เจฟ ซาเตอร์ ปลื้ม ‘ที่ชอบที่ชอบ’ เชื่อมโยงความรู้สึกแฟนเพลง เล่าโมเมนต์ซึ้งงานแต่ง ‘ทอย-เกีย’
หลังจากที่ศิลปินหนุ่ม เจฟ ซาเตอร์ ได้เพิ่งปล่อยเพลงใหม่ “ที่ชอบที่ชอบ (Grief Eaters)” ซึ่งเป็นผลงานแรกภายใต้สังกัด Universal Music SEA ก็ได้รับฟีดแบ๊กจากแฟนๆ อย่างล้นหลามเช่นเคย โดยล่าสุดเมื่อเจ้าตัวมาร่วมงาน FIRST PREMIERE “MY CHEF IN CRIME เหตุเกิดที่คุณเชฟ” ร่วมไขคดีลับ ที่ ONE Ultra Screens ชั้น 5 อาคาร Parade One Bangkok ก็ได้เปิดใจถึงเรื่องนี้ รวมถึงโมเมนต์การเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวให้ เดอะ ทอยส์ ที่เพิ่งเข้าพิธีวิวาห์ไปหมาดๆ ด้วยว่า
ฟีดแบ๊กเพลงใหม่เป็นอย่างไรบ้าง?
“ดีมาก เพิ่งปล่อยไป 6 วัน ตอนนี้ก็ 3 ล้านวิวแล้ว คือแบบดีมากๆ ผมว่าเป็นเพลงที่เราได้กลับไปมีความเป็นกลิ่นเก่าๆ ของเรา แต่ก็เพิ่มความใหม่ขึ้นมา แล้วก็เหมือนเป็นเพลงเปิดเอร่าที่ดีมากๆ แล้วผมก็ได้เห็นฟีดแบ๊ก ทุกคนที่แบบว่าพิมพ์คอมเมนต์เข้ามา ก็ไปนั่งอ่านทุกวัน รู้สึกว่าเราเหมือนเป็นเพื่อน อยู่ในพื้นที่ที่เขารู้สึกว่ามันเศร้า แล้วมันมีเพื่อนเศร้าไปด้วยกัน แล้วก็มันก็ดีมาก เป็นเพลงที่เหมือน เค้าเรียกว่าทำนองมันดูเหมือนจะบวกๆ นิดนึง แต่ว่ามันมีความเศร้าอะไรบางอย่างวนอยู่ในนั้น เป็นเพลงหนึ่งที่ผมรู้สึกว่าการแสดงสดก็น่าจะสนุกดี แล้วก็ทุกคนก็ให้การตอบรับดี”
ตอนแรกกดดันไหมกับการปล่อยเพลงนี้ เพราะมันดูเป็นที่จับตามองเพราะมาอยู่ค่ายใหม่ด้วย?
“อย่างที่ผมบอกคือ อยากให้ตัดเรื่องฟีดแบ๊กทุกอย่างไป ถ้าสมมุติว่าเราเอ็นจอยกับเพลงเพลงนั้น เช่น เพลงนั้นรู้สึกว่าครั้งหนึ่งมันต้องปล่อยให้ได้เลย ผมว่าแค่นั้นก็โอเคแล้ว พอเราปล่อยไป คือเราชอบมันมากๆ แล้วเราก็ปล่อยไป ส่วนเรื่องฟีดแบ๊กมันก็เป็นอะไรที่เราควบคุมไม่ได้ มันอาจจะมี KPI ที่มันต้องถึงให้ได้ แต่ว่าสุดท้ายแล้วมันไม่ได้ แต่ถ้าเราเอ็นจอยเพลงนั้นก็โอเคแล้ว”
ต้องถามถึงนางเอก น้องแอลลี่มาเล่น?
“รู้สึกว่าแอลลี่เป็นคนที่แคร์รี่ ด้วยเอ็มวีมันมีหลายๆ ยุค หลายๆ แบบ เป็นแวมไพร์ เป็นนักมวย เป็นร็อกสตาร์ พอมันมีหลายๆ อย่างเข้า นางเอกที่อยู่ในเอ็มวีก็ต้องแคร์รี่ลุคต่างๆ ได้ เราก็รู้สึกว่าแอลลี่เป็นคนหนึ่งที่จะแคร์รี่ทุกอย่างได้ แล้วก็เป็นนักแสดงอาชีพอยู่แล้วด้วยที่เขาทำสิ่งนี้อยู่แล้ว”
ตอนทำงานกับน้องเป็นอย่างไรบ้าง น้องชมพี่เจฟมาก?
“ก็เหมือนกัน รู้สึกว่าน้องเป็นคนที่ธรรมชาติมากเวลาแสดง แล้วก็แต่ละลุคที่ได้เล่นเพราะมันต้องเปลี่ยนคาแร็กเตอร์เยอะ เขาเอาอยู่ทุกอัน รู้สึกเป็นคนโปรเฟสชั่นนัล ให้ทำอะไรก็ทำได้เลย”
ประทับใจอะไรในตัวน้องบ้าง?
“ประทับใจคือน้องทำการบ้านมาดี แล้วก็ในซีนอารมณ์น้องทำได้เลยทั้งๆ ที่มันไม่เหมือนซีรีส์ที่เรารู้เรื่องราวมาก่อน เหมือนน้องทำการบ้านมาจะรู้ว่าในจุดนี้ทำไมมันถึงต้องอีโมชั่นนัล แล้วเล่นซีนนั้นได้ดีครับ”

เห็นคอมเมนต์หนึ่งในเอ็มวีที่แฟนๆ เข้ามาบอกว่าเคยคิดที่จะทำร้ายตัวเอง แล้วเพลงนี้เหมือนรีเลทกับเขารู้สึกอย่างไร?
“ผมว่าอารมณ์แบบนี้มันเกิดขึ้นในใจเรา มันอาจจะไม่รุนแรงเท่าหรืออะไรก็ได้ แต่ผมว่าเป็นโชคดีที่เพลงเราเดินทางไปถึงเขา แล้วอย่างน้อยได้ช่วยเศร้าไปพร้อมๆ กัน หรือได้รีลีสอะไรในตัวเขา นั่นคือหนึ่งในความฝันสูงสุดของการเป็นศิลปิน คือการที่เพลงเราไปรีช ไปสร้างแรงบันดาลใจคนอื่น ไปช่วยคนอื่น ไปมีผลต่อชีวิตของคนอื่นในทางที่ดีขึ้น”
ตอนที่ได้เห็นเขาบอกว่าเพลงเรารีเลทกับเขา ทำให้เขาผ่านจุดบางอย่างได้ รู้สึกอย่างไร?
“มันรู้สึกว่านี่แหละเหตุผลที่เราทำสิ่งนี้เป็นอาชีพ มันรู้สึกอย่างนั้นเลย เพราะศิลปะ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ ดนตรี หรือหนังสือต่างๆ มันเป็นสิ่งเดียวที่เชื่อมโยงคนไว้ด้วยกัน แล้วถ้ามันไปเชื่อมโยงใครบางคนไว้ ไปช่วยเขาไว้ นั่นแหละคือเราทำสิ่งนี้เป็นอาชีพเพราะเรื่องนี้ คอมเมนต์นี้แหละ”
การทำเพลงไม่ได้คิดแค่ว่า ปล่อยเพลงเพื่อให้คนฟังชอบเท่านั้นใช่ไหม?
“ไม่ใช่ครับ ผมคิดแค่ว่าผลงานนี้มันดีไหม ในเชิงตัวของมันเอง หมายถึงว่าเราชอบมันไหม ข้อความที่เราพูดมันเป็นยังไงบ้าง แต่การที่มันไปรีชคนอื่น ไปสร้างแรงบันดาลใจคนอื่น มันไม่ได้อยู่ในกระบวนการแรกที่เราคิดว่าเพลงนี้ต้องไปสร้างแรงบันดาลใจคนอื่นแน่เลย แต่ว่าอันนั้นมันเป็นผลงานเราปล่อยออกไปแล้ว พอมันไปรีชใจคน สิ่งนั้นมากกว่าเราไม่ได้คาดหวังมัน แต่ว่ามันเกิดขึ้นเราจึงรู้สึกดี ไม่ได้อยู่ในกระบวนการการคิดตอนแรกว่าจะปล่อยเพลงมาเพื่อให้กำลังใจ มันคือการปล่อยเพลงที่ดี แล้วมีความเชื่อว่าผลงานที่ดีมันจะพาเราไปเจอคนอื่นและไปช่วยคนอื่นด้วยตัวของมันเองอยู่แล้ว สิ่งเหล่านั้นที่กลับมามันคือผลพลอยได้ละกันจากการที่เราปล่อยสิ่งนี้ออกไป”
อยากบอกอะไรกับแฟนคลับที่บอกว่ามีหลายเพลงของเราไปเติมเต็มความรู้สึกของเขา?
“ขอบคุณแหละที่เราได้อยู่ในโมเมนต์ มีครั้งหนึ่งที่ทำคอนเสิร์ตล่าสุด Red Giant แล้วมีแฟนคลับที่เป็นคุณหมอ 2 คนเข้ามา บอกว่าเปิดเพลงผมทุกครั้งที่เขาผ่าตัดเลย แล้วเหมือนเจฟก็ได้ช่วยคนหลายคนไปพร้อมๆ กับเขาด้วยนะ อันนี้รู้สึกมันเป็นอย่างนั้นจริงๆ ขอบคุณจริงๆ ที่ให้เราได้อยู่ในโมเมนต์สำคัญๆ ของเขา โมเมนต์ที่แย่ โมเมนต์ที่ดี ผมอยู่ในโมเมนต์ไหนก็ได้ ขอแค่เราอยู่ด้วยกัน ผ่านโมเมนต์แย่ๆ ไปด้วยกัน ขอบคุณที่ชอบเพลง แม้ว่าเราไม่ได้ปล่อยเพลงมาเป็นปี แต่พอปล่อยมาทุกคนก็ให้การตอบรับที่ดี ขอบคุณจริงๆ แล้วเดี๋ยวเราไปเอ็นจอยในไลฟ์เพอร์ฟอร์แมนซ์ด้วยกันในครั้งหน้า ขอบคุณที่ยังสนับสนุน ถ้าไม่มีทุกคนก็ไม่มีเจฟ ซาเตอร์ แน่นอน”
ได้ถามคุณหมอไหมเปิดเพลงอะไรฟังตอนผ่าตัด?
“ก็น่าสนใจ… กลัวว่าหมอจะฟังแบบ Dum dum ไหม (ยิ้ม) น่าจะฟังแบบสบายๆ แหละ Black Tie อะไรอย่างนี้คงไม่ได้ไปอยู่ในห้องผ่าตัดเขา Ride or Die อย่างนี้ไม่ได้หรอก”

ถามเรื่องไปเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวมา?
“ใช่ครับ เขามาชวน เขาบอกว่าเดี๋ยวเล่นเสร็จจะมีอะไรให้ดูตอนคอนเสิร์ต Club 30 แล้วเขาก็ให้การ์ดมา พอเปิดมาเป็นเหมือนทอยกับเกียแต่งงานกัน ผมก็ตกใจ ไม่เคยไปเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวด้วย ครั้งแรกในชีวิตเลย แล้วมันก็มีคลิปที่ผมเลิ่กลั่ก ตอนซ้อมกันว่าจะเดินไปตอนไหน แต่พอไปยืน นนท์ยืนข้างๆ บอกว่า ‘เจฟ มึงขึ้นไปยืนตรงบันไดเลย’ แต่ตอนซ้อมมันไม่มีตรงบันได ถ้าเราไปยืนเราจะโดดเด่นเป็นสง่าเลย ‘มึงไปเลย’ ไม่ไปๆ แล้วสุดท้ายพอดีทอยเดินออกไป เราก็เลยหาจังหวะเข้าไปเดินข้างหลังเขา ตลกมากครับ”
เล่าโมเมนต์วันที่เขาเอาการ์ดมาแจกหน่อย เรารู้มาก่อนไหมว่าเขาจะมีข่าวดี?
“ไม่รู้เลย ไม่มีสัญญาณ ไม่มีอะไรเลย เขาให้มาโดยที่เรายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าการ์ดดำๆ อันนี้หมายความว่าอะไร จนเพื่อนเขากรี๊ดกัน เราก็ค่อยๆ รู้ว่า อ๋อ นี่คือการ์ดแต่งงานเหรอ ก็ภูมิใจกับเพื่อน ยินดีกับเพื่อนที่เขาไปสู่สเต็ปใหม่ของชีวิต ทั้ง 4 คนก็รู้พร้อมกันหมดเลย”
เห็นความสัมพันธ์ของคู่นี้มาตลอดใช่ไหม?
“เห็นมาครับ ผมเคยเจอทอยครั้งแรกสุดตอนยังอยู่ค่ายแรกสุด ยังเป็นศิลปินฝึกหัดด้วยซ้ำ ได้เห็นทอยตอนนั้น แล้วการที่กระโดดมาอีกทีมาอยู่ในงานแต่ง ผมงงนะ มาอยู่ในงานแต่งเดอะทอยได้ยังไง จากเพื่อนคนนั้นที่เล่นกีตาร์กับเรา มาสู่วันที่เขาร้องเพลงให้เจ้าสาวเขา มันเหนือจริงอะ”
จังหวะที่เพื่อนเจ้าบ่าวพูดความในใจ แอบมีน้ำตากัน?
“ทุกคนมีอีโมชั่นนัล แต่โบกี้อาจจะไปสุดกว่า เพราะโบกี้อาจจะเลี้ยงทอยมา เหมือนคุณแม่ทอย เลี้ยงมา ใครๆ ก็รู้สึกในโมเมนต์นั้น ผมก็รู้สึกว่ากลัวจะร้องไห้เหมือนกัน เพราะมันประทับใจ”
วันนั้นได้บอกอะไรกับทอยและเกียไหม?
“มีพิมพ์ไปเพิ่มเติมจากที่พูดบนเวทีว่า ขอให้ยิ้มได้จากใจในทุกๆ วันจริงๆ เพราะสุดท้ายเราก็แค่อยากจะมีความสุขกับคนคนหนึ่งที่เราใช้ชีวิตมาด้วยกัน”
เห็นว่าวันนั้นไม่ได้กินเกี๊ยว มีคนกินแทน?
“โอ้ย แย่งเกี๊ยวกันมันเลย มันลื่นคอนิดหนึ่ง ด้วยความที่เดี๋ยวเราต้องขึ้นไปกล่าวโอวาท (หัวเราะ) เราก็ต้องลื่นคอหน่อยหนึ่ง แล้วเขามาเสิร์ฟเกี๊ยวพอดี อิ้งค์ไม่ได้กินเกี๊ยว เกี๊ยวหายไปแล้ว นนท์ซัดไปเรื่อยๆ แล้วผมไม่แน่ใจว่าสองอันมันไม่พอ นนท์มันไปหาเกี๊ยวเพิ่มมาจากโต๊ะอื่นหรือเปล่า ถือเกี๊ยวตลอดเวลา”
เพื่อนตามหาเกี๊ยวกัน?
“ผมมีของผมอยู่ข้างหน้าเพราะเก็บเตรียมไว้ แต่ไม่รู้เลยว่าเพื่อนๆ เกี๊ยวหายหมดแล้ว อันนี้เป็นเรื่องที่น่าสนใจ เดี๋ยววันเกิดนนท์ผมส่งเกี๊ยวไป ให้มันกินเกี๊ยวไปคนเดียวเลย”
ระหว่างนนท์กับเจฟ เป็นเพื่อเจ้าบ่าวได้เนียนกว่ากัน?
“ผมว่านนท์เขามีวิธีพูดที่เหมาะสมกับงานอย่างนี้มาก การพูดสปีช ตอนหลังเวทีคุยกันว่า นนท์มีเวลา 10 นาที พูดไปให้หมดเลยนะ แต่สุดท้ายก็แบ่งกัน แต่รู้สึกว่านนท์เหมาะกับงานแบบนี้มาก โดยเฉพาะตอนหลังจากเติมเกี๊ยวไปแล้วด้วย คล่องคอเลย”
ในแก๊งจะมีใครแต่งงานอีกไหม?
”โอ้ ไม่น่ามีนะ ทุกวันนี้ยังงงอยู่เลยว่าทอยแต่งงานไปแล้ว”




