กกร.ปรับเป้า GDP ปี 69 เพิ่มเป็น 2.4-2.6% ส่งออกโต 18-22% หวังผลเลือกตั้งสหรัฐฯ ชี้ไปทิศทางดี
เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน ที่โรงแรมโกลเดน ทิวลิป ซอฟเฟอริน กรุงเทพฯ นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประจำเดือนพฤศจิกายน 2569 ว่า การปรับปรุงดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) ใหม่ ทำให้เห็นภาพการผลิตของประเทศที่ชัดเจนและสอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจมากขึ้น โดยดัชนี MPI ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 ขยายตัว 2.6% จากเดิมที่ดัชนีชี้ว่าภาคการผลิตหดตัว โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าเทคโนโลยีที่ขยายตัวสูงถึง 18.9% สอดคล้องกับทิศทางการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ที่เร่งตัวขึ้นก่อนหน้านี้ รวมถึงการส่งออกที่เติบโตสูงในปีนี้ สะท้อนให้เห็นว่าดัชนี MPI ใหม่สามารถสะท้อนข้อมูลการผลิตที่สอดรับกับกระแสการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลของโลก ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของภาคการส่งออกและเศรษฐกิจไทยได้ดียิ่งขึ้น
นายพจน์ กล่าวว่า ทั้งนี้ คาดว่าการปรับปรุงดัชนี MPI ดังกล่าวจะส่งผลให้ที่ประชุม กกร. พิจารณาปรับเพิ่มประมาณการผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ปี 2569 เป็นขยายตัว 2.4-2.6% จากประมาณการเดิมที่ 2.1-2.5% (ประเมินในช่วง กันยายน-ตุลาคม 2569) นอกจากนี้ กกร. ปรับประมาณการส่งออกปี 69 เป็นเติบโต 18.0-22.0% จากเดิม 12.0-16.0% และปรับประมาณการเงินเฟ้อปี 69 เป็น 2.1-2.5% จากเดิม 2.5-3.0%
นายพจน์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม กกร. กังวลเศรษฐกิจไทยเติบโตแบบ K-shaped ชัดเจนขึ้น โดยกลุ่ม K ขาขึ้นเติบโตตามกระแส AI และ Data Center แต่ใช้วัตถุดิบนำเข้าสูงถึง 60% ทำให้ผลประโยชน์ตกถึงเศรษฐกิจไทยจำกัด ขณะที่กลุ่ม K ขาล่างยังเผชิญกำลังซื้ออ่อนแอ จึงเสนอให้รัฐบาลและสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ต้องเร่งออกมาตรการสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมเดิมในประเทศ และผลักดันให้นักลงทุนต่างชาติเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานกับผู้ประกอบการไทยมากขึ้น เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและการจ้างงานในประเทศ ควบคู่กับการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทย เพื่อไม่ให้ช่องว่างทางเศรษฐกิจขยายตัวมากขึ้น
นายพจน์ กล่าวว่า สำหรับ การประชุม IMF-World Bank Group 2026 ที่เพิ่งจบไป มองว่าเป็นโอกาสสำหรับ Second Take-off ของไทย โดยประเทศไทยสามารถมีบทบาทสำคัญในการเป็น Trusted Connector เชื่อมต่อการลงทุนระลอกใหม่ที่หลั่งไหลเข้าประเทศ ทั้งคลื่นลงทุนใหม่ในอุตสาหกรรมอนาคตที่สอดรับกับเทรนด์โลก ตลอดจนการลงทุนในการเปลี่ยนผ่านพลังงานเพื่อผลักดันไทยก้าวสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ทั้งนี้ กกร. พร้อมร่วมขับเคลื่อน 7อุตสาหกรรมเป้าหมาย ตามแนวทาง Reinvent Thailand ผ่านกลไก กรอ. เพื่อยกระดับผลิตภาพและทุนมนุษย์ สนับสนุนการเติบโตที่แข็งแกร่ง ยั่งยืน และทั่วถึงต่อไป
นายพจน์ กล่าวว่า ความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจโลกปรับตัวสูงขึ้นและต้องติดตามอย่างใกล้ชิด จากทั้งราคาน้ำมันดิบที่ทรงตัวสูงราว 105-110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน 2569 และมีแนวโน้มสูงต่อไปตามความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งส่งผ่านสู่ภาระค่าครองชีพและกดดันเงินเฟ้อ ขณะที่ภาครัฐมีข้อจำกัดในการใช้มาตรการทางการคลังมากขึ้น ก่อกระแสลุกลามเป็นการชุมนุมประท้วงในหลายประเทศของยุโรป ด้านตลาดการเงิน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวยังอยู่ในระดับสูง ท่ามกลางความกังวลของตลาดต่อภาวะฟองสบู่ในกลุ่ม AIปัจจัยเหล่านี้จะสร้างแรงกดดันต่อแนวโน้มเศรษฐกิจโลกในระยะข้างหน้า
นายพจน์ กล่าวว่า สำหรับผลการเลือกตั้งสหรัฐฯ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ชี้ทิศทางเศรษฐกิจและสถานการณ์โลก โดยเฉพาะความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่อาจส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันและเศรษฐกิจโลก
นายพจน์ กล่าวถึงผลการเลือกตั้งสหรัฐฯ ว่า ผลการเลือกตั้งสหรัฐฯ จะเป็นตัวชี้วัดทิศทางหลายอย่าง โดยหวังว่าจะนำไปสู่ทิศทางที่ดี และไม่ต้องการให้ความขัดแย้งขยายวงจนเกิดสงครามในตะวันออกกลาง เพราะจะยิ่งซ้ำเติมราคาน้ำมันและเศรษฐกิจโลก พร้อมยกตัวอย่างสถานการณ์ในฝรั่งเศสที่ประชาชนออกมาประท้วงจากปัญหาค่าครองชีพและสวัสดิการภาครัฐที่ลดลง
“หวังว่าผลการเลือกตั้งจะนำไปสู่ทิศทางที่ดี ไม่อยากให้สงครามในตะวันออกกลางลุกลามขยายวง เพราะจะยิ่งทำให้สถานการณ์ราคาน้ำมันมันยิ่งไปกันใหญ่”นายพจน์ กล่าว
นายพจน์ กล่าวว่า ที่ประชุม กกร. มีความเป็นห่วงอย่างยิ่งต่อปัญหากากอุตสาหกรรมที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ จึงสนับสนุนแนวนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงอุตสาหกรรม ในการเข้าควบคุม ตรวจสอบกากอุตสาหกรรมนำเข้า และปราบปรามโรงงานที่กระทำผิดกฎหมายอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรม
พร้อมสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดและเป็นธรรม รวมถึงการสั่งปิดโรงงานหรือเพิกถอนใบอนุญาตตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด โดยยืนยันหลักการสำคัญว่า “ภาคเอกชนไม่ปกป้องผู้กระทำผิด และผู้ประกอบการที่ปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมายต้องไม่เสียเปรียบผู้ที่ฝ่าฝืนกฎหมาย”
ทั้งนี้ กกร. จะมีการประชุมหารือ เพื่อจัดทำข้อเสนอแนวทางการบริหารจัดการกากอุตสาหกรรมอย่างเป็นระบบ มีความโปร่งใสและสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ตลอดห่วงโซ่ เพื่อคุ้มครองประชาชนและสิ่งแวดล้อม สร้างความเป็นธรรมในการแข่งขัน และเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อภาคการผลิตและเศรษฐกิจในระยะยาว

