3 แพลตฟอร์ม รับลูกศุภจี ถอยค่าจีพี นาน 6 เดือน ชี้รายย่อย 1.2 ล้านรายได้อานิสงส์ ลดภาระ 1,930 ล้าน
เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม 3 รายใหญ่ คือ Shopee(ช้อปปี้) Tiktok (ติ๊กต๊อก) Lazada(ลาซาด้า) ให้ความร่วมมือลดค่าธรรมเนียม(ค่าจีพี) เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เป็นระยะเวลา 6 เดือน เริ่มตั้งแต่ 1 ธันวาคม 2569 ถึง 31 พฤษภาคม 2570 โดยอัตราค่าธรรมเนียมใหม่จะกลับไปเท่ากับอัตราที่แพลตฟอร์มกำหนดไว้ช่วงเดือนมกราคม 2569 ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดภาระค่าธรรมเนียมตลอด 6 เดือนรวม 1,930 ล้านบาท โดยโครงการนี้เป็นการต่อเนื่องหลังจากขอความร่วมมือผู้ประกอบการให้แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ไม่ให้ปรับค่าธรรมเนียมต่างๆ 6 เดือน เริ่มตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2569 ถึงกุมภาพันธ์ 2570
ทั้งนี้ อัตราใหม่ของ Shopee อยู่ช่วง 8.03-13.91 % จาก 8.03-19.26 % Tiktok Shop อัตราใหม่ 11.24-17.66 % จาก 13.38-21.94% Lazada อัตราใหม่ 7.50-11.60 % จาก 9-17.50 % โดยลดค่าธรรมเนียมสินค้าทุกหมวดหมู่ ยกเว้น หมวดสินค้าอิเล็คทรอนิกส์ ซึ่งคุณสมบัติของผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ แยกเป็น 2 ส่วนคือ ผู้ประกอบการบุคคลธรรมดา มียอดขายหรือรายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาท/ปี และเป็นผู้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกอบการ ไว้ที่สำนักงานเขต(กทม.) หรือสำนักงานเทศบาล องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น(ตจว.) คาดมีผู้ประกอบการได้รับประโยชน์ 1,020,000 ราย อีกส่วนเป็นนิติบุคคล ที่มียอดขาย/รายได้ไม่เกิน 3.5 ล้านบาท/ปี ที่ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกอบการ ไว้ที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัด หรือ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ส่วนนี้คาดมีจำนวน 180,000 ราย ดังนั้นโครงการนี้ เป้าหมายมีผู้ประกอบการได้รับประโยชน์ รวม 1,200,000 ราย ซึ่งกำหนดให้บุคคลหรือนิติบุคคลลงทะเบียนเข้าโครงการตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2569
นางศุภจี กล่าวว่า จากนี้จะมีการขยายโครงการต่อเนื่องไปถึงกลุ่มแพลตฟอร์มธุรกิจ Ride Hailing (การขนส่งทางอิเล็กทรอนิกส์) ซึ่งขณะนี้ได้ขอความร่วมมือไม่ให้ปรับราคารอบใหม่ 6 เดือนจนถึงกุมภาพันธ์ 2570 พร้อมกันนี้ ได้ฟื้นการยกร่างพ.ร.บ.เศรษฐกิจแพลตฟอร์มดิจิทัล โดยสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี) เป็นผู้ดำเนินการร่วมกับกรมการค้าภายใน ซึ่งจะมีการตรวจสอบสาระพ.ร.บ.ให้สอดคล้องกับสถานการณ์การทำธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ในปัจจุบัน เน้นการดูแลกำกับเกี่ยวกับ ราคาให้บริการที่เป็นธรรม พฤติกรรมไม่เอาเปรียบการแข่งขัน และคุณภาพที่เหมาะสมเป็นธรรม แต่อย่างไรก็ตาม หากครม.เห็นว่าเป็นความจำเป็นเร่งด่วน สามารถออกเป็น พ.ร.ก. ซึ่งเป็นมาตรการระยะกลาง-ยาว นอกจากนี้ ได้สั่งการให้ปลัดกระทรวงพาณิชย์ และกรมการค้าภายใน ติดตามการบังคับใช้ประกาศควบคุมเครดิตเทอมของคู่ค้ารายใหญ่กับเอสเอ็มอี ที่จะบังคับใช้ตั้งแต่ 2 พฤศจิกายน 2569 ไม่เกิน 45 วันนั้น มีการฝ่าฝืนอย่างไร เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ซึ่งผู้ค้าที่เจอพฤติกรรมไม่เป็นธรรมร้องมาได้ที่สายด่วน 1569 กับ สายด่วน 1570
“ ปัญหาค่าจีพีที่มีการปรับขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับการร้องเรียนมาตลอด ถึงการปรับขึ้น จนเป็นภาระต่อค่าใช้จ่ายและรายได้โดยเฉพาะกระทบต่อธุรกิจเอสเอ็มอีหรือรายเล็ก จึงได้มีการหารือและกำหนดแนวทางออกมาดูแล โดยเบื้องต้นการขอความร่วมมือตรึงการปรับขึ้นค่าจีพี หรือ ลดค่าจีพีกลับไปเท่าต้นปี รวมถึงขอไม่ให้ปรับค่าอื่นๆด้วย จากข้อมูลกรมการค้าภายในระบุว่าปีนี้แพลตฟอร์มมีการปรับขึ้นค่าจีพีแล้วหลายรอบ หรือแต่ละราย ไม่น้อยกว่า 3 ครั้ง ซึ่งโครงการนี้ ถือเป็นมาตรการระยะสั้น เพื่อเกิดความสมดุลบนกระดาษการค้าเดียวกัน รายย่อยคล่องตัวในการทำธุรกิจ จากนี้ก็จะพิจารณาออกมาตรการระยะกลาง-ยาว ต่อไป “ นางศุภจี กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แพลตฟอร์มรายใหญ่ที่อยู่ระหว่างการชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับค่า GP กับาสำนักงานคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า( กขค. ) เพื่อดำเนินการปรับลดค่าจีพี ได้แก่ แกร็บ ไลน์แมน และโบลท์ รวมถึงขยายขอความร่วมมือชะลอการปรับค่าจีพี รวมกับลดค่าจีพี กับผู้ประกอบการทุกราย ซึ่งจะมีการร่วมแถลงความร่วมมือต่อไป



