เอม วิทวัส แจงดราม่าร้านกล้วยทอด รับเสียสุขภาพจิตแต่ไม่คิดยอมแพ้ ลั่นคุ้ม! ขาย 10 วันได้กำไรสามหมื่น
หลังผันตัวมาทำธุรกิจเปิดร้านกล้วยทอดราดซอสในงานวัดไร่ขิง จนกลายเป็นกระแสไวรัลและมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ล่าสุด เอม วิทวัส รัตนบุญบารมี ออกมาเปิดใจเคลียร์ทุกประเด็นดราม่าแบบหมดเปลือก ทั้งเรื่องราคา, ยอดกำไร 10 วันที่ได้เงินเข้ากระเป๋าเพียง 32,200 บาท, ปัญหาเรื่องคนรับหิ้ว ไปจนถึงประเด็นดราม่าคนก๊อปปี้สูตร งานนี้เจ้าตัวขอชี้แจง ยอมรับว่าสุขภาพจิตเสียแต่ไม่เคยคิดยอมแพ้
ร้านกล้วยทอด กลายเป็นกระแสดังมาก?
“เอมสนุกมากนะ จริงๆ แล้ว เอมสนุกมากๆ เพราะว่าเราไม่ได้ตั้งใจให้มันดูเป็นแบบ อะไรเลย (ทำไมดราม่า?) เอม(ชี้ตัวเอง) ไม่รู้เพราะอะไร แต่คือเรารู้อยู่แล้วว่าต้องมีคนชอบและคนไม่ชอบ แต่เราก็น่าจะเป็นคนหนึ่งในที่คนไม่ชอบเยอะ ไม่คิดอะไรเลยพี่หนูคิดว่าหนูไปเป็นแม่ค้า เหมือนที่ทุกคนเลย หนูไม่ได้มีการทำอะไร มีคนคอมเมนต์ว่าทำไมการตลาดดีจัด แต่การจัดการของแย่มาก คือ บริษัท เป็นปีทอง 19 โปรดักชั่น จำกัด รับทำโปรดักชั่นนะคะ บริษัทเราจัดทำโปรดักชั่นอยู่แล้ว โปรดักชั่นเราก็ต้องมาก่อน แล้วเรามีการวางแผนว่าเราจะทำแบบนี้ๆๆ แต่ทีนี้การตลาดของเราอะ มันไม่เหมือนกับที่ทุกคนเคยเห็น มันก็เลยกลายเป็นเว่าเรา โอ้โห อยู่คนเดียว”
เขาบอกว่ากล้วยทอดอะไรแพงขนาดนี้?
“กล้วยทอดอะไรแพงขนาดนี้ เอมอยากจะพูดว่าแพงแต่ละคนมันไม่เท่ากัน แต่เราก็ใช้คำนี้ได้จริงๆ ว่าแพงแต่ละคนไม่เท่ากัน ไม่ว่าจะเป็นบางคน 20 บาทก็แพงนะ บางคนกินกล้วยราคา 50 บาทก็แพง บางคนกิน 100 บาท ไม่แพง แล้วแต่ วันนี้ทุกอย่างมันเป็นต้นทุนหมดเลย เป็นวัตถุดิบหมดเลย แล้วคนที่ทำให้อุปกรณ์ สมมุติว่าตัดเรื่องเอื้อเป็นแฟนไปก่อน เอื้อเขาก็เป็นเชฟนะ ถ้าเราจ้างเชฟข้างนอกมาอาจจะแพงกว่านี้ก็ได้ สรุปแล้วเอื้อได้ 50,000 เอมได้ 30,000 น้องเอมได้ 30,000 แล้วก็ผู้ช่วยหลัก รองเชฟอันนั้นให้ 20,000”
แต่บางคนเขาก็ไม่เชื่อนะ?
“ก็แล้วแต่เลย (หัวเราะ) (รู้สึกแปลกใจ บอกว่าขายดีทำไมได้กำไรแค่สามหมื่น?) 10 วัน กำไรถึงตัวฉันเอง 32,200 บาท หักทุกอย่างหมดแล้ว ถึงตัวฉัน 32,200 บาท (คุ้มไหม?) คุ้ม เอมว่าเอมได้โปรดักชั่นมา 4 เจ้า แล้วก็ได้พรีเซ็นเตอร์ขนมมา 2 อัน ก็โอเคแลกกัน ถามว่าต่อยอดได้ไหม เรารู้สึกว่ามันเป็นการต่อยอดอย่างอื่นได้ คือคนที่เขาบอกว่า อุ๊ย ทำไมร้านดังเขาได้กำไรไปเป็นแสนเป็นล้านเลยนะ คือเขามีของอยู่แล้ว เขามาถึงเขาแค่ลงวัตถุดิบ เมื่อวานเอมเจอคอมเมนต์ว่า เต็นท์แค่นี้เหรอ 5 แสนบาท ไม่มีใครรู้เรื่องค่าลูกน้อง ค่าที่พัก ค่ากินแต่ละวัน ค่าหม้อ ค่าสูตร ทุกอย่างมันมันเป็นค่าทุกอย่างหมดเลย พี่หนูก็ไม่เชื่อว่ามันเป็น 5 แสนจริงๆ”

ได้กำไรอย่างนี้ ท้อแท้ไหม?
“ดีใจ เพราะเราคิดว่าไม่ได้ ถามน้องทุกวันเลยว่า ตอนนี้พี่ตามเท่าไหร่ น้องบอกสามแสน ขายวันนี้เสร็จเอมตามเท่าไหร่ วันนี้ตามเหลือแสนนึงแล้ว ก็ตามไปเรื่อยๆ เรารู้สึกว่ามันสนุกค่ะ เราชอบขายของอยู่แล้ว (แต่จริงๆ เราขายเอาแง่กำไรหรือเอาคอนเทนต์?) ทุกคนขายเอากำไรหมด แต่เป็นคอนเทนต์เพราะว่าเราทำโปรดักชั่น มันก็เลยดูเป็นคอนเทนต์ตลอด”
ขึ้นเป็น 500 ต่อกล่อง?
“อันนั้นน่ะเอมจะพูดว่าอาชีพรับหิ้วใช่ไหม จะพูดถึงอาชีพรับหิ้ว เอมเคยรับหิ้วค่ะ หมายถึงฝากมารับหิ้ว เอมว่าใครๆ หลายๆ คนเคยทำ แต่ที่เอมโพสต์ถึงคนรับหิ้วว่าแบบไม่อยากให้รับหิ้วเนี่ย มันเป็นเพราะว่า คนต่อแถวมา ซื้อเราอันละ 100 บาท คนนี้ยินดีจะซื้อที่ 500 บาท คนที่ไม่ซื้ออ่ะ คนซื้อโอเค คนรับหิ้วโอเค คนไม่ซื้อปุ๊บ กินแล้วเหาะได้ ป่ะ แพงไปป่ะ ใครโดนด่า กล้วยอ่ะเอมบอกกินหน้าร้านเลยนะพี่ เพราะว่าไม่มีแยกซอส เดี๋ยวมันจะเละไปเลย ทุกอย่างกินหน้าร้านอร่อยหมดไม่ว่าจะเป็นก๋วยเตี๋ยวเอยหรืออะไรเอย พอหิ้วกลับไปถึงบ้าน ห่างจากวัดไร่ขิง 3 ชั่วโมง เหี่ยว ร้านนี้เป็นร้านแรกที่กินแล้วรู้สึกว่าจืดชืดแล้วก็ยมมากๆ อ้าว! โดนอีกแล้ว คนรับหิ้วรับตังค์ก็ไป หนูรู้สึกว่าบางอย่างอะ เราก็ต้องโพรเท็กต์ตัวเองบ้าง ไม่ใช่แบบว่า โอ้โห คนในกระแสก็ต้องยอมรับ อยู่บ้านก็โดนด่าได้ จริงๆ อะไรอย่างนี้”
ตลอด 10 วันที่มีคอมเมนต์ดันจ้องจะจับผิด?
“ใจนึงอ่ะชิน เพราะเราอยู่ตรงนี้มา เพิ่งไปนับมาประมาณ 12 ปีแล้วอะ แต่เรื่องเนี้ยมันไม่ใช่เราคนเดียว มันกลายเป็นว่าลูกน้อง อย่างสมมุติว่ามีคอนเทนต์เดิมมา กินแล้วอ้วก ไม่เห็นหน้าร้านนะ เหมือนซื้อกลับไปกิน อ้วกเสร็จปึ้ง ถ้าสมมุติวันนี้คลิปนี้ไวรัลขึ้นมา ลูกน้องหนูล่ะ หนูรับผิดชอบเขามาแล้ว เอมว่าพอมันเป็นเรื่องอาหารปุ๊บมันเซนส์ซิทีฟมากกลับข้างหลังบ้าน อะไรที่ลงทุนไปสุดท้ายมันมีการขอโทษกันได้เอมรู้ แล้วถ้าวันนั้นหนูเจ๊งเลย หนูไปไงต่อ”
สุขภาพจิตเสียมั้ย?
“ยอมรับแล้วว่าสุขภาพจิตเสีย แต่ไม่หยุดนะ เพราะคนที่จะบอกให้หยุดคือฉันเอง ฉันเหนื่อยเดี๋ยวฉันพัก แต่จะมาบอกฉันให้ฉันหยุด ไม่ (แฟนเราก็สู้นะ?) จะบอกว่าโปรดักชั่นที่เรารับทำมันต้องมีการกระตุ้นกันต่อเนื่อง แต่พอเอื้อเข้าไปคอมเมนต์ แล้วเอ็มบอกเอื้อว่า เอื้ออย่าไปเม้นต์เขาเลย เอื้ออย่าเอื้อไปขอบคุณครับ หรืออะไรอย่างงี้เพราะว่า ไปขอบคุณครับคลิปที่เขาด่าเราอย่างงี้ เข้าใจป่ะ เอื้อก็บอกว่าไม่ก็เข้าไปให้รู้ว่าเรารับรู้ (แล้วเขามีภูมิคุ้มกันไหมครับ?) เอื้อเป็นคนที่ทำร้านอาหารแล้วเอื้อไม่เคยโดนเลย แต่เอื้อมาทำให้เอมคือโดน งั้นหมายความว่าฉันแล้วล่ะ”
อีกอย่างนึง คนก๊อปปี้เยอะมาก?
“ถ้าพูดว่าก๊อปเนี่ย พาดหัวก่อนนะ เอมออกมาชี้แจงแล้ว อันนี้ได้ แต่ถ้าเอาท้ายมาหัวโดนแน่นอน คือจะบอกว่าคนก๊อปปี้เนี่ยไม่ได้ กล้วยทอดเนี่ยมันมีมาเกิน 50 ปี กล้วยทอดราดซอสก็อาจจะมีมาเป็นร้อยเป็นพันปี แต่ฉันไม่เคยเห็นใคร วันนั้นแค่บอกว่าเอื้อเอมอยากกิน เอมเป็นคนชอบกินกล้วยบวชชี กับชอบกินกล้วยทอด เอามาทำกันให้หน่อย ก่อนที่จะขายก็ทะเลาะกันมา เอื้อบอกมันทำไม่ได้ มันอย่างงั้นนะเอมอย่างงี้นะเอม สุดท้าย โปรดักส์นี้มันเกิดขึ้นมาก็มีคนทำตาม แต่พอเราไปพูดว่า อุ๊ย ใครทำตาม ก็จะมีอีหนึ่ง อีสอง แถวบ้านฉันมีนะ ไอ้อันนั้นอย่างงั้นอันนั้นอย่างงี้ก็มีไป ก็ไม่ได้ว่า เพราะฉะนั้นใครทำตามหรือทำเหมือนกันทำคล้ายอะไรก็ตาม ขอเรื่องเดียวอย่าบลัฟ อย่าฉันถูกกว่า อย่าฉันอร่อยกว่า ฉันไม่ต้องต่อแถวสักอัน เอมว่าทุกอย่างมันมีที่มาที่ไปเสมอ ไม่ได้แบบว่า อุ๊ย เรามา ยืนเต้นติ๊กต็อกเสร็จให้ลูกค้ามายืนรอ อันเนี่ยไม่เคยทำเลย”
ไม่ได้ว่า ใครจะทำก็ทำไป?
“ไม่ได้ว่า แต่อย่าเหมือนจนเขาแยกไม่ออก (คิดจะจดลิขสิทธิ์ไหม?) จดไว้ก่อนแล้วค่ะ จดไปเลย (แสดงว่าคนทำตามพูดง่ายๆ คือคนใหม่คือก็อป?) ไม่รู้ ไม่รู้เรื่องกฎหมายเลยค่ะ ไม่ทราบเรื่องกฎหมายเลยจริงๆ ค่ะ พูดไปเนี่ยเดี๋ยวโดนอีกแน่นอน กระเพราก็มีคนทำเหมือนกัน ก๋วยเตี๋ยวมีคนทำเหมือนกันหมด เอาเป็นว่าไปทำยังไงก็ได้ให้เรารู้สึกว่า ไม่ด่าฉันนะ เธอทำของเธอไปเลย เปิดได้เลยใครทำเหมือนเอาเหมือนแค่ไหนไปเลย”
ทำไมวันนั้นถึงอยากไปจดลิขสิทธิ์?
“แค่มีความรู้สึกว่ามันมันว้าว ตอนนั้นคิดว่าโอ๊ย ฉันว้าวจังเลย แต่สุดท้ายเราก็ได้แค่จดไว้ป้องกันตัวเองเฉยๆ ไม่มีอะไร (แล้วต่อยอดมันยังไงบ้าง?) ที่คิดจะไปก็คือพักผ่อน (มันหมดพลังเหรอ?) อ๊ายย! อย่างงี้เลยอ่ะ มันเหนื่อยเพราะว่า หนึ่งเราใหม่มากกับตรงนี้ แล้วอาจจะบริหารไม่ได้ตรงตามสเป๊กที่ทุกคนต้องการ แต่ในพาร์ทของเราเราว่าเราทำเต็มที่แล้ว ก็มีไปต่อแหละ แต่ว่าขอเลือกก่อน ขอเลือกที่มันงานไม่ชน มีโอกาสไปหลายๆ ที่เลยแหละ ยังไม่ระบุขึ้นห้างค่าที่ต้องเท่าไหร่”




