หน้าแรก เศรษฐกิจ ขสมก. ลงนามข้...

ขสมก. ลงนามข้อตกลงคุณธรรม เตรียมเช่าเมล์ EV 800 คัน เล็งเก็บรถเมล์แดงรับมือภัยพิบัติ

19.10.26 | 17:42 น.

ขสมก. ลงนามข้อตกลงคุณธรรม เตรียมเช่าเมล์ EV 800 คัน เล็งเก็บรถเมล์แดงรับมือภัยพิบัติ

เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม ที่ห้องประชุมรถเมล์มหานคร องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงคุณธรรม โครงการเช่ารถโดยสารประจำทางปรับอากาศพลังงานสะอาด (EV) (ระหว่างหน่วยงานของภาครัฐเจ้าของโครงการ ผู้ประกอบการและผู้สังเกตุการณ์)

นายกิตติกานต์ จอมดวง จารุวรพลกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยว่า โครงการเช่ารถโดยสาร EV เพิ่ม 800 คัน เป็นโครงการต่อเนื่องจากการเช่ารถโดยสาร EV จำนวน 1,520 คัน มีเป้าหมายเพื่อนำรถใหม่มาทดแทนรถโดยสารปรับอากาศเครื่องยนต์ดีเซลเดิม ซึ่งบางส่วนมีอายุการใช้งานประมาณ 30 ปี ส่งผลให้มีต้นทุนซ่อมบำรุงสูงและหาอะไหล่ได้ยาก ซึ่ง เมื่อรวมรถโดยสาร EV จากทั้ง 2 โครงการ จำนวน 2,320 คัน กับรถโดยสารที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ (NGV) ซึ่งมีอยู่ประมาณ 700-800 คัน จะทำให้ ขสมก.มีรถโดยสารให้บริการรวมประมาณ 3,000 กว่าคันขึ้นซึ่งประเมินว่าเพียงพอต่อการให้บริการในปัจจุบันไปอีก 7-10 ปี อย่างไรก็ตาม หากมีการปรับเปลี่ยนเส้นทางหรือรูปแบบการให้บริการในอนาคต อาจต้องพิจารณาความต้องการรถเพิ่มเติมตามความเหมาะสม


นายกิตติกานต์ กล่าวว่า ตามขั้นตอนการขออนุมัติโครงการนั้น ขสมก. ในฐานะรัฐวิสาหกิจ จะต้องเสนอแผนโครงการให้คณะกรรมการบริหารกิจการ ขสมก. (บอร์ด ขสมก.) พิจารณา ก่อนเสนอผ่านกระทรวงคมนาคมเพื่อขออนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยขณะนี้ยังต้องรอความชัดเจนเรื่องการแต่งตั้งบอร์ดชุดใหม่ ซึ่งคาดว่าจะมีความคืบหน้าภายในเดือนพฤศจิกายน 2569 ซึ่งระหว่างนี้ ขสมก. จะเร่งศึกษาความต้องการและจัดทำรายละเอียดโครงการ รวมถึงเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถเสนอให้บอร์ดพิจารณาได้ทันทีเมื่อมีการแต่งตั้งและเข้าปฏิบัติหน้าที่ ก่อนส่งต่อกระทรวงคมนาคมและ ครม. ตามขั้นตอน และ หลังได้รับอนุมัติจาก ครม. แล้ว ขสมก. จะประกาศเชิญชวนผู้ประกอบการเข้าร่วมประมูลและดำเนินการคัดเลือกผู้รับจ้าง โดยตั้งเป้าลงนามสัญญาในช่วงเดือนมกราคม-มีนาคม 2570 และจะเร่งรัดการรับมอบรถภายในปลายปี 2570 ส่วนข้อกำหนด Local Content ยังคาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 40% โดยเน้นการประกอบรถในประเทศ แต่ทั้งนี้ กรอบเวลาดังกล่าวขึ้นอยู่กับความคืบหน้าในการแต่งตั้งบอร์ดชุดใหม่และกระบวนการอนุมัติที่เกี่ยวข้อง

นายกิตติกานต์ กล่าวว่า จากเหตุการณ์อุทกภัยที่ผ่านมา ขสมก. ได้หยิบยกประเด็นเรื่องการเก็บรักษารถโดยสารเครื่องยนต์ดีเซลสีแดงบางส่วนไว้ เพื่อใช้เป็นรถเฉพาะกิจในยามเกิดภัยพิบัติ เนื่องจากรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) มีข้อจำกัดด้านระบบอิเล็กทรอนิกส์และแบตเตอรี่ที่ไม่ควรนำไปลุยน้ำท่วมขังลึก เพราะอาจสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินมูลค่าสูงและไม่คุ้มค่าในการซ่อมแซม ดังนั้น ในภาพรวมแม้รถ EV จะช่วยยกระดับสิ่งแวดล้อมและลดมลพิษในภาวะปกติ แต่ ขสมก. จะต้องมีระบบแจ้งเตือน (Early Warning) และแผนเคลื่อนย้ายรถ EV ออกจากพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมอย่างทันท่วงที ควบคู่ไปกับการเตรียมรถดีเซลไว้สนับสนุนภารกิจช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนในยามฉุกเฉินอย่างเหมาะสม

นายกิตติกานต์ กล่าวว่า ขณะที่การลงนามบันทึกข้อตกลงคุณธรรมครั้งนี้ มีการแต่งตั้งผู้สังเกตการณ์ประจำโครงการ 3 คน โดยมีนางสุภาภรณ์ ศิริกุล เป็นผู้นำทีมผู้สังเกตการณ์ พร้อมผู้สังเกตการณ์อีก 2 คน เพื่อร่วมติดตามการดำเนินงานและให้ข้อเสนอแนะตามความรู้ความเชี่ยวชาญ โดย ยืนยันว่าผู้สังเกตการณ์ต้องมีความเป็นอิสระ สามารถให้ความเห็นหรือคำแนะนำใด ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะในเรื่องการปฏิบัติตามระเบียบหรือแนวทางต่าง ๆ ว่าเป็นไปตามที่กรมบัญชีกลางกำหนดหรือไม่ แต่ในเรื่องการอนุมัติหรือไม่อนุมัติโครงการ ผู้สังเกตการณ์จะไม่เข้าไปแทรกแซงการตัดสินใจของเจ้าของโครงการและหากพบสิ่งผิดปกติในโครงการ ผู้สังเกตการณ์จะรายงานไว้ในรายงานประจำเดือน หรือหากเป็นเรื่องที่มีนัยยะสำคัญ ก็จะรายงานให้ผู้บริหารรับทราบ เพื่อให้ผู้บริหารนำไปประกอบการพิจารณาต่อไป

Advertisement

ตัวแทนจากกรมบัญชีกลาง ระบุว่า ข้อตกลงคุณธรรมเป็นกลไกความร่วมมือระหว่างหน่วยงานรัฐ ผู้ประกอบการ และผู้สังเกตการณ์ ตามกฎหมายจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 โดยผู้สังเกตการณ์จะติดตามกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างตั้งแต่จัดทำขอบเขตของงาน (TOR) ไปจนถึงการเบิกจ่ายเงินงวดสุดท้าย พร้อมจัดทำรายงานผลการสังเกตการณ์เป็นรายเดือน หากพบข้อสงสัยหรือประเด็นที่ต้องชี้แจง หน่วยงานเจ้าของโครงการต้องตอบข้อสังเกตภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยทั่วไปคือ 15 วัน หากยังไม่มีคำชี้แจงหรือข้อสงสัยไม่ได้รับการคลี่คลาย อาจมีการจัดทำรายงานเพิ่มเติมและเสนอคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องพิจารณา ทั้งนี้ การมีข้อสังเกตไม่ได้หมายความว่าหน่วยงานกระทำการทุจริต แต่เป็นกลไกตรวจสอบเพื่อให้กระบวนการดำเนินงานโปร่งใสและตรวจสอบได้