Life is Good เพราะบ้านเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างความสุข การทำธุรกิจเราจึงวางเป้าหมายว่าทำอย่างไรให้เราสามารถสร้างคุณภาพการใช้ชีวิตที่ดีให้ลูกบ้าน และอยู่อาศัยไปอย่างน้อย 50-60 ปีได้”
นายอุทัย กล่าวว่า เชื่อว่าการทำธุรกิจและการดูแลสิ่งแวดล้อมสามารถทำควบคู่กันได้ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องต้นทุนสูง แต่ต้องมีวิธีการจัดการ การเลือกใช้และกระบวนการผลิตบางอย่าง เพื่อทำให้ธุรกิจเดินต่อไปได้อย่างยั่งยืน โดยแสนสิริศึกษา Net Zero มาเป็นระยะเวลา 3-4 ปี และตั้งเป้าหมายไปสู่การใช้คาร์บอนเป็นศูนย์ในปี 2050 ล้อไปกับนโยบายของประเทศไทย

ปัจจุบันแสนสิริผลิตคาร์บอน 2 ล้านตันต่อปี เกิดจาก Scope 3 (การปล่อยกก๊าซเรือนกระจก) การใช้งานที่อยู่อาศัยของลูกค้า บริษัทจึงมี 3 แนวทางในการลดการใช้คาร์บอน ทำอย่างไรให้บ้านเย็น ประหยัดพลังงาน และลูกบ้านมีสุขภาพอนามัยที่ดี นำไปสู่ 3 แนวทางการดำเนินธุรกิจ ได้แก่ 1.Green Architecture and Design การออกแบบเพื่อสุขภาวะ (well-being) และลดการใช้พลังงานสูงสุด 2.Green Construction นวัตกรรม Green Precast ลดขยะ 15% และก่อสร้างเร็วขึ้น 3 เดือน และ 3.Green Procurement คัดเลือกคู่ค้าสายสีเขียว ซึ่งใช้วัสดุ Low-Carbon แล้วกว่า 65%
“แนวทางทั้งหมด แสนสิริต้องเข้าไปคุยกับซัพพลายเออร์ 4,000 รายกว่าถึงเป้าหมาย และการดำเนินธุรกิจไปในแนวทางนี้ร่วมกัน นอกจากนี้แสนสิริยังก่อสร้างบ้านด้วยระบบพรีคลาสท์ ทำให้เกิดขยะน้อยลง ลดระยะเวลาและรอบขนส่ง เน้นการใช้เครื่องจักรแทนคน และที่สำคัญช่วยประหยัดเวลาก่อสร้างจาก 12 เดือน เหลือ 6-7 เดือน ส่วนคอนโดพยายามใช้หลัก Low Energy ให้แต่ละโครงการใช้พลังงานให้น้อยและมีประสิทธิภาพมากที่สุด” นายอุทัยกล่าว

นายอุทัย กล่าวว่า ก่อนหน้านี้แสนสิริเคยสร้าง “บ้านต้นแบบ” ที่สามารถลดพลังงานได้ถึง 80% แต่ด้วยต้นทุนที่สูง ทำให้ยังไม่สามารถผลิตเชิงพาณิชย์ได้ แต่ได้เรียนรู้วิธีการในการสร้างที่อยู่อาศัยประหยัดพลังงานจากบ้านต้นแบบหลังนี้ได้ โดยบริษัทได้วางโครงสร้างพื้นฐานในการประหยัดพลังงานเข้าไปในทุกโครงการ โดยได้มีการติดตั้งสถานีชาร์จรถอีวี 1,200 หลัง และวางโครงสร้างพื้นฐาน 2,500 หลัง ติดตั้งโซลาร์เซลบ้านแสนสิริ 3,800 หลัง และคลับเฮ้าส์ทุกโครงการบ้าน และลดการผลิตคาร์บอนแล้วกว่า 7,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ (tCO2e)
“แสนสิริยังได้ทำการศึกษาวิจัยร่วมกับสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง นำกราฟีนเข้ามาใส่ในผนังพรีคลาสท์ เพื่อลดความร้อนของบ้านได้ 2 องศาเซลเซียส คาดว่าจะได้ใช้ใน 1-2 ปีข้างหน้า”นายอุทัย กล่าว
กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ กล่าวว่า ในส่วนของคอนโดประหยัดพลังงาน เพื่อคนเมือง มี 3 โครงการที่เป็นต้นแบบ โดยจะออกแบบให้อาคารหายใจได้ สัมพันธ์กับทิศทางลม ใช้พลังงานสะอาด และเพิ่มพื้นที่สีเขียวลดความร้อนเข้าสู่อาคาร ได้แก่ ไวด์เด็น บาย แสนสิริ, พีทีวาย และเดอะ แสตนดาร์ด เรสซิเดนซ์ หัวหิน ทำให้ประหยัดพลังงานและไฟฟ้าได้ถึง 25-35%

นอกจากนี้แสนสิริยังเปลี่ยนคอมมูนิตี้ SANSIRI T77 ที่มีทั้งคอนโด ออฟฟิศ และโรงเรียนนานาชาติ ให้เป็นเมืองต้นแบบพลังงานสะอาด เพิ่มพื้นที่สีเขียว เพิ่มเรื่องความปลอดภัย โดยให้ Liv-24 เข้ามาดูแลให้ลูกบ้านรู้สึกอุ่นใจ และการดูแลบริการหลังการขาย จากบริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เข้ามาดูแลเพิ่ม เสริมทักษะและประสิทธิภาพของการทำงานของบริษัทลูก
“ผลลัพธ์ที่ได้ พบว่าออฟฟิศสิริแคมปัส ลดค่าไฟฟ้าได้กว่า 20% ต่อเดือน และ ฮาบิโตะ ลดค่าไฟฟ้าได้กว่า 9% ต่อเดือน ซึ่งการใช้พลังงานสะอาดและลดการใช้พลังงานได้จริงนี้ นำไปสู่การใช้โมเดลนี้ขยายไปยังคอมมูนิตี้อื่น ๆ ปัจจุบันแสนสิริมี 18 คอมมูนิตี้ รวมพื้นที่ 3,800 ไร่ มูลค่า 103,842 ล้านบาท”นายอุทัย กล่าว
กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกันแสนสิริยังร่วมทำ
แซนด์บ็อกซ์กับ “บางจาก” ร่วม 10 ปี ทั้งการลดการใช้พลังงานและในการแบ่งปันพลังงานสะอาดที่เหลือจากการกักเก็บที่โซลาร์เซลกลับมาใช้ ซึ่งคาดว่าจะได้เห็นผลลัพธ์ในอนาคตต่อไป
นายอุทัย กล่าวว่า แสนสิริเป็นอสังหาฯรายแรกที่ได้รับ กรีนโลน ดอกเบี้ยพิเศษ เพื่อสอดรับไปกับ Thailand Taxonomy มาตรฐานกลางอ้างอิงในการจำแนกและจัดกลุ่มกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของไทย เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจสู่ความยั่งยืน และขยายต่อเนื่องไปยังสถาบันการเงินต่าง ๆ อาทิ ธนาคารกรุงเทพฯ และธนาคารไทยพาณิชย์ อีกทั้งยังเป็นครั้งแรกทำกรีนบอนด์อสังหาฯ เพื่อการอยู่อาศัยโครงการแรกที่ทำเลสารสิน ซึ่งจะมีการวัดค่าการใช้คาร์บอนไดออกไซด์ต่อตารางเมตรต่อปี เพื่อให้เห็นว่าลูกค้าแสนสิริมีการใช้พลังงานอย่างไร และเราจะสามารถประหยัดพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพต่อไปได้อย่างไรจนตลอดการอยู่อาศัยในโครงการของแสนสิริ 60 ปี
อ่านข่าว
- วัฒนพงษ์ เปิดทิศทาง PDP 2026 มองครบทุกด้าน พลิกระบบไฟ ดันพลังงานสะอาด-แบตเตอรี่-สมาร์ทกริด
- สุโรจน์ มองตลาด EV ไทยโตต่อเนื่อง เสนอทบทวนภาษีสรรพสามิตรถนำเข้า-เร่งขยายสถานีชาร์จ
- เอไอ ขึ้นแท่นตัวท็อป ดูดสภาพคล่องโลก สะเทือนงบเปลี่ยนผ่านพลังงาน ชูน้ำมันชีวภาพเพิ่มแต้มต่อศก.
- กัลฟ์ ชี้ Data Center ไม่น่ากลัว ไทยมาช้าแต่ได้เปรียบ ดึงมูลค่าดิจิทัลกลับประเทศ หนุนศก.รับยุคเอไอ

