แฉะ-แบงค์-แวน เปิดคุณสมบัติ ‘ไอ้โหง’ ในธี่หยด: สมิงเขาขวาง การันตีดุเดือดและลุ้นระทึกกว่าเดิม
เรียกว่ากระแสดีไม่มีแผ่วจริงๆ สำหรับภาพยนตร์แอ็กชันสยองขวัญฟอร์มยักษ์ ธี่หยด: สมิงเขาขวาง จาก M STUDIO และ ช่อง 3 ที่บอกเลยว่าเพียงแค่เปิดตัววันแรกก็ทำรายได้ 25 ล้านบาททั่วประเทศ โดยในภาคนี้จะพาผู้ชมย้อนเวลาสู่ 5 ปีก่อนเหตุการณ์ในภาคแรก ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นการพบกันครั้งแรกระหว่าง ยักษ์ และ จ่าปพันธ์ พวกเขาจะพาทุกคนดำดิ่งลึกเข้าไปในดินแดนอาถรรพ์แห่งป่าเขาขวาง เพื่อปฏิบัติภารกิจเสี่ยงตายในการตามหาบุคคลสำคัญที่หายตัวไปอย่างลึกลับ ทว่าภารกิจค้นหาคนหายกลับกลายเป็นฝันร้ายที่เต็มไปด้วยความหวาดระแวง เมื่อทุกคนต้องเผชิญหน้ากับ ไอ้โหง เสือสมิงคลั่งจอมเจ้าเล่ห์ที่มีความร้ายกาจถึงขั้นฆ่าไม่ตาย มันสามารถจำแลงกายเป็นใครหรือเป็นอะไรก็ได้เพื่อปั่นหัวและดักซุ่มโจมตีเหยื่อท่ามกลางความมืดมิดของผืนป่า
ล่าสุด เหล่านักแสดงนำจากภาพยนตร์ ธี่หยด: สมิงเขาขวาง ไม่ว่าจะเป็น แฉะ องอาจ เจียมเจริญพรกุล (รับบท จ่าปพันธ์) แบงค์ ปวริศร์ มงคลพิสิฐ (รับบท พรานชัช) และ แวน ชนินทร จิตปรีดา (รับบท วุธ) มาเปิดใจกับมติชนออนไลน์ ถึงความสนุกของปฐมบทจักรวาลธี่หยดที่ดุเดือดและลุ้นระทึกกว่าเดิม
ในภาคนี้ก็จะเป็นปฐมบทของจักรวาลธี่หยด เป็นยังไงภาคนี้ มันลุ้นระทึกยังไงบ้าง?
แฉะ : “เสือสมิงเขาขวางก็จะเป็นภาคพิเศษ จะเป็น 5 ปีย้อนกลับไปก่อนภาค 1 มันเป็นตอนที่สร้างจากนวนิยายเรื่องธี่หยดตอนสมิงเขาขวาง มันเป้นตอแรกที่จ่าปพันธ์ไปเจอกับยักษ์ครั้งแรก แล้วก็ต้องเข้าไปร่วมทำภารกิจในป่าเขาขวาง ซึ่งมันมีไอ้โหงอยู่ ซึ่งไอโหงนี่จะเป็นเสือสมิงที่มันมีความร้ายกาจ แล้วก็พาทีมเข้าไป ทีมก็จะประกอบไปด้วยหลายๆ คน ทุกคนก็จะมีเอกลักษณ์ มีความสามารถเฉพาะตัว เพื่อเข้าไปช่วยกันรบกับไอ้โหงครับ”

บทบาทพี่แบงค์ ปวริศร์ เป็นยังไงบ้าง?
แบงค์ : “ก็เป็นพรานที่อยู่ในพื้นที่เขาขวางครับ รู้เกี่ยวกับความเก่งกาจและความร้ายกาจของไอ้โหง เหมือนกับว่าต้องเป็นผู้นำทางที่พาทุกคนเข้าไปยังป่าเขาขวางครับ”
วุธเป็นเพื่อนของพี่ยักษ์?
แวน : “ก็จะมีวุธกับนอม (เบิร์ธ ณัฐชัย) เป็นเพื่อนของยักษ์ (ณเดชน์ คูกิมิยะ) วุธก็จะเป็นมือขวา นอมเป็นมือซ้าย นอมเขาจะถนัดในเรื่องของเทคโนโลยี การสื่อสาร ส่วนผมเนี่ยจะเป็นหน่วยรบ ที่นี้เราได้รับภารกิจมา ด้วยความที่เป็นวัยรุ่น เป็นทหารใหม่ ก็จะห้าววิชา อยากจะเข้าไปผจญภัยในนั้น ไม่กลัวอะไรเลยครับ ซึ่งจ่าเขาก็เตือนแล้วว่าอย่าเข้าไปในเขาขวาง ทุกคนรู้อยู่แล้วว่าในเขาขวางมีอะไร ถามว่ายักษ์เชื่อไหม ไม่เชื่อ จะได้เจอกับทีมของจ่าปพันธ์ ทีมของนายพันตรีฤทธิ์ พันตรีฤทธิ์เขาจะมีลูกน้องคู่ใจนั้นก็คือ เผด็จ รับบทโดยพี่ โจ๊ก อัครินทร์”
แล้วอย่างนี้ต้องมีการเตรียมตัวยังไงบ้าง เพราะว่าแต่ละคนต้องบู๊หนักมากเลย?
แฉะ : “คือผมตั้งแต่ภาค 1-3 แล้ว ผมรู้ว่าฟีลลิ่งของทีมโปรดักชั่นธี่หยดเขาถ่ายสถานที่ ก็มีเข้าไปถ่ายในป่าลึก แรกๆ เราก็ไม่ได้รู้อะไรหรอกไม่ได้เตรียมอะไรไปมาก พอผ่านมาหลายๆ ภาค เราเริ่มรู้แล้วว่าการถ่ายทำมันต้องอาศัยร่างกายที่มันพร้อมจริงๆ มีซีนกลางคืน มีบู๊อะไรในป่าแบบนี้ที่มันไม่ได้เรียบเท่าไหร่ เพราะงั้นการเตรียมร่างกายจะต้องเตรียมให้แข็งแรง จะได้ไม่เป็นภาระคนอื่นด้วยแล้วก็เตรียมพร้อมสำหรับการแสดง เชื่อว่านักแสดงทุกคนก็คิดเหมือนกันที่จะต้องเตรียมร่างกายให้พร้อม เพราะว่าคิวบู๊เรื่องนี้เยอะมากๆ ต้องเล่นกับ CG เล่นกับเสือในพื้นที่ที่ค่อนข้างจำกัด บางทีต้องเดินทางเข้าป่า บางที่ 3-4 ชั่วโมงแบบนี้เพื่อให้คนดูได้เห็นบรรยากาศของป่าเขาขวางจริงๆ อะไรแบบนี้ครับ”
แล้วพี่แบงค์เป็นยังไงบ้าง?
แบงค์ : “สนุกมากเรื่องนี้ ถือว่าเป็นปฐมบทของเสือสมิง ก็แต่ก่อนผมก็เคยทำท่องเที่ยวมา 10 กว่าปี ก็ทั้งในรายการที่เป็นเครือของส่องโลก ชื่อสำรวจธรรมชาติ ตอนยุคบุกเบิกเข้าไปในป่า เข้าไปนั่งห้างจริงๆ ก็เคยมาแล้ว ตามรอยเท้าเสือก็เคยมาแล้วเหมือนกัน ตอนสมัยนั้นเรื่องเล่าเยอะมาก ต้องฟังจากเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ผมว่ามันเป็นเรื่องเล่าตำนานที่มีอยู่จริง เป็นความเชื่อที่มีอยู่จริง ก็อยากจะลองให้ได้เข้าไปลองสัมผัสกันดูครับ”

แล้วเข้าไปในป่าด้วยกันแล้วได้เจอสิ่งลี้ลับ เรื่องอาถรรพ์บ้างไหม บรรยากาศของกองถ่ายเป็นยังไงบ้าง?
แบงค์ : “ถ้าเกิดเรื่องนี้ผมไม่เจอนะครับ แต่ว่าผมเจอเรื่องลี้ลับบ่อย เพราะว่าชอบเก็บของเก่า แต่ว่าเรื่องนี้อาจจะเจอแต่ไม่รู้ตัวก็ได้ เพราะว่าในป่ายังไงก็มีอยู่แล้ว”
แฉะ : “บรรยากาศของมันน่ากลัว มันก็เป็นบรรยากาศของป่าจริงๆ”
ด้วยความที่เป็นหนังอาถรรพ์ เรื่องลี้ลับอะไรแบบนี้ มักจะมีคนในกองถ่ายเจอ มีไหม?
แฉะ : “โบว์ เมลดาเจอ เห็นหน้าคนโผล่มาจากต้นไม้งี้ แต่ว่าเขาก็ไม่ได้บอกใคร เขามาบอกตอนหลังแล้วว่าตอนที่ถ่ายในป่าลึก โบว์เห็นคนโผล่มาจากหลังต้นไม้แล้วหลบเข้าไปซึ่งไม่ใช่ทีมงาน แต่ว่าเราไม่ได้เจอ”
พูดถึงการร่วมงานกับณเดชน์อีกครั้งเป็นยังไงบ้าง เห็นเขาฟิตร่างกายมาหนักมากสำหรับเรื่องนี้?
แฉะ : “สำหรับตัวแบร์เองเขาฟิตเต็มร้อยเปอร์เซ็นอยู่แล้ว ตัวเราเองมากกว่า เพราะว่าตัวเราที่เล่นกับเขามาก็ 4 ปีแล้วตั้งแต่ภาคแรก อายุเราก็ไปอีก 4 ปีแล้วไง แต่ภาคนี้มันต้องย้อนไปก่อน 4 ปี เราก็เลยต้องฟิตร่างกาย แล้วภาคนี้เป็นภาคที่เหนื่อยที่สุด เพราะด้วยฉากมันเป็นเขาขวาง ยิ่งภาคนี้ยิ่งเข้าไปในป่าลึกขึ้น เขาพยายามหาโลเกชั่นใหม่ๆ ณเดชน์ไม่น่าห่วง ผมนี่น่าห่วงกว่า คือเหมือนเขาเตรียมร่างกายมาอยู่แล้ว ทุกอย่างเขาเป๊ะไปหมด”
อย่างพี่แฉะก็จะได้ร่วมงานกับพี่ๆ ท่านอื่นๆ นอกจาภาค 1-3 เป็นยังไงบ้างร่วมงานกัน?
แฉะ : “พี่แบงค์เป็นไอดอลผมเลย ผมชอบมาก วันที่เจอแกครั้งแรก เจอแวนเจออะไรงี้ชอบมาก เจอครั้งแรกเห็นเขาแสดงแล้วรู้สึกภาคนี้เขาเลือกนักแสดงได้คาแรกเตอร์ชัดเจนหมด แต่ละคนก็จะมีฟีลลิ่งของตัวเอง มีตัวแสดงหลายตัวแล้วแต่ละตัวก็จะมีปริศนาเงื่อนงำของตัวเอง ชวนให้คนดูดูว่าใครอะไรยังไง มันไม่มีใครน่าไว้ใจใคร แล้วก็มี โบว์ เมลดา มารับบทเป็นน้ำเพชร เป็นลูกสาวเรา ซึ่งโบว์ทำได้ดีมาก ตัวจริงเขาสวยมากเลย แสดงดี แล้วเวลาคัตปุ๊ปก็เฮฮามาก มีความเป็นกันเองมากๆ”
แล้วทั้งสอง (แวน, แบงค์) เป็นยังไงบ้าง ร่วมผจญภัยด้วยกันครั้งแรก?
แวน : “ก็มีการเรียกเวิร์กช็อปเรื่อยๆ ก่อนถ่ายทำอาทิตย์หนึ่ง 2 วันอะไรแบบนี้เพื่อที่จะเรียนการใช้อาวุธของทหารเอง หรือยุทธวิธีการเคลื่อนพลแบบทหารเอง เขาก็มีการเตรียมงานที่ดีมากๆ เลยครับเรื่องนี้ ตัวผมเองก็ได้ประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ดีมากเลยครับ”

มีทีเด็ดอะไรที่แฟนๆ ต้องรอชมไหม?
แวน : “บทบาทของผมก็จะได้ฉายาเพชฌฆาตมีดบิน ก็จะเชี่ยวชาญทางด้านการใช้มีด ซึ่งก็แอบกังวลเหมือนกันในตอนถ่ายทำ เพราะว่าจังหวะที่เราควงมีด มีดที่เราซ้อมอยู่บ้านกับที่ในกองมันน้ำหนักแตกต่างกัน ก็เลยแอบกังวลแต่ก็ผ่านมาได้ด้วยดีครับ”
แล้วทีเด็ดของพี่แบงค์ในบทนี้เป็นอย่างไรบ้าง?
แบงค์ : “ก็ดีครับ พรานชัชเขาเป็นคนนิ่งๆ ปกติผมก็เป็นคนพูดไม่ค่อยเก่งอยู่แล้วอะไรงี้ แล้วก็สำหรับการมาร่วมงานกับทีมนักแสดงมากความสามารถและทีมงานทุกคน รู้สึกมันส์มาก แล้วก็ห่างหายจากวงการหนังไทยนานแล้วด้วยครับผม”
แฉะ : “คือนิยามของพี่แบงค์แกพูดไม่เก่งแต่แสดงเก่งมาก เวลาอยู่บนจอแล้วหน้าดุ ดูแกจากมอนิเตอร์ วิธีการที่แกแสดงออกหรือเคลื่อนตัว แกเท่อะ พรานชัชในหนังพูดน้อยแต่คนดูจะต้องติดตาม”
อยากให้นิยามสั้นๆ สำหรับธี่หยดในภาคนี้?
แวน : “ธี่หยดสำหรับภาคนี้นะครับ นอกจากความสยองความมันส์ ยังมีปริศนาตลอดทั้งทางตั้งแต่ต้นเรื่องจนจบเรื่องเลยครับผม สนุกน่าติดตามแน่นอนครับ”
แบงค์ : “ดุเดือด เผ็ด มันส์ ครับ”
แฉะ : “สำหรับผมธี่หยดยังคงเสน่ห์ของธี่หยดอยู่เสมอ ทั้งความหลอน ตื่นเต้น แล้วก็สนุก ไม่ทำให้คนดูผิดหวังแล้วก็ขอบคุณคนดูที่ยังคงเป็น FC และยังคงชื่นชอบธี่หยดตลอดมา หนังมันจะไปต่อหรือไม่เนี่ย มันอยู่ที่คนดู แล้วก็อยากให้เข้าไปตัดสินกัน ซึ่งที่ผ่านๆ มาธี่หยดก็ไม่เคยทำให้คนดูผิดหวังเลย”
อย่างเรื่องรายได้แต่ละภาคคือทำรายได้แบบถล่มทลายมาก กดดันไหมสำหรับภาคนี้?
แฉะ : “พวกผมไม่กดดันหรอก แต่บอกได้เลยว่าฉากยากๆ ซีนหรือสถานที่ถ่ายทำที่ยากๆ พวกเราไม่บ่นกันเลยแล้วก็ทำหน้าที่นักแสดงกันอย่างเต็มที่แล้ว ทีนี้พอไปถึงฝ่าย CG โปรดักชั่น ผู้กำกับต่างๆ ต่างคนต่างทำหน้าที่ตัวเองดีที่สุดแล้ว แต่จะดีที่สุดคือคนดูเป็นผู้ตัดสิน”
จากทีเซอร์แล้วฟีดแบ็กก็ดีมากๆ?
แฉะ : “ใช่ ก็หายเหนื่อยนะคือถึงแม้เราจะไม่ได้มีผลต่อรายได้ แต่ว่าเราอยากให้หนังไทยหลายเรื่องๆ จุดประกาย เอาจริงๆ คนไทยชอบดูหนังไทยนะ เรามีหนังเป็นอัตลักษณ์ของประเทศเราเอง ความเชื่อทางตะวันออก ความเชื่อเรื่องภูติผี ความเชื่อเรื่องสมิง ความเชื่อที่มันเป็น soft power ของเรา ที่เราไม่ได้เอาวัฒนธรรมต่างประเทศอะไรมา มันก็ไม่ได้ไทยจ๋าหรอกแต่ดูแล้วรู้ว่านี่แหละหนังไทย คนไทยก็ยังรักหนังไทยอยู่นะอันนี้ผมกล้าการันตี ไปดูเถอะ มันเป็นหนังของพวกเราเองเลย เป็นความเชื่อของเรา เพราะฉะนั้น ธี่หยด สมิงเขาขวาง ก็ยังคงเสน่ห์ของหนังไทยอยู่ โดยรวมหนังสร้างความบันเทิงแต่ก็ยังคงมีสาระอยู่ นี่คือธี่หยด สมิงเขาขวางครับ”
สำหรับภาคนี้มันมีความน่ากลัวกว่าภาคอื่น ๆ อย่างไรบ้าง อย่างภาคแรกคือผีชุดดำก็กลายเป็น soft power ทำให้คนรู้จักเยอะมาก แล้วอย่างในภาคนี้คิดว่าจะเป็น soft power ยังไง?
แฉะ : “คือโดนยักษ์ด่าเหมือนเดิมนั้นแหละครับ ไม่ว่าจะน่ากลัวแค่ไหน ยักษ์ก็ตีเป็นไอ้เสือขี้เรื้อน เขาไม่กลัวอะไรอยู่แล้วครับ ถ้าเราติดตามธี่หยดมาตั้งแต่ภาคแรก ผีชุดดำถ้าตีความผีในความเชื่อคนไทยมันก็อุปสรรคอย่างหนึ่งนะ แบบผีพนัน เราจะเอาชนะผีพนันยังไง ผีมันตีความเชื่อเป็นสิ่งที่ชั่วร้าย สิ่งที่ไม่ดี แต่ถ้าเราดูภาค 1-3 เราจะเห็นว่าพลังครอบครัวมันชนะสิ่งชั่วร้าย แต่ว่าภาคนี้มันเป็นพลังของเพื่อนที่ไปต่อสู้กับผีอีกตัวหนึ่ง แล้วมันก็มีความยากของมันตรงที่มันฆ่าไม่ตาย แล้วพวกเราก็จะหวาดระแวง เพราะความฉลาดของมันที่จะปลอมเป็นใคร เป็นอะไรก็ได้ คือคนดูก็จะสนุกกับมันว่ามันจะมาในลักษณะไหน เพราะฉะนั้นมันเลยทำให้หนังเรื่องนี้มันเดินทางไปด้วยความหวาดระแวง ตรงนั้นน่ะมันเป็นเสน่ห์ของธี่หยด มันจะจบและมันจะตายยังไง ผมคิดว่ากระบวนการของธี่หยดสมิงเขาขวางมันจะต่างออกไปจากภาค 1-3 เพราะผีตัวนี้มันเป็นตัวใหม่ ซึ่งมีเลเวลอีกขั้นหนึ่ง อันนี้ก็คือคุณสมบัติของไอ้โหงมัน”

อย่างงี้คนดูต้องเตรียมตัวยังไงก่อนเข้าไปดูภาพยนตร์?
แฉะ : “อาบน้ำ”
แวน : “เตรียมป๊อปคอร์นให้พร้อมแล้วก็รับความบันเทิงแบบเต็มๆ เลยครับ ไม่ว่าจะเป็นตกใจ สยอง มันส์ดุเดือด ตลกก็มี”
แฉะ : “ปล่อยใจไปกับหนังเลยครับ เหมือนเวลาเราไปดูละคร ดูลิเก ดูงิ้วหรืออะไร ผมว่าหนังมันคือเครื่องมือชนิดหนึ่งที่ที่อยู่คู่กับเรามา สิ่งแรกก็คือสร้างความบันเทิงให้คนได้พักผ่อน มีรสชาติของความสนุก ตื่นเต้น ตกใจ ซึ่งมันทำให้อะดรีนาลีนคนหลั่ง ปล่อยใจสบายๆ เข้าไปดู แล้วที่สำคัญถ้าดูแล้วไม่อิ่ม วนกลับไปดูอีก เราก็ไม่ได้บังคับให้ทุกคนต้องไปดูแต่ถ้าชอบก็ไปดูอีก ถ้าอร่อยก็กินข้าวสองจาน กินจนกินไม่ไหวอันนี้ถือว่าช่วยกัน เขาก็มีทั้งระบบ imax อย่าเก้าอี้สั่นก็ 4DX หรือถ้าอยากมากกว่านั้นก็ ScreenX”
คาดหวังรายได้เท่าไหร่?
แฉะ : “เขาก็พูดกันเป็นร้อยล้านพันล้านงี้ แต่ผมก็เชื่อว่ามันยังคงทำรายได้อยู่ดีกว่า เพราะว่าจากที่เราได้แอบๆ เห็นมา แล้วผมเองก็ผ่านมา 3 ภาคก็คิดว่าภาคนี้ก็ไม่ได้น้อยหน้าอีก 3 ภาคที่ผ่านมาเลย มันน่าจะขึ้นไปอีกอ่ะ”
หลายคนสงสัยว่าถ้าไม่ได้ดูภาค 1-3 มา จะดูภาคนี้รู้เรื่องไหม?
แบงค์ : “รู้เรื่องแน่นอนครับ เพราะว่าทุกคนคงรู้จักพี่ยักษ์ จ่าปพันธ์ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่จริงๆ แล้วในภาคนี้มันคือต้นเรื่องของทุกๆ ภาคเลย”
แฉะ : “คือคนที่ไม่เคยดูธี่หยดมาเลยยังไงก็ดูรู้เรื่อง เพราะอันนี้คือภาคเริ่ม จุดเริ่มต้นเลย ใครดูเสร็จแล้วต้องกลับไปดู 1-3 ต่อ”
ฝากหน่อยค่ะ?
แฉะ : “ก็ฝากธี่หยดสมิงเขาขวางไว้กับคนดูด้วยนะครับ ถ้าใครที่เข้าไปดูมาแล้วก็ไปดูอีก เอาให้ถึง 200 ล้านเลย เพราะภาคนี้ไม่ว่า CG หรือนักแสดง การันตีความบู๊ อยากให้คนดูร่วมสำรวจไปด้วย ทายไปด้วย ร่วมวิเคราะห์ไปด้วย เราอยากให้คนดูร่วมเป็นทีมผจญภัยไปกับเราด้วย”


