หน้าแรก เศรษฐกิจ “ธนินท์” ชี้โ...

“ธนินท์” ชี้โอกาสเศรษฐกิจไทย ใช้ AI ยกระดับการผลิต พัฒนาระบบน้ำหนุนเกษตรเสนอเตรียมคนและพลังงานรองรับอุตสาหกรรมใหม่

6.11.26 | 18:10 น.

เพิ่มคุณภาพ–ลดต้นทุนด้วยเทคโนโลยี พร้อมจัดการน้ำอย่างเป็นระบบเพื่อเพิ่มโอกาสสร้างรายได้ให้เกษตรกร

นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ แสดงวิสัยทัศน์การยกระดับเศรษฐกิจไทยบนเวที THE STANDARD ECONOMIC FORUM 2026 ในหัวข้อ “World-Class Thinking Thai Transformation: เรียนรู้วิธีคิดระดับโลก ยกระดับเศรษฐกิจไทย” โดยชี้ว่าประเทศไทยมีโอกาสเติบโตจากความก้าวหน้าของเทคโนโลยี หากพัฒนาคนให้พร้อมใช้ AI เตรียมพลังงานรองรับอุตสาหกรรมใหม่ และจัดการน้ำอย่างเป็นระบบเพื่อเพิ่มศักยภาพภาคเกษตร ควบคู่กับการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุนและการสร้างธุรกิจ


การสนทนาดังกล่าวดำเนินรายการโดยนายนครินทร์ วนกิจไพบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เดอะสแตนดาร์ด จำกัด ภายในงานซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4–6 พฤศจิกายน 2569 ณ พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 สยามพารากอน ภายใต้ธีม “REINVENT THAILAND: เห็นทิศทางโลก เข้าใจทิศทางไทย”

พัฒนาคนใช้ AI เปิดโอกาสธุรกิจใหม่

นายธนินท์กล่าวว่า จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีคือการพัฒนาคน ประเทศไทยมีบุคลากรที่มีความสามารถทำงานอยู่ทั่วโลก จึงควรสร้างสภาพแวดล้อมที่เปิดโอกาสให้ทั้งคนไทยและผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศเข้ามาร่วมพัฒนาธุรกิจ ขณะเดียวกัน คนทุกวัยต้องพร้อมเรียนรู้ เพราะประสบการณ์ที่เคยใช้ได้ในอดีตอาจไม่เพียงพอกับงานและสภาพแวดล้อมใหม่

Advertisement

ประธานอาวุโส เครือซีพี มองว่า ผู้ที่เข้าใจและใช้ AI ได้อย่างเหมาะสมจะสามารถเพิ่มขีดความสามารถของตนเอง รวมถึงเข้าถึงเครื่องมือที่เดิมต้องอาศัยทรัพยากรขององค์กรขนาดใหญ่ เช่น ทีมงานขนาดเล็กสามารถผลิตภาพยนตร์สั้นและสร้างสรรค์งานได้มากขึ้น จึงเชื่อว่าจะมีธุรกิจและงานรูปแบบใหม่เกิดขึ้น แม้ในช่วงเปลี่ยนผ่านอาจมีผลกระทบต่อการจ้างงานบางส่วน สิ่งสำคัญคือการเตรียมทักษะและโอกาสให้คนพร้อมปรับตัว

สำหรับซีพี นายธนินท์กล่าวว่า เครือฯ ให้ความสำคัญกับการนำองค์ความรู้จากทั่วโลกมาพัฒนาหลักสูตรให้บุคลากรเรียนรู้และใช้ AI กับงานจริง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างประโยชน์จากการทำงานได้มากขึ้น โดยคนรุ่นใหม่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อน ขณะที่ผู้มีประสบการณ์ต้องพร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ควบคู่กัน

พัฒนาหุ่นยนต์ เพิ่มประสิทธิภาพและความแม่นยำ

นายธนินท์กล่าวถึงการร่วมลงทุนพัฒนาหุ่นยนต์ของซีพี โดยมองเห็นโอกาสใช้งานในภาคเกษตร อุตสาหกรรม ค้าปลีก และศูนย์กระจายสินค้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความแม่นยำของกระบวนการทำงาน โดยเฉพาะการผลิตอาหารที่ต้องให้ความสำคัญกับคุณภาพและความปลอดภัย

พร้อมอธิบายว่า AI เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเร่งการพัฒนาหุ่นยนต์ เพราะสามารถใช้ฝึกให้เรียนรู้และทำงานได้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม หุ่นยนต์ยังต้องได้รับการพัฒนาให้เหมาะสมกับงานแต่ละประเภท โดยสิ่งสำคัญคือความสามารถในการทำงานอย่างถูกต้อง คล่องแคล่ว และตอบโจทย์การใช้งานจริง

ควบคู่กับการพัฒนาเทคโนโลยี องค์กรต้องเตรียมทักษะและบทบาทการทำงานในอนาคตให้กับพนักงานตั้งแต่วันนี้ เพื่อให้บุคลากรสามารถเติบโตไปพร้อมกับธุรกิจ

“เราต้องรีบสร้างงานในอนาคตให้กับคนปัจจุบันนี้” นายธนินท์กล่าว

แข่งขันด้วย “ของดี ราคาถูก”

ประธานอาวุโส เครือซีพี ย้ำว่า เป้าหมายของการนำเทคโนโลยีมาใช้ต้องทำให้สินค้ามีคุณภาพดีขึ้น ปลอดภัยขึ้น และมีต้นทุนที่เหมาะสม เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าถึงสินค้าคุณภาพได้มากขึ้น โดยเฉพาะในยุคที่ผู้บริโภคสามารถค้นหาข้อมูลและเปรียบเทียบราคาจากทั่วโลกได้สะดวก

หลักคิดสำคัญคือการผลิต “ของดี ราคาถูก” ซึ่งต้องอาศัยการเพิ่มประสิทธิภาพตลอดกระบวนการ ตั้งแต่การผลิต การขนส่ง ไปจนถึงการทำงานของบุคลากร เพื่อให้การพัฒนาเทคโนโลยีส่งต่อประโยชน์ถึงผู้บริโภคและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ

การขยายตัวของเทคโนโลยีเหล่านี้ยังเชื่อมโยงกับความพร้อมด้านพลังงาน นายธนินท์มองว่า การเติบโตของ AI ศูนย์ข้อมูล หุ่นยนต์ และยานยนต์ไฟฟ้า จะเพิ่มความต้องการใช้ไฟฟ้า ประเทศไทยจึงต้องวางแผนพลังงานให้สอดคล้องกับความต้องการในอนาคต เพื่อรองรับการลงทุนและอุตสาหกรรมใหม่

ยกระดับเกษตรด้วยระบบน้ำและเทคโนโลยี

สำหรับภาคเกษตร นายธนินท์ให้ความสำคัญกับการจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ เพื่อให้เกษตรกรมีน้ำใช้อย่างสม่ำเสมอและลดผลกระทบจากน้ำท่วมและภัยแล้ง โดยมองว่าความพร้อมด้านน้ำเป็นพื้นฐานสำคัญของการเพิ่มผลผลิต การรักษาคุณภาพ และการสร้างโอกาสเพิ่มรายได้

นายธนินท์เสนอแนวคิดการรวมพื้นที่เกษตรแปลงเล็กเพื่อบริหารจัดการร่วมกัน โดยให้เจ้าของที่ดินมีส่วนร่วมในรูปแบบผู้ถือหุ้นตามสัดส่วนที่ดิน เพื่อเอื้อต่อการวางระบบชลประทานและการใช้เครื่องจักร ตลอดจนเทคโนโลยีเกษตรสมัยใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ด้านการลงทุน ประธานอาวุโส เครือซีพี เสนอให้ภาครัฐกำหนดเงื่อนไขที่ชัดเจนและเป็นธรรม เพื่อเปิดโอกาสให้เงินลงทุนทั้งในและต่างประเทศเข้ามาร่วมพัฒนาระบบน้ำ โดยพิจารณาประโยชน์ที่เกษตรกรและประเทศจะได้รับ ควบคู่กับผลตอบแทนที่เหมาะสมของผู้ลงทุน ซึ่งจะช่วยเพิ่มทางเลือกในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน

นอกจากนี้ ไทยควรนำเทคโนโลยี พันธุ์พืช และวิธีการผลิตที่เหมาะสมมาเพิ่มผลผลิตต่อพื้นที่ พร้อมพัฒนาสินค้าเกษตรมูลค่าสูง เช่น ผักและผลไม้ โดยนายธนินท์ยกตัวอย่างทุเรียนและมังคุดว่าเป็นสินค้าที่มีโอกาสขยายตลาดได้อีก

เปิดรับความรู้ระดับโลก เพิ่มความคล่องตัวในการทำงาน

นายธนินท์มองว่า การดึงดูดบุคลากรทักษะสูงจากทั่วโลก โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยี จะช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างธุรกิจและการจ้างงาน ควบคู่กับการพัฒนาบุคลากรไทย โดยยกตัวอย่างแนวทางสนับสนุนด้านที่อยู่อาศัยและการสร้างธุรกิจของเซี่ยงไฮ้ รวมถึงการเปิดรับผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศของสิงคโปร์

ขณะเดียวกัน ประธานอาวุโส เครือซีพี เสนอให้พัฒนาการประสานงานของภาครัฐให้สามารถสนับสนุนธุรกิจได้อย่างต่อเนื่องตั้งแต่เริ่มต้นจนจบกระบวนการ มีผู้รับผิดชอบชัดเจน และนำเทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน เพื่อให้การดำเนินงานก้าวทันความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจ

ในระดับองค์กร นายธนินท์กล่าวถึงแนวทางของซีพีในการเพิ่มความคล่องตัว ด้วยการกระจายอำนาจให้คนหน้างานมีส่วนร่วมตัดสินใจมากขึ้น และใช้ AI ช่วยติดตามข้อมูลและผลการทำงาน เพราะคนหน้างานเป็นผู้เข้าใจปัญหาและสถานการณ์จริง

นายธนินท์ย้ำบทบาทของผู้บริหารในการ “ชี้แนะ ห้ามชี้นำ” เปิดโอกาสให้ทีมงานคิด ตัดสินใจ และเรียนรู้จากการลงมือทำ พร้อมแก้ไขข้อผิดพลาดอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การพัฒนาคนและการปรับวิธีทำงานเดินหน้าไปพร้อมกับเทคโนโลยี