พลิกโฉม ละครเวทีนิเทศจุฬาฯ ฟอร์มใหญ่ ยกโรงละครบรอดเวย์ มาไว้ที่ ‘อักษรา’ พร้อม ดาวเด่น แถวหน้าและ 7 ทีมงานนิสิตใจรักละครเวที ทุ่มสุดใจอย่างมืออาชีพ ใน ‘Last Night at Christie‘s หลังม่านเวทีฝัน’
นิเทศจุฬาฯ ตั้งเป้า ละครเวทีนิเทศ ปีนี้ 2569 เป็นละครเวทีที่ไม่ใช่แค่ ให้นิสิตจุฬาฯดู แต่จะเป็นละคร แห่งวงการบันเทิง เปิดม่าน โรงละครอักษรา ด้วยละครมิวสิคคัล อิงชีวิตจริง ตัวละครบรอดเวย์ ที่ต้องตะเกียกตะกาย แหวกฟ้าคว้าดาว กว่าจะได้ขึ้นเป็นดาวเด่นบนเวทีที่ไฟฉายส่อง
‘Last Night at Christie’s หลังม่านเวทีฝัน’ ละครเวทีนิเทศจุฬาฯ 2569 เป็นละครเพลง Musical นเรื่อง ‘Last Night at Christie’s หลังม่านเวทีฝัน’ ที่จะพาผู้ชมย้อนสู่บรรยากาศ ใจกลางมหานครนิวยอร์ค ในปีคศ. 1939 เพื่อพบกับเรื่องราวของมิตรภาพ ความรัก ความทะเยอทะยาน และสิ่งที่ค้างคาอยู่หลังม่าน โรงละครที่เคยเป็นจุดเริ่มต้น ของมิตรภาพของสามสาว เพื่อนสนิท ทั้ง ‘คริสตี้-แมดลิน และ นาดีน’
‘คริสตี้’ ซึ่งรับบทโดย เคที่ แม็คเอ็นที (เคท) นิสิตชั้นปีที่ 2 สวมบทเจ้าของโรงละคร จากไป ‘แมดลิน’ รับบทโดย วลัยากรณ์ สุริยเสนีย์ (เอญา) นิสิตชั้นปีที่ 2 เป็น ดาราหนังชื่อดัง และ ‘นาดีน’ รับบทโดย ปานชนก พฤกษาทร (ปริม) นิสิตชั้นปีที่ 1 เป็นอดีตนางโชว์ดาวเด่น จึงต้องกลับมาเผชิญหน้ากันอีกครั้ง ณ โรงละครที่เคยเป็นจุดเริ่มต้นของมิตรภาพ ความทรงจำ และความฝันของทั้งสามสาว
ความลับที่ถูกฝังไว้นานกว่า10 ปี กำลังจะถูกเปิดเผย ใต้แสงไฟที่เคยส่องให้ความฝันเป็นจริง เรื่องราวของความรัก ความทะเยอทะยานและการทรยศที่ซ่อนอยู่หลังม่าน เพราะเบื้องหลังทุกความฝัน อาจมีบางสิ่งที่ต้องแลก
อีกทั้ง ในเวลานั้น ละครเวทีต้องต่อสู้ดิ้นรนเอาตัวรอดทางธุรกิจ หลังจากที่ ภาพยนตร์เสียง The Jazz Singer ซึ่งเข้าฉายในปี1927 ทดแทนภาพยนตร์เงียบ สู่ทำให้วงการละครเวทีต้องเผชิญการแข่งขันจากสื่อรูปแบบใหม่และผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่(Great Depression) ซึ่งท้าทายละครบรอดเวย์ ที่เคยเป็นศูนย์กลางความบันเทิงของผู้คนในยุคนั้น ถือเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ เหมือนในยุคนี้ที่อุตสาหกรรมภาพยนตร์บันเทิง ต้องสู้กับแพลตฟอร์มดิจิทัลและสตรีมมิง
ละครเวทีนิเทศจุฬาฯ ในปีนี้ ยังสะท้อนประเด็นทางสังคมของการทำตาม ‘ความฝัน’ ที่ต้องแก่งแย่งแข่งขัน ต้องแลกด้วยหลายสิ่งอย่าง แม้แต่มิตรภาพ
ผู้กำกับ เทียร์ ปณิธาน จันทร์สว่างสกุล ผู้กำกับนิสิตชั้นปีที่ 4 หนึ่งในทีมเขียนบทเมืองมารยา เดอะมิวสิคัล เล่าถึงแรงบันดาลใจในการเขียนบทละคร ที่มาจากการสังเกตผู้คนรอบตัวในคณะนิเทศศาสตร์ ทั้งเพื่อน ๆ รุ่นพี่รุ่นน้องมากมายที่ต่างเข้ามาเรียนคณะนี้ เพื่อทำตามความฝันของตัวเอง กลายเป็นสารตั้งต้นสำคัญของบทละคร ที่จะชวนผู้ชมมาร่วมตั้งคำถามต่อเรื่องราวการเดินทางตามความฝัน กับราคาที่ต้องจ่าย เพราะในการตัดสินใจที่จะลงมือทำตามความฝันเพียงสักครั้ง ย่อมต้องแลกมาด้วยการสูญเสียบางสิ่ง เพื่อให้ได้มาซึ่งความฝันนั้น แต่มันคุ้มค่าจริงหรือไม่
ละครนิเทศจุฬาฯ ในปีนี้ ทุกคนยอมเหนื่อย ในการจัดแสดงทั้งสิ้น 10 รอบ ในวันที่ 29 -31 ม.ค. และ 5 – 7 ก.พ. 2570 ณ โรงละครอักษรา คิง เพาเวอร์ รางน้ำ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่เปลี่ยนสถานที่ มายังโรงละคร นี้ สามารถจองบัตรทาง Ticketmelon เพื่อให้ผู้ชมมีโอกาสเลือกมากขึันและราคา 760 ,690 ,590แลั 490 บาท และติดตามข่าวสาร ได้ที่เพจ ละครนิเทศจุฬาฯ Lakorn Nitade Chula
ละครเวทีนิเทศ จุฬาฯ ไม่ใช่แค่เพียงเวที ปล่อยของ ของนิสิตได้ผลิตละคร ก่อนเรียนจบ ออกสู่สนามจริง เท่านั้น แต่ยังสร้างทีมงานคุณภาพ ของคนที่มีความฝันและใจรักในการทำละครเวที ที่มี 7 ทีมงาน ทั้ง Producer, Director, Marketing Communication, Production, Multimedia, Manage และ Operationที่เตรียมงานมากว่า 6 เดือน
‘กาย’ พรรษกร เสริมศรี และ ‘เนวี่’ จันทร์จรัส ณ ระนอง นิสิตนิเทศฯชั้นปีที่4 ประธานละคร ทุ่มเทสำหรับละครเรื่องนี้มาก อดหลับอดนอน เตรียมงานแบบไม่มีวันหยุด เพื่อให้ละครออกมาดีและเป็นที่ประทับใจของผู้ชม และ ให้วงการละครเวทีต้องจดจำ ละครนิเทศ ที่ไม่ใช่แค่ละครเวที สำหรับ นิสิตปล่อยของ ก่อนออกสู่สนามจริง เท่านั้น แต่ต้องเป็นละคร ที่วงการต้องจดจำ เพราะปีนี้ เป็นการยกระดับสู่การเป็นมืออาชีพ
รศ.ดร.ปรีดา อัครจันทโชติ คณบดี กล่าวว่า ละครนิเทศฯ ยังเป็นเวทีที่เชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างรุ่นพี่กับรุ่นน้อง และกับเพื่อน ๆ ที่มาทำงานด้วยกันโดยไม่ยึดติดกับภาพเดิม และแสวงหาแนวทางใหม่เพิ่มขึ้น
ผศ.ดร.ปอรรัชม์ ยอดเณร รองคณบดีด้านกิจการนิสิต ระบุว่า ละครนิเทศฯ มีจุดเด่น คือ ความสนุกสนานและตื่นตาตื่นใจ แต่ในฐานะของนักสื่อสารมวลชน ย่อมมีประเด็นทางสีงคมสอดแทรกในเนื้อเรื่อง ตามแนวคืดของนิสิตฯเอง ตามตวามคิดสร้างสรรค์

