นักวิชาการชี้ หากทรัมป์แพ้ เลือกตั้งสหรัฐ สันติภาพเกิดได้ หลังสงครามดันน้ำมัน-ค่าครองชีพพุ่ง
เลือกตั้งสหรัฐ – เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า กรณีการเมืองสหรัฐ หรือการเลือกตั้งกลางเทอม (Midterm Elections) นั้น ประเมินว่ามีผลต่อดุลอำนาจเดิมและการส่งสัญญาณทางรัฐศาสตร์ จากเดิมพรรครีพับลิกันของ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐปัจจุบัน สามารถครองเสียงข้างมากในทั้งสองสภาคือ สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา จากการได้รับฉันทานุมัตินโยบาย แต่หากการเลือกตั้งกลางเทอมพลิกผัน จะถือเป็นการส่งสัญญาณประเมินผลงานและเช็กคานอำนาจจากประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับแนวทางการบริหารของรัฐบาล
โดยหากพรรคเดโมแครต (Democrat) ครองเสียงข้างมากทั้ง 2 สภา แนวโน้มสันติภาพน่าจะเกิดขึ้นได้และยั่งยืน เพราะคนปฏิเสธทั้งโลกรวมถึงคนสหรัฐเองด้วย
นายธนวรรธน์กล่าวว่า ประเมินเป็น 2 ฉากทัศน์ ได้แก่ 1.พรรคเดโมแครตชนะและครองทั้ง 2 สภา ประธานาธิบดีทรัมป์จะต้องเร่งปรับเปลี่ยนนโยบายเพื่อรักษาฐานเสียงสำหรับการเลือกตั้งประธานาธิบดีในอีก 2 ปีข้างหน้า และป้องกันไม่ให้คะแนนนิยมตกต่ำเป็นประวัติการณ์ อาจมีการใช้อำนาจบล็อกงบประมาณด้านสงคราม ส่งผลกดดันให้รัฐบาลสหรัฐต้องเร่งหาทางลงและเข้าสู่การเจรจาสันติภาพเร็วขึ้น 2.เดโมแครตครองสภาล่าง-รีพับลิกันยันอยู่สภาสูง ประธานาธิบดีทรัมป์คงยังใช้อำนาจผ่านวุฒิสภาในการวีโต้กฎหมาย คัดกรองบุคคล และผลักดันงบประมาณสงครามต่อได้ ทำให้กระบวนการคลี่คลายความขัดแย้งและการผ่อนคลายสงครามการค้าเกิดขึ้นช้ากว่ากรณีแรก
นายธนวรรธน์กล่าวว่า ในด้านมิติราคาน้ำมันโลก ค่าครองชีพ และอัตราดอกเบี้ย สถานการณ์ความตึงเครียดและสงครามในตะวันออกกลาง ระหว่างสหรัฐ-อิหร่าน-อิสราเอล ส่งผลให้ราคาน้ำมันเครื่องบินและน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นทะลุ 100 เหรียญต่อบาร์เรล จากความกดดันเรื่องค่าครองชีพ สหรัฐเริ่มปรับท่าทีเข้าสู่การเจรจาสันติภาพ โดยมีตุรกีและปากีสถาน เป็นผู้ไกล่เกลี่ยดึงอิหร่านกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจา โดยคาดการณ์ว่าราคาน้ำมันโลกจะทยอยปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 80-90 เหรียญต่อบาร์เรลในระยะเวลาอันสั้น ช่วงปลายปีถึงไตรมาสที่ 1/2570 ทิศทางนี้สอดคล้องกับสมมติฐานของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ที่ประเมินไว้ว่า สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและราคาน้ำมันจะเริ่มคลายตัวลงในปี 2570 ได้
นายธนวรรธน์กล่าวว่า การปรับทิศทางสงครามการค้า (Trade War) สหรัฐเริ่มผ่อนคลายมาตรการภาษีการค้ากับจีนโดยชะลอไปจนถึงมกราคม 2570 หันไปซื้อน้ำมันจากรัสเซีย และผ่อนคลายท่าทีในสงครามยูเครนเพื่อบรรเทาแรงกดดันด้านพลังงาน
ผลกระทบด้านภาษีการค้าของไทย ขณะนี้กำลังเจรจาอัตราภาษีตามมาตรา 301 อยู่ที่ 12.5% แต่คู่แข่งอย่างเวียดนามและมาเลเซียอยู่ที่ 10% โดยคาดว่าจะมีการลงนามข้อตกลงภายในปีนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกปรับขึ้นไปถึง 19% ซึ่งสหรัฐยังจำเป็นต้องรักษาพันธมิตรในภูมิภาคอาเซียนและไทยเพื่อคานอำนาจกับจีน โดยเฉพาะในหมวดสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ไทยส่งออกได้ดีตามกระแสเอไอ ไทยจึงต้องเร่งชี้แจงและป้องกันปัญหาการสวมสิทธิ์สินค้า (Transshipment) เพื่อรักษาตลาดไว้
“ไทยได้รับผลกระทบจากต้นทุนการเดินทาง เพราะราคาน้ำมันโลกที่พุ่งสูงทำให้ค่าธรรมเนียมน้ำมันของสายการบินเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว ส่งผลให้ราคาตั๋วเครื่องบินแพงขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะตลาดระยะไกลและประเทศอย่างเกาหลีใต้ที่ถูกเรียกเก็บ Fuel Surcharge บินมาไทยแพงกว่าไปญี่ปุ่นถึง 2.4 เท่า หากไตรมาส 1/2570 ราคาน้ำมันย่อตัวลงมาที่ 80-90 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล จะช่วยลดภาระค่าตั๋วเครื่องบิน เพิ่มจำนวนที่นั่ง (Seat Capacity) และเป็นปัจจัยหนุนสำคัญที่ช่วยให้การท่องเที่ยวไทยและทั่วโลกคลี่คลาย สามารถฟื้นตัวกลับไปสู่เป้าหมาย 34 ล้านคนได้” นายธนวรรธน์กล่าว
- จับตาศึกเลือกตั้งสหรัฐ 3 พ.ย. อเมริกันใช้สิทธิโหวตแล้ว 52 ล้าน โพลชี้เดโมแครต คะแนนนำรีพับลิกัน
- Kalshi ทำนายเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ และผลสะเทือนต่อโลกและประเทศไทย
- การเลือกตั้งกลางเทอมอเมริกัน | สุรชาติ บำรุงสุข

