พณ. ชี้เหตุน้ำมันแพง-ท่วมหนัก ดันเงินเฟ้อต.ค.สูง 3.90% สูงสุด 45 เดือน สำรวจปชช. 65% หนุนรัฐลดราคาพลังงาน-ต่อโครงการ60/40
เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า(สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่ว(เงินเฟ้อ)เดือนตุลาคม 2569 เท่ากับ 103.90 สูงขึ้น 3.90% เทียบเดือนตุลาคมปีก่อน และสูงขึ้น 0.94% จากเดือนก่อนหน้า ซึ่งเงินเฟ้อสูง 3.90% นับว่าเป็นอัตราเงินเฟ้อที่ขยายตัวสูงสุดในรอบ 45 เดือน นับตั้งแต่เดือนมกราคม 2566 โดยปัจจัยหลักมาจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงสูงขึ้น 29.18 % และสูงขึ้นทุกชนิดเมื่อเทียบเดือนเดียวกันปีก่อน อาทิ ดีเซล ปีก่อนลิตรละ 31.35 บาท ปีนี้ 42.70 บาท เป็นต้น ซึ่งมีส่วนผลักดันเงินเฟ้อ 2.18 จุดเปอร์เซ็นต์ หรือประมาณ 56 % ของอัตราเงินเฟ้อทั้งหมด ขณะเดียวกัน สถานการณ์พลังงานในภูมิภาคตะวันออกกลางยังคงส่งผลต่อราคาพลังงานและต้นทุนในตลาดโลก รวมถึงราคาผักสดและอาหารบางกลุ่มสูงขึ้นในช่วงน้ำท่วม ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐาน(หักกลุ่มพลังงานและอาหาร) สูงขึ้น 1.58% ทำให้ 10 เดือนแรกปี 2569 เงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ยสูงขึ้น 1.77% และเงินเฟ้อพื้นฐานสูงขึ้น 1.06%
ทั้งนี้ รายการสินค้าที่ใช้ในการคำนวณเงินเฟ้อ 464 รายการ ในเดือนตุลาคม สินค้าราคาสูงขึ้น 306 รายการ ไม่เปลี่ยนแปลง 30 รายการ และลดลง 128 รายการ โดยหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์เพิ่มขึ้น 4.26% เร่งจากเดือนกันยายนที่ 3.07% ขณะที่หมวดอื่น ๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่มเพิ่มขึ้น 3.66% จากเดือนก่อนที่ 2.67%

อย่างไรก็ตาม ย้อนดู ช่วงสงครามรัสเซีย–ยูเครน เริ่มตั้งแต่เดือน ก.พ. 2565 อัตราเงินเฟ้อไทยอยู่ที่ 5.28% ในเดือน ก.พ. และเคลื่อนไหวอยู่ในช่วง 4.65–7.86% ตลอดปี 2565 ส่วนเดือน ต.ค. 2569 อัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 3.90% สูงสุดในรอบ 45 เดือน นับตั้งแต่เดือน ม.ค. 2566 ดังนั้น แม้เงินเฟ้อเดือน ต.ค. สูงสุดในรอบ 45 เดือน แต่เทียบกับช่วงที่ไทยเคยเผชิญแรงกดดันด้านพลังงาน ระดับเงินเฟ้อในปัจจุบันยังต่ำกว่าช่วงดังกล่าวชัดเจน และ หากเปรียบเทียบกับต่างประเทศ จากข้อมูลล่าสุดเดือนกันยายน 2569 พบว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยอยู่ที่ 2.82 อยู่ในระดับต่ำอันดับที่ 37 จาก 139 เขตเศรษฐกิจทั่วโลกที่ประกาศข้อมูล และอยู่ในระดับต่ำอันดับที่ 5 จาก 10 ประเทศอาเซียน โดยต่ำกว่าอินโดนีเซีย เวียดนาม กัมพูชา ฟิลิปปินส์ และ ลาว สะท้อนภาพรวม อัตราเงินเฟ้อของไทยที่อยู่ในระดับไม่สูงเมื่อเทียบกับหลายประเทศในภูมิภาค
นายนันทพงษ์ กล่าวว่า สำหรับแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือนพฤศจิกายน 2569 คาดว่ายังคงเป็นบวก โอกาสสูงได้ 2-3 %ต่อเดือน ตามแรงกดดันจากราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศที่ยังสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้กระทรวงพลังงานจะมีมาตรการปรับลดองค์ประกอบโครงสร้างราคาน้ำมันในประเทศ ขณะที่ราคาอาหารสำเร็จรูปมีแนวโน้มปรับสูงขึ้นตามต้นทุนการประกอบอาหารแต่เพิ่มในอัตราลดลง ดูจากสัญญาณราคาอาหารสำเร็จรูปปรับในอัตราลดลงมา 2-3 เดือนแล้ว รวมถึงค่าขนส่ง ค่าโดยสารบางประเภทอาจปรับเพิ่มขึ้นตามต้นทุนเชื้อเพลิง และราคาผักสดบางชนิดที่มีความเสี่ยงปรับสูงขึ้นจากสภาพอากาศ ส่วนปัจจัยสนับสนุนให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลง ได้แก่ ค่าไฟฟ้างวดเดือนกันยายน–ธันวาคม 2569 อยู่ที่ 3.86 บาทต่อหน่วย ต่ำกว่ารอบก่อนหน้าที่ 3.95 บาทต่อหน่วย รวมถึงสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ที่เริ่มคลี่คลาย ส่งผลให้การผลิตและการขนส่งสินค้าเกษตรทยอยกลับเข้าสู่ภาวะปกติ โดยเฉพาะผักสดบางชนิดที่มีแนวโน้มปรับราคาลดลงสู่ระดับปกติ
“ประมาณการอัตราเงินเฟ้อทั่วไปปี 2569 กระทรวงพาณิชย์ คงคาดการณ์ไว้ที่ 1.8–2.2% และค่ากลาง 2.0% ภายใต้สมมติฐานราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ย 85–95 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล อัตราแลกเปลี่ยน 32.4–32.9 บาทต่อเหรียญสหรัฐ และการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) อยู่ที่ 2.0–2.5%” นายนันทพงษ์ กล่าว

นายนันทพงษ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ สนค. ได้สำรวจความคิดเห็นประชาชน 5,553 ราย ทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 5-26 ตุลาคม 2569 ประเด็นความต้องการของประชาชนและมาตรการของรัฐบาล พบว่า 64.79 % ของกลุ่มสำรวจ ต้องการให้รัฐบาลลดราคาน้ำมันเชื้อเพลิง 42.41% ต้องการมาตรการร่วมจ่าย(ไทยช่วยไทยพลัส 60/40) 34.14% ขอให้รัฐบาลลดค่าไฟฟ้า 29.05% ต้องการให้ลดราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น และ 13.09% ต้องการให้รัฐส่งเสริมการจ้างงานและเพิ่มรายได้ สำหรับมาตรการของรัฐบาล


