ผู้เลี้ยงไก่ไข่ประสานเสียง ย้ำไม่ขาดตลาด ยันส่งผลผลิตเข้าสู่ตลาดต่อเนื่อง แม้แหล่งผลิต-ขนส่งเจอท่วม
เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม นางพเยาว์ อริกุล นายกสมาคมการค้าผู้เลี้ยงไก่ไข่รายย่อยภาคกลาง เปิดเผยว่า สมาคมได้ติดตามสถานการณ์อุทกภัยอย่างใกล้ชิด แม้ว่าผลผลิตไข่ไก่ในพื้นที่ฟาร์มบางส่วน เช่น จ.ฉะเชิงเทรา ระยอง ปราจีนบุรี นครนายก กรุงเทพฯและปริมณฑลจะเสียหายบางส่วน แต่ภาพรวมยังสามารถผลิตได้เพียงพอต่อความต้องการ และจำหน่ายตามราคาเพดานที่กำหนด
“พื้นที่เลี้ยงไก่ไข่เสียหายบางส่วนเท่านั้น แต่สมาคมพร้อมให้ความร่วมมือกับกรมการค้าภายในจัดหาผลผลิต และกระจายไข่สู่เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าไข่ไก่ได้อย่างพอเพียง และจำหน่ายในเพดานราคาที่กำหนด” นางพเยาว์ระบุ
นายสุเทพ สุวรรณรัตน์ นายกสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ภาคใต้ เปิดเผยว่า น้ำท่วมส่งผลกระทบต่อผลผลิตไข่ไก่ในบางพื้นที่เสียหายบางส่วน แต่ภาพรวมยังสามารถผลิตได้เพียงพอต่อความต้องการ ในส่วนของภาคใต้พร้อมที่จะช่วยประสานให้ความช่วยเหลือในการเพิ่มการกระจายไข่ไก่มายังพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อเสริมความมั่นใจให้ประชาชน ในช่วงน้ำท่วมความต้องการบริโภคอาจจะเพิ่มขึ้นกว่าปกติ แต่คาดว่าหลังจากนี้สถานการณ์ความต้องจะปรับสู่ภาวะปกติ และเข้าสู่ช่วงเทศกาลกินเจ ระหว่างวันที่ 10-18 ตุลาคม 2569
สอดคล้องกับนายมาโนช ชูทับทิม นายกสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ ให้สัมภาษณ์ว่า แม้สถานการณ์อุทกภัยจะส่งผลกระทบต่อการเลี้ยงไก่ไข่ในบางพื้นที่ แต่โดยภาพรวมผลผลิตไข่ไก่ยังมีตามปกติ ส่วนราคาจำหน่ายต้นทางยังไม่มีการปรับเพิ่มราคาแต่อย่างใด โดยพร้อมให้ความร่วมมือกับภาครัฐในการดูแลทั้งปริมาณผลผลิตและการกระจายไข่ไก่ในช่วงสถานการณ์อุทกภัย
ขณะที่วานนี้ (1 ต.ค.) นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน ได้ประชุมขอความร่วมมือทั้งในส่วนของผู้ผลิตและผู้ประกอบการค้าปลีก เพื่อเพิ่มสินค้าเข้าสู่ช่องทางค้าปลีก รองรับความต้องการของประชาชน พร้อมปรับระบบการกระจายสินค้าและบริหารสต๊อกให้เหมาะสมกับสถานการณ์ พร้อมทั้งขอความร่วมมือให้กรมปศุสัตว์ ขยายระยะเวลาแม่ไก่ยืนกรงเพิ่ม 3-5 สัปดาห์ เพื่อรักษาปริมาณแม่ไก่ในระบบและเพิ่มปริมาณไข่

