หน้าแรก เศรษฐกิจ พณ.กางสถานการ...

พณ.กางสถานการณ์ธุรกิจ 9 เดือน จดตั้งใหม่เพิ่ม1.4% เลิกพุ่ง 16% นิยมเปิดกิจการออนไลน์

27.10.26 | 11:25 น.

พณ.กางสถานการณ์ธุรกิจ 9 เดือน จดตั้งใหม่เพิ่ม1.4% เลิกพุ่ง 16% นิยมเปิดกิจการออนไลน์ ร้านอาหาร เสื้อผ้า

 

เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม นายกิตติวัฒน์ ปัจฉิมนันท์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่เดือนกันยายน 2569 จำนวน 8,088 ราย เทียบเดือนสิงหาคม 2569 เพิ่มขึ้น 175 ราย คิดเป็น 2.21% และเทียบเดือนกันยายน 2568 ลดลง 68 ราย คิดเป็น 0.83%


ขณะที่ทุนจดทะเบียนอยู่ที่ 21,742 ล้านบาท เทียบเดือนสิงหาคม 2569 เพิ่มขึ้น 4,931 ล้านบาท คิดเป็น 29.33% และเทียบเดือนกันยายน 2568 เพิ่มขึ้น 1,875 ล้านบาท คิดเป็น 9.44%

ทั้งนี้ มีนิติบุคคลจำนวน 3 ราย ที่มีทุนจดทะเบียนจัดตั้งใหม่เกิน 1,000 ล้านบาท รวมมูลค่าทุนจดทะเบียนจัดตั้งใหม่ทั้งสิ้น 6,042 ล้านบาท ได้แก่ 1.บริษัท เอสเอเอ โนวา จำกัด ประกอบกิจการค้าเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ทุนจดทะเบียน 4,042 ล้านบาท 2.บริษัท ทะเลดาว จำกัด ประกอบกิจการเกี่ยวกับโรงแรม ภัตตาคาร ร้านอาหาร ทุนจดทะเบียน 1,000 ล้านบาท และ 3. บริษัท รามบุตรี รุ่งเรือง จำกัด (มหาชน) ประกอบกิจการเกี่ยวกับที่พักอาศัย โรงแรม สถานที่พักตากอากาศ ทุนจดทะเบียน 1,000 ล้านบาท

ส่งผลให้ การจัดตั้งใหม่ช่วง 9 เดือนแรกปี 2569 มีจำนวน 68,286 ราย เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 เพิ่มขึ้น 941 ราย คิดเป็น 1.40% ขณะที่ทุนจดทะเบียนจัดตั้งใหม่ช่วง 9 สะสมอยู่ที่ 203,400 ล้านบาท ลดลง 10,814 ล้านบาท คิดเป็น 5.05%

Advertisement

วิเคราะห์อัตราการเติบโตของการจัดตั้งธุรกิจใหม่ พบว่า มี 3 ประเภทธุรกิจที่ขยายตัวน่าสนใจ ได้แก่ 1.ธุรกิจการขายปลีกทางอินเทอร์เน็ต จำนวน 2,039 ราย เพิ่มขึ้น 661 ราย คิดเป็น 47.97% มีทุนจดทะเบียน 3,251 ล้านบาท 2. ธุรกิจภัตตาคาร/ร้านอาหาร จำนวน 3,343 ราย เพิ่มขึ้น 543 ราย คิดเป็น 19.39% มูลค่าทุนจดทะเบียน 6,311 ล้านบาท และ 3.ร้านขายปลีกเสื้อผ้า จำนวน 843 ราย เพิ่มขึ้น 399 ราย คิดเป็น 89.86% มูลค่าทุนจดทะเบียน 1,126 ล้านบาท

นายกิตติวัฒน์ กล่าวว่า การจดทะเบียนเลิกกิจการเดือนกันยายน 2569 มี 2,365 ราย เทียบเดือนสิงหาคม 2569 เพิ่มขึ้น 121 ราย คิดเป็น 5.39% และเทียบเดือนกันยายน 2568 เพิ่มขึ้น 215 ราย คิดเป็น 10%

โดยมีทุนจดทะเบียนเลิก 8,072 ล้านบาท เทียบกับเดือนสิงหาคม 2569 เพิ่มขึ้น 1,037 ล้านบาท คิดเป็น 14.74% และเทียบเดือนกันยายน 2568 เพิ่มขึ้น 2,516 ล้านบาท คิดเป็น 45.28%

ส่งผลให้การจดทะเบียนเลิกช่วง 9 เดือนแรกปี 2569 มีจำนวน 13,785 ราย เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน เพิ่มขึ้น 1,906 ราย คิดเป็น 16.05% และมีทุนจดทะเบียนเลิกสะสมอยู่ที่ 120,740 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 52,150 ล้านบาท คิดเป็น 76.03%

สำหรับกลุ่มธุรกิจที่มีนิติบุคคลดำเนินกิจการอยู่มากที่สุดคือ กลุ่มบริการ มีจำนวน 555,335 ราย ทุนจดทะเบียน 14.36 ล้านล้านบาท รองลงมาคือ กลุ่มค้าส่ง/ค้าปลีก 334,514 ราย ทุนจดทะเบียน 2.61 ล้านล้านบาท และกลุ่มผลิต 129,582 ราย ทุนจดทะเบียน 7.33 ล้านล้านบาท คิดเป็น 54.48% 32.81% และ 12.71% ของจำนวนนิติบุคคลที่ดำเนินกิจการอยู่ตามลำดับ

จากตัวเลขดังกล่าว การเติบโตของนิติบุคคลไทย ยังคงอยู่ระหว่างการเริ่มฟื้นตัวจากภาวะเศรษฐกิจที่มีการพลิกผันอยู่ตลอดเวลา ทั้งได้รับแรงกระตุ้นเศรษฐกิจจาก ‘โครงการไทยช่วยไทยพลัส’ ช่วยลดภาระค่าครองชีพ กระตุ้นการใช้จ่ายที่เห็นผลเชิงบวกอย่างชัดเจน

ทั้งนี้ กรมฯ ขอให้ผู้ประกอบการไทยติดตามสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและปัจจัยเสี่ยงต่างๆ อย่างใกล้ชิด อาทิ ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และสถานการณ์ระหว่างประเทศอาจส่งผลให้ราคาพลังงานและทองคำในตลาดโลกสูงขึ้น พร้อมปรับตัวให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจและพฤติกรรมผู้บริโภค

โดยให้ความสำคัญกับ 4 ด้านหลัก ได้แก่ 1. การบริหารต้นทุนและสภาพคล่อง ควบคุมค่าใช้จ่าย และบริหารหนี้ให้เหมาะสมกับรายได้ 2.นำเทคโนโลยีและช่องทางดิจิทัลมาใช้พัฒนาการขายออนไลน์ และใช้ข้อมูลลูกค้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ 3.สร้างความแตกต่างเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการ พัฒนามาตรฐาน และสร้างประสบการณ์ของลูกค้าที่มีต่อ แบรนด์เพื่อแข่งขันได้มากกว่าการใช้ราคาเป็นปัจจัยหลัก และ 4.การบริหารความเสี่ยงและกระจายตลาด พร้อมประเมินแผนธุรกิจอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ธุรกิจสามารถรับมือกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างทันท่วงที รวมถึงการติดตามมาตรการภาครัฐและกระทรวงพาณิชย์