หน้าแรก บันเทิง ศุภชัย ใจเด็ด...

ศุภชัย ใจเด็ด น้ำตาคลอ สูญเสีย พี่เร พ่อบุญธรรมผู้มอบชีวิต เผย เคยฝากสานต่อความฝัน

22.08.26 | 08:48 น.

ช็อกจนทำอะไรไม่ถูก! ‘อาร์ม ศุภชัย’ เปิดน้ำตาคลอ อาลัย ‘พี่เร’ พ่อบุญธรรมผู้มอบชีวิตใหม่-เปิดประตูสู่วงการบอลอาชีพ

การสูญเสียครั้งใหญ่นำมาซึ่งความช็อกเกินบรรยาย สำหรับ “อาร์ม” ศุภชัย ใจเด็ด ดาวยิงทีมชาติไทยและนักเตะสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด หลังต้องสูญเสีย “พี่เร” ผู้เปรียบเสมือน “พ่อคนที่สอง” และผู้มีพระคุณคนสำคัญที่สุดในชีวิต


ย้อนกลับไปในวัยเยาว์ เด็กชายจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เตะฟุตบอลตามประสาคนต่างจังหวัด ได้ได้รับโอกาสครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต เมื่อ ‘พี่เร’ ยื่นมือเข้าไปคัดเลือกนักฟุตบอล และรับเป็นพ่อบุญธรรมเพื่อพาเข้ามาต่อสู้ในกรุงเทพฯ ตั้งแต่อายุเพียง 11 ขวบ จนสามารถก้าวและฝ่าฟันขึ้นมาเป็นนักฟุตบอลอาชีพที่ดูแลตัวเองและครอบครัวได้อย่างภาคภูมิใจ

จุดเริ่มต้นที่ได้รู้จักกับเร?
“ผมเป็นเด็กคนนึงที่เล่นฟุตบอลอยู่ที่บ้าน ที่โรงเรียนทางใต้ พี่เรมีโครงการที่พี่เรเองเคยเป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขันที่ต่างประเทศ มีวันหนึ่งพี่เรมาคัดเลือกนักฟุตบอลเพื่อหานักกีฬาไปเตะที่ประเทศสวีเดน ผมก็เป็นหนึ่งในนั้นที่ไปคัดเลือกใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

Advertisement

ตอนนั้นพี่เรเป็นประธานสโมสร พี่เรเอาสต๊าฟโค้ช อาจารย์ฟุตบอลมาคัดเลือก แกเป็นคนซัพพอร์ตทีมและเป็นคนพาไปแข่งด้วย แกทำทุกอย่าง ตอนนั้นผมก็ยังไม่ได้รู้จักพี่เรว่าแกเป็นใคร หลังจากที่ได้รู้จักก็รู้สึกผูกพัน ผมได้ใช้ชีวิตกับแก แกลงมาคลุกคลีกับนักกีฬา ให้ความสำคัญกับทุกคน แล้วแกไม่ได้ช่วยแค่เด็ก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จังหวัดอื่นๆใกล้เคียงแกก็ดูแล เด็กใต้ในตอนนั้นจะรู้จักพี่เรกันเยอะ แกเป็นคนใส่ใจ น้อยคนที่จะหาแบบนี้ได้ คนที่ให้โอกาสคน”

เรเป็นคนพลิกชีวิตเรา?
“ใช่ครับ ตอนเราเล็กๆเราก็เตะฟุตบอลตามประสาเด็ก หลังจากที่ไปเตะที่สวีเดนกลับมาพี่เรก็ได้ชวนผมและอีกหลายๆคนมากรุงเทพฯ เพื่อจะได้เปิดโอกาส เปิดประตูให้กับตัวเองสู่เส้นทางอาชีพนักฟุตบอลอาชีพเลี้ยงตัวเองและครอบครัวได้ ในตอนนั้นผมเข้ามาอยู่กรุงเทพฯคนแรก 3-4 ปี แล้วเพื่อนๆก็ค่อยๆทยอยตามมา”

สิ่งที่พี่เรสอนแล้วเราเอามาใช้กับชีวิตเรา?
“จงทำดีด้วยมือขวา ไม่จำเป็นต้องให้มือซ้ายรับรู้ ที่อยู่ด้วยกันมา เขาเป็นผู้ชายที่ติดดินมากๆ เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับผมในการใช้ชีวิต เขาอยู่กับเรา สนิทกับเรา คลุกคลีกับเรา คน 3 ชายแดนภาคใต้เวลากินข้าวจะกินข้าวด้วยมือ พี่เรไปอยู่ที่นั้นเขาก็ทำตามเราทุกอย่าง ช่วยเราทุกอย่างไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหน ก่อนที่ผมจะขึ้นมาอยู่กรุงเทพฯ ตอนอายุ 11 ขวบ พ่อแม่ผมเป็นห่วงมากๆ หนึ่งในนั้นก็มีพี่เรกับพี่แหม่มที่ไปคุยกับพ่อแม่ผม ไปขออนุญาต เขาเอ่ยปากพูดว่าเขาจะดูแลผมให้ดีที่สุด และขออนุญาตพ่อแม่ผมให้เขารับผมเป็นลูกบุญธรรม ผมไม่เคยลืมเลยครับ ผมดีใจมากๆ เขาให้คำมั่นสัญญากับพ่อแม่ผมว่าจะดูแลผมให้ดีที่สุดกับการที่ผมต้องมาใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ”

ความสำเร็จของเราในวันนี้มีได้เพราะเร พูดได้เต็มปากเลยไหม ไม่มีเรก็คงยากกว่านี้?
“ถ้ามองในตอนนั้นพี่เรเป็นคนที่เปิดประตูและให้โอกาส อย่างที่พี่เรพูดไว้ว่าทุกคนมีส่วนช่วยเหลือผม แต่สำหรับผมพี่เรทำให้ผมมาอยู่ในจุดนี้ได้ เป็นแบบอย่างให้ผมดิ้นรน ต่อสู้ทุกอย่างเพื่อที่จะมาถึงจุดนี้ เขาไม่เคยพูดเอาเครดิตจากผมเลย“

ความสัมพันธ์?
“ตอนนี้ผมอยู่บุรีรัมย์ ผมจะเข้ามากรุงเทพฯบางครั้งบางคราวเวลาทีมมาแข่ง ถ้าผมอยู่กรุงเทพฯผมก็จะมาหาพี่เร-พี่แหม่มที่บ้าน บางครั้งไปไม่เจอพี่เรก็เจอพี่แหม่ม น้องมิก้า เราติดต่อกันตลอด เวลาไปที่บ้านแทบจะไม่ได้พูดเรื่องฟุตบอลกันเลย นอกจากคุยเรื่องเรื่อยเปื่อย เพราะเขาเห็นเราเล่นในนามสโมสร ในนามทีมชาติเรามีเรื่องเครียดแล้ว เขาพยายามทำให้เรารีแล็กซ์ ทุกครั้งที่มาหา พี่เรจะชวนคุยเรื่องอื่น”

เจอเรครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่?
“เพิ่งเจอกันเมื่อ 2 เดือนที่แล้ว ผมกับพี่เรไปมาหาสู่ที่บ้านกันเป็นประจำ บ้านทุกหลังของพี่เรไม่ว่าจะเปลี่ยนไปกี่หลัง ผมไปมาทุกหลัง ไม่เจอแกก็เจอพี่แหม่ม น้องมิก้า ที่เจอล่าสุดแกก็ไม่ได้ดูมีอาการป่วยอะไรเลย ทุกครั้งที่เจอกันแกสนุก เอ็นจอยกันทุกครั้ง ไม่มีอาการอะไรเลย ผมก็พาลูกพาครอบครัวมาหาแกบ่อยมากๆ”

วันที่สูญเสียทราบข่าวจากไหน?
“วันนั้นตื่นเช้ามามีเพื่อนที่เป็นนักกีฬาที่ไปสวีเดนกับพี่เรด้วยกัน เขาส่งมาถามว่าเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า ซึ่งตอนนั้นผมก็ไม่ชัวร์ ผมก็บอกว่าขอเช็กดูก่อน ก็รีบโทรหาพี่แหม่ม มีคนรับแล้วบอกว่าเป็นเรื่องจริง ตอนนั้นช็อกครับ พี่เรก็เป็นพ่อของผมคนนึง”

ใจหวิวใจเคว้ง?
“เมื่อวานผมมีติดงานที่บุรีรัมย์วันนี้ก็นั่งเครื่องบินมาแต่เช้า ตั้งแต่ที่ได้ทราบข่าวก็ช็อกจนถึงตอนนี้ก็ยังช็อกอยู่ ผมไม่เชื่อครับ ผมเพิ่งจะมาหาแกเอง เพิ่งจะเจอกันเอง แต่ก็พยายามเข้มแข็ง พยายามจะซัพพอร์ตพี่แหม่ม น้องมิก้า ผมก็ยังจะไปมาหาสู่มาช่วยดูแลพี่แหม่ม น้องมิก้าต่อไป”

มีอะไรที่เราอยากทำให้เรแต่ยังไม่ได้ทำ?
“พี่เรเป็นนักกีฬาคนนึง พี่เรเขาเคยมีความฝันของเขา เขาเคยบอกผมว่าความฝันนี้พี่เรฝากอาร์มสานต่อด้วยนะ ไม่ว่าการแข่งขันของสโมสรหรือทีมชาติผมก็จะทำให้เต็มที่ที่สุด ผมจะทำตามความฝันของพี่เร เชื่อว่าวันนี้พี่เรคงภูมิใจในตัวผม ครอบครัวพี่เรก็คงภูมิใจในตัวผมเช่นกัน ผมก็จะทำแบบนี้ต่อไป จะพัฒนาตัวเองต่อไป ก็จะไปให้ได้ไกลกว่านี้ ผมก็บอกกับพี่เรสั้นๆว่าวันนี้ผมมาหาแล้ว อะไรที่ช่วยได้ผมก็จะช่วยให้เต็มที่ที่สุด ผมจะทำวันนี้กับวันพรุ่งนี้ให้ดีที่สุด จะดูแลพี่แหม่ม น้องมิก้าต่อไปเรื่อยๆครับ”

ในแวดวงฟุตบอลมีใครอีกไหมที่เรซัพพอร์ตจนประสบความสำเร็จในเส้นทางนี้?
“จริงๆมีหลายคนนะครับ มีอีกคนนึงคือพี่อ้นที่ไปสวีเดนด้วยกัน พี่เรซัพพอร์ตและสนับสนุน เขาน่าจะอยู่ดิวิชั่น 2 ผมไม่แน่ใจว่าตอนนี้เขาอยู่ทีมไหน”