หน้าแรก เศรษฐกิจ เอกนิติ เปิดเ...

เอกนิติ เปิดเวที Bangkok Blueprint ปลุกทั่วโลกรับมือภัยการเงินไร้พรมแดน อุดช่องโหว่ภัยการเงินดิจิทัล สูญ 1 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี

14.10.26 | 13:12 น.

เอกนิติ เปิดเวที Bangkok Blueprint ปลุกทั่วโลกรับมือภัยการเงินไร้พรมแดน อุดช่องโหว่ภัยการเงินดิจิทัล สูญ 1 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวเปิดเวที Bangkok Blueprint for Fraud Resilient Financial Services ภายในการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 (IMF-World Bank Annual Meetings 2026) ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคม ว่า ปัญหาภัยคุกคามและการฉ้อโกงทางดิจิทัลได้ยกระดับกลายเป็นวิกฤตระดับโลกที่สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจโลกสูงถึงประมาณ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี หรือคิดเป็นสัดส่วนราว 3% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของโลก โดยรูปแบบการหลอกลวงได้พัฒนาความซับซ้อนขึ้นอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่อีเมลลูกโซ่ในช่วงต้นยุค 2000 จนถึงการใช้เทคโนโลยี AI Deepfake ในปัจจุบัน


นายเอกนิติ กล่าวว่า ความท้าทายสำคัญของโลกการเงินยุคใหม่คือมิจฉาชีพมีลักษณะการทำงานแบบไร้พรมแดนอย่างสมบูรณ์ เหยื่ออาจอยู่ในประเทศหนึ่ง ในขณะที่ผู้ก่อเหตุสั่งการจากอีกประเทศหนึ่ง และเส้นทางการเงินถูกยักย้ายถ่ายเทผ่านบัญชีในประเทศที่สาม อย่างไรก็ตาม การรับมือและการบังคับใช้กฎหมายส่วนใหญ่ยังคงจำกัดอยู่เพียงระดับชาติและขาดการประสานงานที่รวดเร็วพอ ทำให้มิจฉาชีพอาศัยช่องโหว่ทางกฎหมายระหว่างเขตแดนในการหลบหนี ซึ่งตอกย้ำให้เห็นว่าไม่มีประเทศใดสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้เพียงลำพัง

นายเอกนิติ กล่าวว่า ด้วยเหตุนี้ กระทรวงการคลัง พร้อมด้วยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารโลก (World Bank) จึงได้ผลักดันและเปิดตัว Bangkok Blueprint เพื่อใช้เป็นกรอบการทำงานและคู่มือเชิงนโยบายระดับสากล โดยมีเป้าหมายหลักในการสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงิน (Fraud Resilient) ให้ประชาชนรู้สึกปลอดภัยในการใช้บริการทางการเงินดิจิทัล ซึ่งมีความสำคัญยิ่งต่อการเข้าถึงบริการทางการเงินและเพื่อรักษาความเชื่อมั่นในระบบเศรษฐกิจโดยรวม พิมพ์เขียวดังกล่าวขับเคลื่อนผ่านแนวคิดหลัก 3 ประการ ได้แก่

1.การบูรณาการความร่วมมือทั้งระบบนิเวศ (Whole System Approach) โดยการแก้ปัญหาต้องมองภาพรวมทั้งหมด แม้การหลอกลวงจะเริ่มต้นบนแพลตฟอร์มดิจิทัล แต่เม็ดเงินของเหยื่อถูกโอนผ่านบัญชีธนาคาร ดังนั้น ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรคมนาคมและแพลตฟอร์มดิจิทัลต้องเข้ามามีส่วนร่วมรับผิดชอบด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้การหลอกลวงเกิดขึ้นตั้งแต่แรก และทำงานร่วมกันเพื่อช่วยเหลือเหยื่อในการติดตามเงินกลับคืนมา

Advertisement

2.การออกแบบเพื่อรองรับการปฏิบัติการระหว่างประเทศ ซึ่งพิมพ์เขียวนี้มุ่งสร้างความร่วมมือข้ามพรมแดนอย่างเป็นรูปธรรม เพื่ออุดช่องโหว่ระดับชาติที่มิจฉาชีพใช้เป็นช่องทาง โดยไทยคาดหวังให้องค์กรระหว่างประเทศนำกรอบการทำงานที่เริ่มต้นในกรุงเทพฯ แห่งนี้ ไปสานต่อเพื่อนำไปสู่ความร่วมมือที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้นระหว่างประเทศ

3.การนำไปปฏิบัติได้จริง (Practicality) โดยตัวพิมพ์เขียวถูกออกแบบให้มีความยืดหยุ่นสูง เพื่อให้แต่ละประเทศสามารถนำไปปรับใช้ให้สอดคล้องกับบริบททางกฎหมายและขีดความสามารถของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด นอกจากนี้ ประสบการณ์จากประเทศต่างๆ ที่นำไปใช้งาน จะถูกรวบรวมกลับมาเพื่อเป็นข้อมูลอ้างอิงให้แก่หน่วยงานกำหนดมาตรฐานระหว่างประเทศต่อไป

นอกจากพิมพ์เขียวหลักแล้ว ภายในเวทียังได้มีการเปิดตัวเอกสารคู่มือปฏิบัติการ “Bangkok Blueprint in Action” ซึ่งเป็นการรวบรวมกรณีศึกษาและประสบการณ์เชิงปฏิบัติจาก 4 พื้นที่เศรษฐกิจ ได้แก่ ประเทศไทย ฮ่องกง มาเลเซีย และสิงคโปร์ เอกสารนี้จะช่วยชี้ให้เห็นถึงความท้าทายในการนำนโยบายไปปฏิบัติจริง รวมถึงกุญแจสำคัญในการก้าวข้ามอุปสรรคเหล่านั้น

นายเอกนิติ กล่าวว่า หากยกตัวอย่างจากประเทศไทยที่นำแนวคิดของพิมพ์เขียวนี้ไปปฏิบัติจริง คือ โครงการ Connect the Dots ซึ่งริเริ่มขึ้นเพื่อแก้ปัญหา (Pain points) ของภาครัฐที่เดิมทีข้อมูลการฉ้อโกงถูกจัดเก็บแยกส่วนกันตามหน่วยงานต่างๆ สู่การบูรณาการฐานข้อมูลทั้งหมดเข้าด้วยกัน ทำให้สามารถวิเคราะห์และเห็นรูปแบบอาชญากรรมที่อาจตกหล่นไป ช่วยให้ภาครัฐและภาคการเงินระบุการฉ้อโกงได้ตั้งแต่ระยะต้นและตอบสนองได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“ความท้าทายต่อไปของทั้งไทยและประชาคมโลก คือการยกระดับการเชื่อมโยงข้อมูลแบบ Connect the Dots ให้ข้ามพรมแดนได้ เพราะจุดข้อมูลของมิจฉาชีพไม่ได้หยุดอยู่แค่ที่พรมแดน หากเราทำได้ เราจะสามารถสร้างระบบการเงินที่ทั้งครอบคลุมและมีความยืดหยุ่นปลอดภัยสำหรับประชาชนได้อย่างแท้จริง เพราะการฉ้อโกงไม่มีพรมแดน การรับมือของเราก็ควรข้ามพรมแดนเช่นเดียวกัน” นายเอกนิติ กล่าว