หน้าแรก เศรษฐกิจ ค้าปลีก-ผู้ผล...

ค้าปลีก-ผู้ผลิตยันสินค้าพอ ไม่ขึ้นราคา รับน้ำท่วม เหลือ 29 สาขาปิดชั่วคราว เร่งฟื้นฟู-เติมสต็อก

16.10.26 | 10:23 น.

ค้าปลีก-ผู้ผลิต ยืนยันผ่านวอร์รูมค้าภายใน กระจายสินค้าลงสาขาเพียงพอ เหลือ 29 สาขาปิดชั่วคราว

วันที่ 16 ตุลาคม นายฉันทพัทธ์ ปัญจมานนท์ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมได้ประชุมศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจ (War Room) ด้านสินค้าอุปโภคบริโภค ตามนโยบายของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ สั่งการให้กระทรวงพาณิชย์ติดตามปริมาณและราคาสินค้า รวมทั้งสินค้าที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ทั้งนี้ ในส่วนศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจด้านสินค้าอุปโภคบริโภค ที่ตนเป็นประธาน ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบศูนย์กระจายสินค้าภาคเอกชน พร้อมติดตามสถานการณ์สต็อกสินค้าและมาตรการรับมือน้ำท่วมก่อนหน้านี้ และล่าสุดเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม ได้ประชุมติดตามสถานการณ์และการลงพื้นที่ตรวจสอบ พบว่า ผู้ประกอบการทุกกลุ่มสินค้าได้จัดเตรียมสินค้าที่จำเป็นต้องใช้หลังน้ำลดให้มีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการใช้ สินค้าเต็มศูนย์ มีการปรับการกระจายสินค้าไปยังพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงมีระบบโลจิสติกส์รองรับไว้พร้อม สามารถเติมสินค้าเข้าสู่ระบบได้ตามปกติและเต็มชั้นวางตลอดเวลา และไม่ปรับขึ้นราคา พร้อมยินดีให้ความร่วมมือในการจัดทำแคมเปญพิเศษและรายการส่งเสริมการขาย

ทั้งนี้ ผลการตรวจเยี่ยมศูนย์กระจายสินค้าสำคัญๆของห้างค้าปลีกค้าส่งรายใหญ่ ช่วงวันที่ 12–15 ตุลาคม 2569 ได้แก่ บิ๊กซี, โลตัส, ท็อปส์, ซีเจ มอร์, ลอว์สัน 108 Shop, และเดอะมอลล์ กรุ๊ป (กูร์เมต์ มาร์เก็ต) พบว่า ผู้ประกอบการมีความพร้อมในการรับมีอวิกฤตินํ้าท่วมครั้งนี้เป็นอย่างมาก และกรมขอให้ทุกห้างเพิ่ม safety stock เพื่อให้สินค้ามีเพียงพอต่อความต้องการ พร้อมทั้งมีแผนรองรับสำหรับพนักงานเพื่อให้มีความพร้อมในการให้บริการแก่ประชาชนในทุกพื้นที่ รวมทั้งเร่งฟื้นฟูสาขาที่ปิดอยู่


“ข้อมูล ณ วันที่ 15 ตุลาคม พบว่าห้างค้าส่งค้าปลีก และร้านสะดวกซื้อ จำนวน 23,668 สาขา ยังปิดชั่วคราว 29 สาขา ซึ่งทุกห้างได้ตอบรับในการให้ความร่วมมือดังกล่าวเป็นอย่างดี” นายฉันทพัทธ์ กล่าว

นายฉันทพัทธ์ กล่าวว่า จากพยากรณ์อากาศกรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์ว่า ประเทศไทยตอนบนจะยังคงมีฝนตก และภาคใต้มีฝนตกต่อเนื่องและตกหนักในบางพื้นที่ ดังนั้นเพื่อให้การดำเนินการของWar Roomด้านสินค้าอุปโภคบริโภค สามารถบริหารจัดการสินค้าในสถานการณ์อุทกภัยให้เป็นไปอย่างรวดเร็ว และทันต่อสถานการณ์ จึงขอความร่วมมือให้สมาคมฯหรือบริษัทที่เป็นสมาชิกของสมาคมฯ รายงานสถานการณ์ ปัญหา อุปสรรค หรือการขอรับความช่วยเหลือจากภาครัฐต่อศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจฯ เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาในการบริหารจัดการสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการในแต่ละพื้นที่ มุ่งกระจายสินค้าอย่างทั่วถึงและรวดเร็ว และกำชับไม่ให้ฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาเอาเปรียบประชาชน หากจำหน่ายสินค้าราคาสูงเกินสมควร มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยประชาชนร้องเรียนได้ที่สายด่วน 1569