หน้าแรก บันเทิง ฝน ธนสุนทร เค...

ฝน ธนสุนทร เคลียร์ใจ เจเน็ต เขียว หลังห่างกัน 2 ปี ยันไม่ทิ้งเสียงอิสาน อยู่เคียงข้าง ‘แม่นกน้อย’ ตลอดไป

25.08.26 | 17:17 น.

ฝน ธนสุนทร เคลียร์ใจ เจเน็ต เขียว หลังห่างกัน 2 ปี ยันไม่ทิ้งเสียงอิสาน อยู่เคียงข้าง ‘แม่นกน้อย’ ตลอดไป


เรียกว่าเป็นโมเมนต์ที่ทำเอาแฟนๆ ซึ้งและใจฟูไปพร้อมกัน เมื่อนักร้องเสียงหวาน ฝน ธนสุนทร โคจรมาเจอกับนักร้องสาวรุ่นพี่คนสนิทอย่าง เจเน็ต เขียว หลังไม่ได้เจอกันมานาน 2 ปี จนถึงขั้นเสียน้ำตาเคลียร์ใจกลางรายการ โดย สาวฝน ได้เปิดใจในงานเปิดตลาด “อร่อย สาม แม่” วันนี้(24ส.ค.69) ที่ ชั้น 1 อิมพีเรียลเวิลด์ สำโรง ยอมรับตรงๆ ว่า ที่ผ่านมารู้สึกน้อยใจและแอบคิดไปเองว่าพี่สาวโกรธหรือไม่พอใจอะไรหรือเปล่าถึงเงียบหายไป ทั้งที่ความจริงแล้วอีกฝ่ายไม่ได้มีอะไรติดใจ เพียงแค่ยุ่งกับงานและย้ายไปอยู่อยุธยา

นอกจากนี้ ฝน ธนสุนทร ยังเปิดใจถึงอีกบทบาทที่หลายคนฮือฮา หลังผันตัวมาเป็น “แม่ค้าวาฟเฟิล” ในช่วงปิดฤดูกาลเสียงอิสาน จากที่ตั้งใจทำเล่นๆ ฆ่าเวลา กลับกลายเป็นธุรกิจจริงจังและสร้างรายได้เกินคาด พร้อมมองว่าการทำธุรกิจคือการพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส และหวังว่าวาฟเฟิลจะเป็นอีกหนึ่งหลักให้กับชีวิตในอนาคต เพราะไม่รู้ว่าจะร้องเพลงได้อีกกี่ปี

ส่วนแฟนๆ ที่คิดถึงฝนบนเวที เสียงอิสาน เตรียมรอลุ้นได้เลย เพราะเจ้าตัวแย้มว่าตัดชุดสำหรับฤดูกาลใหม่แล้ว พร้อมยืนยันสถานะ “ลูกสาวแม่นกน้อย อุไรพร” ว่าจะยังอยู่เคียงข้างเสียงอิสานและแม่นกน้อยต่อไป

Advertisement

ถามเรื่องที่เราไปออกรายการแล้วเจอกับพี่เจเน็ต(เขียว) ถือเป็นการเคลียร์ใจไหม ก่อนหน้านี้คนมองว่าพี่น้องมีปัญหากันหรือเปล่า เพราะไม่ได้เจอกันเลย?
“ใช่ค่ะ ไม่ได้เจอกันเลย คือมันเป็นอาการน้อยใจของน้องสาวมากกว่า คือพี่สาวเงียบหายไป เราเป็นน้องก็รู้สึกว่าพี่เป็นอะไรหรือเปล่า น้องก็อาจจะงอแงกว่าพี่นิดนึง ไปฟังใครพูดอะไรมาไหมจนห่างน้องไป แต่มันเป็นมโนของเราเอง จริงๆ พี่สาวไม่ไม่มีอะไรเลย พี่สาวก็ยุ่ง งานเยอะ และย้ายไปอยู่อยุธยา ไม่ได้อยู่ใกล้กันเหมือนเมื่อก่อน นี่แหละที่เขาบอกว่าห้ามคิดไปเอง ห้ามมโนไปเอง จริงๆ พี่สาวไม่มีอะไรเลยค่ะ”

หลังจากไปออกรายการได้ติดต่อกันอีกไหม?
“ติดต่อกันค่ะ ส่ง Line หากัน ช่วงหลังจากนั้นพี่เขียวก็ส่งหาเราตลอด จนเราก็กลัวว่าทำให้พี่สาวหนักใจหรือเปล่า จริงๆ 2 ปีที่ไม่ได้เจอกัน วันนั้นในรายการเสียน้ำตาเลย อาจเป็นเพราะเรารักเขามาก พอเขาเงียบไปเราก็มโนไปเองว่าเขาโกรธหรือเกลียดเรา เพราะฉะนั้นทุกคนอย่าคิดไปเองนะคะ”

เห็นพี่เจเน็ต เขียว ชวนไปอยุธยาไปทำบุญด้วยกัน จะมีโอกาสไหม?
“ยังไม่มีโอกาสเลยค่ะ เพราะต่างคนต่างทำงาน แต่ตอนนี้เข้าใจแล้วว่าเราต่างก็ยุ่ง หนูจะไม่งอแงแล้ว จริงๆ ไม่ได้มีปัญหาอะไรกันเลยค่ะ”

ชีวิตการเป็นแม่ค้าเป็นยังไงบ้าง?
“รู้สึกเข้าอกเข้าใจแม่ค้าเลยค่ะ จากเมื่อก่อนนี้เหมือนกับว่าเราซื้อของ เราต่อราคานู่นนี่นั่น ตอนนี้พอมาเป็นแม่ค้าเองเราคือไม่ต่อราคาเลย เข้าใจหัวอกซึ่งกันและกัน แล้วเรารู้สึกว่ายิ่งเราได้มาทำตรงนี้ เรายิ่งเข้าใจเขามากขึ้น แล้วมันก็ทำให้เห็นอกเห็นใจกันค่ะ

จริงๆ การเป็นแม่ค้าของเรามันก็เป็นความบังเอิญนิดหนึ่ง คือเรามาขายวาฟเฟิลในช่วงปิดฤดูกาลเสียงอีสาน แล้วก็กะว่าจะทำเล่นๆ ฆ่าเวลาเพื่อที่จะถึงเวลาแล้วก็ไปคอนเสิร์ตอะไรอย่างนี้ แต่พอเอาเข้าจริง มันไม่เล่น มันขายได้จริงๆ แล้วมันก็เป็นรายได้จริงๆ เราเลยรู้สึกว่าเฮ้ย! อันนี้หรือเปล่านะที่มันรอเราอยู่ แล้วเราก็คาดหวังว่ามันน่าจะเป็นอะไรที่เป็นหลักให้เราในอนาคต เพราะว่าเราไม่รู้ว่าเราจะร้องเพลงได้อีกกี่ปีเนาะ อายุเราก็เยอะขึ้นเรื่อยๆ ค่ะ“

ลงทุนไปเยอะไหม?
”ไม่ได้ลงทุนเยอะ เราลงทุนตามกำลังของเราค่ะ เราไม่ได้ทำเกินตัว แล้วเราก็อยากจะเปิดขายแฟรนไชส์ แต่พอมาได้รับคำแนะนำจากแม่สุ(สุนารี) แม่ตั๊ก(ศิริพร) บอกว่าถ้าเราควบคุมคุณภาพไม่ได้เราจบเลยนะ มันก็เลยทำให้เรามานั่งคิดว่า หรือว่าเราจะไม่ขายแฟรนไชส์ดี แต่ว่าเราอาจจะแบบขยายสาขาแล้วเราควบคุมได้ 100% เราก็รับมาพิจารณาค่ะ“

แล้วมีเวลาเหรอเพราะว่าฤดูกาลของคณะก็จะเปิดแล้ว?
”ตอนนี้วางพื้นฐานไว้แล้ว มีทีมงานที่เป๊ะแน่นอน เพราะเราควบคุมตลอด 1 เดือนที่ผ่านมา ควบคุมทั้งปริมาณเพื่อคุณภาพ ตอนนี้ตลาดลูกค้าก็แข็งแรง ติดเราแล้ว ถึงเราจะไปคอนเสิร์ต ร้านเราก็สามารถเปิดได้“

เรียกว่าพยายามจะหาทางรอดในวิกฤตที่เกิดขึ้น มองทิศทางของการทำงานหลายๆ ประเภทแบบนี้ยังไงบ้าง?
”เรามองว่าเงินมันอยู่ในอากาศในทุกๆ ที่ และอยู่ในทุกๆ วิกฤตด้วย บางคนมองว่าเป็นวิกฤต แต่เราจะพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส อย่างช่วงโควิดเราก็ทำน้ำ 8 เซียน ซึ่งเป็นน้ำสมุนไพรเสริมภูมิคุ้มกัน มันก็ขายดีจริงๆ เราทำสิ่งที่ตรงกับความต้องการของคนในขณะนั้น มาวันนี้เราทำวาฟเฟิลชีส เราเห็นสตรีตฟู้ดของเกาหลีหรือญี่ปุ่นที่เขาขายดี เราก็เอาแนวคิดนั้นมาแต่ปรับรสชาติให้เป็นของคนไทย กินแล้วไม่เลี่ยน และหวานน้อยแต่อร่อยมาก“

ตอนนี้คืนทุนหรือยัง?
”คืนตั้งนานแล้ว(หัวเราะ) จะหาว่าคุย จริงๆ ได้รับตอบรับที่ดีเกินคาด บางคนลองซื้อกินชิ้นเดียว แอบไปกินในรถแล้ววิ่งกลับมาซื้ออีก ทำให้เรารู้สึกว่าของเราอร่อยจริง ถ้าไม่อร่อยเขาไม่กลับมาซื้อซ้ำ“

อันนี้มีเอาไปเปิดหน้าวิกหมอลำหรือยังครับ?
”ยังค่ะ เพราะเพิ่งเปิดได้ตั้งแต่วันที่ 6 ก.ค.ที่ผ่านมา แค่เดือนเศษๆ เอง ถามว่ามีแผนไปเปิดหน้าวิกหมอลำไหม หน้าวิกหมอลำอาจจะไม่ได้ไป แต่อาจจะมาตามงานแบบนี้“

หลายคนก็ชื่นชมว่าเราสู้ชีวิตไม่หมิ่นเงินน้อย?
”ไม่เลยๆ บางคนบอกว่าเป็นดารา แต่ดาราก็มนุษย์ กินข้าวเหมือนกัน เรามองว่าเราโชคดีที่มีชื่อเสียงและคนเชื่อมั่นในสิ่งที่เรานำเสนอ เราก็จะรักษาคุณภาพตั้งแต่วันแรกให้ดีเท่าเดิมหรือดีกว่าเดิม เพื่อให้คนเชื่อมั่นว่า “หน้านี้คือหน้าอร่อย” ค่ะ“

อีกเรื่องที่เป็นแฟนๆ อยากรู้ ฤดูกาลหน้าจะได้เห็นพี่ฝนอยู่บนเวทีเสียงอิสานไหม?
“จะได้เห็นหรือเปล่าต้องรอดูนะคะ เพราะตอนนี้ตัดชุดแล้ว จริงๆ ก็เป็นสัญญาใจกับแม่นกน้อย อุไรพร ค่ะ ฝนถือว่าเป็นลูกสาวแม่นกอีกคนหนึ่ง ยังไงฝนก็จะอยู่เคียงข้างเสียงอิสาน อยู่เคียงข้างแม่นกน้อยแบบนี้ตลอดไป เพราะเราคือลูกสาวแม่นก ไม่ใช่แค่ฝน ธนสุนทร ยังไงก็จะเห็นฝนอยู่บนเวทีเสียงอิสานเหมือนเดิมค่ะ“