ผู้โดยสารโวย กระเป๋าถูกรื้อเละ ห่วงกฎใหม่ค้นไม่บอก สุวรรณภูมิแจงไม่พบ จนท.เปิดตรวจ
เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ชี้แจงผลตรวจสอบ กรณีผู้โดยสารร้องเรียนสัมภาระถูกรื้อค้น ยืนยันไม่พบการเปิดตรวจโดยเจ้าหน้าที่ตรวจค้นของสนามบิน พร้อมย้ำมาตรการตรวจค้นสัมภาระมุ่งเน้นความปลอดภัยและสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้
ตามที่เพจเฟซบุ๊ก “เบ้นพาไป-Benz pa pai Journey” ได้เผยแพร่ข้อมูลเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2569 เกี่ยวกับกรณีสัมภาระเดินทางมีร่องรอยการเปิดและรื้อค้น โดยมีข้อสงสัยว่าอาจเกี่ยวข้องกับมาตรการใหม่ ที่อนุญาตให้เจ้าหน้าที่สามารถเปิดตรวจสัมภาระโดยไม่มีเจ้าของสัมภาระอยู่ด้วยนั้น ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) ได้ให้ความสำคัญกับข้อร้องเรียนดังกล่าว และเร่งประสานขอข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้ร้องเรียนเพื่อดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง
จากข้อมูลที่ได้รับ พบว่าผู้ร้องเรียนเดินทางกับสายการบินไห่หนานแอร์ไลน์ (Hainan Airlines)
เที่ยวบิน HU 424 เส้นทาง ทสภ.-ฉงชิ่ง เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2569 ทสภ.จึงได้ตรวจสอบข้อมูลจากระบบตรวจสอบสัมภาระ บันทึกการปฏิบัติงาน และ ภาพจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ในส่วนที่เกี่ยวข้อง พบว่าสัมภาระใบดังกล่าวผ่านกระบวนการตรวจสอบด้านการรักษาความปลอดภัย โดยระบบไม่พบวัตถุต้องห้าม หรือวัตถุที่เป็นอันตรายต่ออากาศยาน ซึ่งจำเป็นต้องดำเนินการตรวจค้นเพิ่มเติม และสัมภาระได้ถูกลำเลียงผ่านระบบอัตโนมัติไปยังพื้นที่คัดแยกสัมภาระ (Make-up Unit) ตามขั้นตอนปกติ โดยผลการตรวจสอบในส่วนที่เกี่ยวข้อง ไม่พบว่ามีการเปิดตรวจสัมภาระใบดังกล่าวโดยเจ้าหน้าที่ของ ทสภ.
ทสภ.ขอเรียนชี้แจงว่า การเปิดตรวจสัมภาระเพิ่มเติมจะดำเนินการเฉพาะกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัย
ตามหลักเกณฑ์และขั้นตอนด้านการรักษาความปลอดภัยการบินที่กำหนด มิใช่การเปิดตรวจสัมภาระทุกใบ
เป็นการทั่วไป ส่วนขั้นตอนการลำเลียง คัดแยก และขนถ่ายสัมภาระ (Baggage Handling) อยู่ในความรับผิดชอบและการดูแลของสายการบินและผู้ให้บริการภาคพื้น (Ground Handler) ที่สายการบินจัดจ้าง
เพื่อให้การตรวจสอบข้อเท็จจริงเป็นไปอย่างครบถ้วนและรอบด้าน ทสภ.ได้แนะนำให้ผู้ร้องเรียน
แจ้งสายการบินเพื่อประสานการตรวจสอบกับผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสามารถแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อเป็นหลักฐานประกอบการตรวจสอบต่อไป
ทั้งนี้ ทสภ.พร้อมให้ความร่วมมือและสนับสนุนข้อมูลในส่วนที่เกี่ยวข้องตามอำนาจหน้าที่ เพื่อให้สามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงได้อย่างเหมาะสม โดยขอสร้างความเข้าใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับมาตรการตรวจค้นสัมภาระลงทะเบียน (Checked Baggage) ตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.)
ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม 2569 ว่า มาตรการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการรักษาความปลอดภัยการบิน โดยอนุญาตให้เปิดตรวจสัมภาระโดยไม่มีผู้โดยสารหรือเจ้าของสัมภาระอยู่ด้วยได้ภายใต้เงื่อนไขและขั้นตอนที่กำหนด ซึ่งสอดคล้องกับแนวปฏิบัติด้านการรักษาความปลอดภัยการบินในระดับสากล
ในการดำเนินการเปิดตรวจสัมภาระ ทสภ.มีมาตรการควบคุมและกำกับดูแลการปฏิบัติงาน โดยมีการบันทึกภาพระหว่างการเปิดตรวจไว้เป็นหลักฐาน เพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ รวมทั้งจัดให้มีเอกสาร
แจ้งการตรวจค้นสัมภาระ (Notice of Baggage Inspection) ไว้ภายในกระเป๋า เพื่อให้ผู้โดยสารทราบว่าสัมภาระของตนผ่านการเปิดตรวจตามมาตรการรักษาความปลอดภัย จึงขอความร่วมมือผู้โดยสารตรวจสอบสัมภาระก่อนเดินทาง และปฏิบัติตามข้อกำหนดเกี่ยวกับสิ่งของที่ห้ามนำใส่ในสัมภาระลงทะเบียน รวมถึงแนะนำให้เก็บสิ่งของมีค่า เอกสารสำคัญ และสิ่งของจำเป็นไว้ในสัมภาระติดตัวตามข้อกำหนดของสายการบิน ตลอดจนเลือกใช้อุปกรณ์ล็อกสัมภาระที่เหมาะสมและเป็นไปตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้กระบวนการตรวจสอบสัมภาระเป็นไปอย่างราบรื่นและการเดินทางมีความปลอดภัย
ทสภ.ยืนยันให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยในการเดินทาง ควบคู่กับการดูแลสิทธิและทรัพย์สินของผู้โดยสาร โดยพร้อมรับฟังข้อคิดเห็นและข้อร้องเรียน ตลอดจนประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิด
การตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม
ทั้งนี้ CAAT ขอแนะนำให้ผู้โดยสารที่พบปัญหากระเป๋าสัมภาระถูกเปิดหรือมีความผิดปกติระหว่างการเดินทาง ติดต่อสายการบินที่ใช้บริการเพื่อแจ้งเรื่องร้องเรียนและขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง เนื่องจากสายการบินมีหน้าที่รับผิดชอบในการขนส่งและดูแลสัมภาระลงทะเบียน โดยสามารถประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบกระบวนการขนส่งและส่งมอบสัมภาระตลอดเส้นทางได้
นอกจากนี้ CAAT ขอเน้นย้ำให้ผู้โดยสารตรวจสอบสิ่งของภายในกระเป๋าก่อนนำไปเช็กอิน โดยต้องไม่บรรจุวัตถุต้องห้ามหรือสิ่งของที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่ออากาศยาน โดยเฉพาะแบตเตอรี่สำรอง (Power Bank) ซึ่งไม่อนุญาตให้ใส่ในสัมภาระโหลดใต้ท้องเครื่องบิน (Checked Baggage) เพื่อความปลอดภัยและลดความจำเป็นในการเปิดตรวจค้นเพิ่มเติม รวมถึงควรหลีกเลี่ยงการใส่ทรัพย์สินมีค่า อาทิ เงินสด เครื่องประดับ และสิ่งของสำคัญไว้ในสัมภาระลงทะเบียน เนื่องจากกระเป๋าต้องผ่านกระบวนการขนส่งและส่งต่อระหว่างหน่วยงานหลายขั้นตอน ซึ่งมีระบบและวิธีการติดตามสัมภาระที่แตกต่างกัน
CAAT ยืนยันว่า มาตรการตรวจค้นสัมภาระมีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาความปลอดภัยในการบิน โดยดำเนินการภายใต้หลักเกณฑ์ที่ชัดเจนและสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ พร้อมให้ความสำคัญกับสิทธิและทรัพย์สินของผู้โดยสาร และสนับสนุนให้มีการตรวจสอบข้อร้องเรียนอย่างรอบด้าน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนของประเทศไทย

