หน้าแรก เศรษฐกิจ ‘เอกนิติ’ มั่...

‘เอกนิติ’ มั่นใจไทยแกร่งรับมือหุ้นโลกป่วน จ่อชง ครม.ดันดาต้าเซ็นเตอร์ สัปดาห์หน้า

6.11.26 | 16:24 น.

‘เอกนิติ’ ยันไทยแกร่งรับมือหุ้นโลกป่วน ชูไทยผงาด 1 ใน 4 ฐานผลิต AI โลก จ่อชง ครม. ดัน Data Center สัปดาห์หน้า

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงสถานการณ์การเมืองระหว่างประเทศและการเปลี่ยนผ่านทางการเมืองในสหรัฐฯ ว่า ภายหลังพรรคเดโมแครตคว้าชัยชนะจนนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในสภาสูงและสภาล่าง ได้ส่งผลกระทบต่อทิศทางตลาดเงินและตลาดทุนทั่วโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยตลาดหุ้นต่างประเทศเริ่มปรับตัวลดลงจากความกังวลต่อความผันผวนระยะสั้น โดยเฉพาะความไม่แน่นอนเชิงนโยบายที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และศูนย์ข้อมูล (Data Center) ซึ่งยังคงต้องรอความชัดเจน อย่างไรก็ตามไทยได้เตรียมความพร้อมรับมือกับความผันผวนดังกล่าวอย่างใกล้ชิดแล้ว

นายเอกนิติ กล่าวต่อว่า ท่ามกลางความผันผวนดังกล่าว รัฐบาลยังคงเดินหน้าผลักดันนโยบายการค้าต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของผู้ประกอบการไทยไม่ให้ได้รับผลกระทบ และรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตลาดส่งออกขนาดใหญ่ที่สำคัญ ทั้งนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี อาจมีโอกาสหารือกับประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในระหว่างการเข้าร่วมประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (APEC) ที่กำลังจะมาถึง เพื่อตอกย้ำจุดยืนทางการค้าของไทย


ไทยผงาด 1 ใน 4 ฐานผลิต AI

นายเอกนิติ กล่าวอีกว่า ในมิติของการลงทุน ทิศทางเศรษฐกิจไทยได้รับอานิสงส์เชิงบวกอย่างมากจากการขยายตัวของอุตสาหกรรมเทคโนโลยี โดยข้อมูลจากการประชุมของธนาคารโลก (World Bank) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ระบุชัดเจนว่า ไทยก้าวขึ้นเป็น 1 ใน 4 ประเทศหลักของโลกที่เป็นฟันเฟืองสำคัญในห่วงโซ่อุปทานปัญญาประดิษฐ์ (AI Supply Chain) ร่วมกับมาเลเซีย เวียดนาม และเกาหลีใต้ ปัจจัยดังกล่าวสอดรับกับยอดการขอรับการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ที่ปรับตัวพุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด ซึ่งจะเป็นแรงดึงดูดสำคัญที่ทำให้เม็ดเงินลงทุนต่างชาติไหลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจไทยอย่างต่อเนื่อง

นายเอกนิติ กล่าวว่า ขณะเดียวกัน เสถียรภาพทางการเงินและวินัยการคลังของไทยยังคงแข็งแกร่งและมีศักยภาพเพียงพอรองรับแรงกระแทกจากเศรษฐกิจโลก เมื่อเทียบกับสหรัฐฯ ที่เผชิญความเสี่ยงจากเพดานหนี้สาธารณะพุ่งทะลุ 100% ของจีดีพี ไทยยังสามารถรักษากรอบวินัยการคลังไว้ได้อย่างรัดกุม โดยมีสัดส่วนหนี้สาธารณะอยู่ที่ระดับกว่า 60% ของจีดีพีเท่านั้น นอกจากนี้ อัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลไทยอายุ 10 ปี ยังอยู่ในระดับต่ำเพียง 2% กว่า เทียบกับสหรัฐฯ ที่พุ่งสูงถึง 5% สะท้อนถึงต้นทุนการกู้ยืมของไทยที่ได้เปรียบอย่างชัดเจน ขณะที่ภาครัฐยังเกาะติดสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับลดลง เพื่อเตรียมพร้อมรับมือความผันผวนอย่างไม่ประมาท

ชง ‘ดาต้าเซ็นเตอร์’ สัปดาห์หน้า

“เรื่องวินัยการคลังถือเป็นสิ่งสำคัญมาก อย่างสหรัฐอเมริกาเองมีความกังวลเรื่องหนี้สาธารณะที่กำลังจะชนเพดาน โดยหนี้ของเขาสูงทะลุ 100% ของจีดีพีไปแล้ว ขณะที่ไทยเราอยู่ที่ 60% กว่า สะท้อนว่าเรายังรักษาวินัยการคลังได้ดีมาก ดังนั้น การรักษาวินัยและสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจ จึงเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้ไทยรองรับความผันผวนจากภายนอกได้” นายเอกนิติ กล่าว

Advertisement

นายเอกนิติ กล่าวว่า สำหรับทิศทางการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจในระยะต่อไป รัฐบาลมุ่งเน้นกรอบการทำงานภายใต้แนวคิด “กระตุ้นสั้น ได้ผลยาว” โดยให้ความสำคัญกับการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ล่าสุดเตรียมนำเสนอมาตรการส่งเสริม Data Center เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัปดาห์หน้า เพื่อผลักดันโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีของประเทศและสังคม