บินไทยขอโทษ-เป๋าค้าง 5.6 พันใบ ลั่น 72 ชม.เคลียร์จบ เยียวยาจ่ายค่าชดเชย ชี้เหตุน้ำท่วมบ้านพนง. สุรศักดิ์ฉุนไล่พ้นเก้าอี้ กนอ.ระวังนิคมอุตจม
เมื่อวันที่ 29 กันยายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงปัญหากระเป๋าสัมภาระผู้โดยสารที่เดินทางมาด้วยสายการบินไทย ตกค้างที่สนามบินสุวรรณภูมิจำนวนมากว่า ตนได้ลงพื้นที่ร่วมกับหน่วยงาน ทั้งกระทรวงกลาโหมและกระทรวงคมนาคม ซึ่งพบว่าการลำเลียงกระเป๋าของเฉพาะสายการบินไทยมีปัญหาเนื่องจากไปรับบริการขนกระเป๋าของสายการบินในเครืออื่นด้วย ทำให้ผู้โดยสารต้องรอรับกระเป๋า บางคนต้องรอ มากกว่า 5 ถึง 6 ชั่วโมง หรือมากกว่านั้น และช่วงที่ฝนตกหนัก ทำให้พนักงานของบริษัทการบินไทยไม่สามารถเดินทางมาปฏิบัติหน้าที่ได้ โดยเฉพาะพนักงานขนกระเป๋า จึงทำให้กระเป๋าตกค้างสะสม ซึ่งปัจจุบันสัมภาระก็ยังถูกกองอยู่เยอะ
“ผู้บริหารจะต้องทำงานเชิงรุกให้มากกว่านี้ หรือคิดว่าใกล้จะครบวาระ จะไม่ทำอะไรเลยไม่ได้ หากไม่พร้อมทำงานควรลาออกไปเลย เพราะวันนั้นที่ตนไปลงพื้นที่ ตนก็ยังรู้สึกกระวนกระวาย มากกว่าผู้ที่ต้องรับผิดชอบหน้าที่โดยตรง” นายสุรศักดิ์กล่าว
เมื่อถามว่า รัฐมนตรีดูโมโหกับเหตุการณ์นี้ นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า ตนได้ประสบพบเจอกับตนเอง หลังจากกลับมาจากเอเชียนเกมส์ ตนเองก็ไม่ได้รับกระเป๋า ขอมารับภายหลัง และทุกหน่วยงานได้สะท้อนปัญหามาถึงตนตนงกันทั้งหมด ว่าไม่ได้รับความร่วมมือทั้งที่หน่วยงานต่างๆ พร้อมให้การช่วยเหลือ ซึ่งตนก็ไม่สบายใจกับการทำงานเช่นนี้ของสายการบินไทย เพราะเป็นชื่อเสียงของประเทศ เสียภาพลักษณ์ และทราบว่าผู้บริหารใกล้จะครบวาระแล้ว ถ้าไม่อยากทำงานก็พิจารณาตนเองเร็วๆ คนอื่นที่พร้อมทำงานจะได้มาทำหน้าที่ แล้วตอนนี้สายการบินที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด คือ สายการบินไทย
นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยแถลงข่าวถึงกรณีปัญหาการให้บริการในช่วง 3 วันที่ผ่านมาว่า การบินไทยต้องขออภัยผู้โดยสารและลูกค้าที่ได้รับผลกระทบ โดยปัญหาที่เกิดขึ้น สาเหตุหลักเกิดจากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่รอบสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นที่พักอาศัยของพนักงานภาคพื้นดิน ทำให้ไม่สามารถเดินทางมาปฏิบัติงานได้ โดยเฉพาะแรงงานที่ต้องใช้ทักษะและใบอนุญาตเฉพาะ รวมถึงตำแหน่งโหลดมาสเตอร์ ซึ่งปกติต้องใช้ประมาณ 45 คนต่อวัน แต่มีพนักงานมาปฏิบัติงานเพียงประมาณ 20 คน ทำให้ผู้บริหารที่มีใบอนุญาตต้องลงไปช่วยกำกับงานข้างเครื่องบิน
นายชาย กล่าวว่า ขณะที่แรงงานทั่วไปต้องใช้ประมาณ 500 กว่าคน แต่มีผู้มาปฏิบัติงานจริงประมาณ 200-300 คน ส่งผลให้กำลังแรงงานขาดหายไปเกือบครึ่งหนึ่ง นอกจากนี้ ยังเกิดปัญหาคาร์โก้ค้างสะสมในคลังสินค้า เนื่องจากผู้ประกอบการภายนอกไม่สามารถเข้ามารับสินค้าออกไปได้ ทำให้สินค้าและอุปกรณ์ลากค้างอยู่ในระบบ และกระทบต่ออุปกรณ์ที่ใช้ขนถ่ายสัมภาระจากเครื่องบิน
นายชาย กล่าวว่า สำหรับสัมภาระตกค้าง ปัจจุบันมีประมาณ 5,600 ใบ การบินไทยตั้งเป้าเคลียร์ให้ได้ภายใน 72 ชั่วโมง โดยร่วมกับบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ขนย้ายสัมภาระจากสายพานภายในอาคารออกมาจัดเป็นโซนตามวันและเที่ยวบิน เพื่อให้ผู้โดยสารตรวจสอบแท็กสัมภาระและรับคืนได้
นายชาย กล่าวว่า ส่วนการเยียวยาผู้โดยสาร การบินไทยเตรียมเปิดจุดให้บริการเพื่อจ่ายค่าชดเชยกรณีสัมภาระล่าช้าและเที่ยวบินล่าช้าตามเกณฑ์ที่กำหนด โดยจะเริ่มตั้งจุดให้บริการในช่วงบ่ายวันนี้ (29 กันยายน 2569) ทั้งบริเวณภายในและภายนอกอาคารผู้โดยสาร
นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า สถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมหลายพื้นที่ ส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมทั้งโรงงาน ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี นิคมอุตสาหกรรม และชุมชนโดยรอบ โดยศูนย์บริหารสถานการณ์วิกฤต กระทรวงอุตสาหกรรม(CMC) รายงานข้อมูล ณ วันที่ 28 กันยายน 2569 พบสถานประกอบการได้รับผลกระทบ 40 จังหวัด รวม 1,267 ราย คิดเป็นโรงงาน 52 ราย เอสเอ็มอี 1,162 ราย เหมืองแร่ 2 ราย และวิสาหกิจชุมชน 51 ราย มีมูลค่าความเสียหายเบื้องต้น 22.18 ล้านบาท
นายวราวุธ กล่าวว่า ด้านนิคมอุตสาหกรรม การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) จัดพื้นที่เฝ้าระวังสูง 2 แห่ง ได้แก่ นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี และนิคมอุตสาหกรรมบางพลี โดยอมตะซิตี้มีน้ำท่วมขังในเฟส 1-5 ราว 10-20 เซนติเมตร และเฟส 7-9 สูงประมาณ 70 เซนติเมตรจากระดับถนน กนอ.เร่งปิดกั้นถนนและแนวคันดิน พร้อมเดินเครื่องสูบน้ำ 26 จุดเต็มกำลัง รวม 43,000 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง เพื่อเร่งระบายออกจากพื้นที่

