โบว์ เมลดา แฮปปี้ปีทอง งานแน่นจนไม่มีเวลาพัก ปัดโกยเงินสร้างเรือนหอ รอ ‘อาเล็ก’ คุกเข่าสวมแหวนก่อน

4.11.26 | 22:47 น.

‘โบว์ เมลดา’ แฮปปี้ปีทอง รับงานแน่นจนไม่มีเวลาพัก ปัดโกยเงินสร้างเรือนหอ ลั่นรอ ‘อาเล็ก’ คุกเข่าสวมแหวนก่อน

เรียกว่าคิวงานแน่นจนแทบไม่มีเวลาพัก สำหรับนางเอกสาว โบว์ เมลดา ที่ปีนี้มีทั้งงานแสดง ภาพยนตร์ และงานอื่นๆ เข้ามารัวๆ ล่าสุดโบว์ มาร่วมให้สัมภาษณ์ภาพยนตร์คอเมดี้ฟอร์มยักษ์จาก Netflix เรื่อง แก๊งโอเวอร์ ณ โรงภาพยนตร์ พารากอน ซีนีเพล็กซ์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน เจ้าตัวก็ยอมรับเป็นคนชอบทำงาน ไม่อยากปฏิเสธโอกาสที่ผู้ใหญ่หยิบยื่นให้ แม้เคยขอหยุดสัปดาห์ละ 2 วันเพื่อรีโนเวตตัวเอง แต่สุดท้ายก็ต้องรับงานยาวจนแทบไม่มีวันหยุด พร้อมอัพเดตความคืบหน้าสร้างบ้านที่เจอปัญหาจุกจิกจนปวดหัว

ปีนี้งานโบว์เยอะมาก ทั้งงานแสดง ภาพยนตร์ และงานต่างๆ เข้ามาติดๆ กันเลย? เรียกว่าเป็นปีทองของเราเลย?
“เราชอบทำงาน ก็เลยไม่ค่อยได้ปฏิเสธงานสักเท่าไหร่ ถ้าเป็นไปได้ก็ไม่อยากปฏิเสธ เพราะผู้ใหญ่อุตส่าห์ให้โอกาสเรา แล้วถ้าทำไหวก็จะทำ ถ้าจังหวะมันไม่ได้ซ้อนอะไรกันเยอะก็ยินดีรับค่ะ”


แสดงว่าโบว์ไม่ได้เลือกบทมากขนาดนั้น ไม่เม็ด?
“ไม่เม็ดๆ เม็ดเหรอ? หลายเม็ดเหมือนกันนะ”

ปกติเวลารับงานแสดงต้องดูอะไร บทบาทต้องไม่ซ้ำกันไหม?
“ก็ไม่นะคะ เพราะทุกคาแรกเตอร์มันต่างกันอยู่แล้ว อยู่ที่ว่าเราจะเล่นยังไงให้ต่างจากเดิม ทั้งน้ำเสียง ท่าทาง เสื้อผ้า หน้าผม หรืออะไรที่มันต่างกันทั้งหมดอยู่แล้ว ถามว่าเลือกไหมก็ไม่ได้เลือกขนาดนั้น รับหมด (ถ้าใครยื่นบทมาแล้วบทไม่ติดอะไร เราก็เล่นเลย?) ใช่ บทไม่ติด เวลาไม่ติด เราก็ยินดีทำงาน (ก็เลยเป็นสาเหตุที่ทำให้เรามีหนังเยอะ มีงานแสดงเยอะ?) ใช่”

Advertisement

ปีนี้คิวยังเหลืออยู่ไหม?
“เป็นคำถามที่ถามตัวเองทุกวันเหมือนกันว่า ฉันจะได้ไปทำอะไรที่ตัวเองอยากทำบ้างไหม ไอ้งานก็อยากทำ แต่บางทีก็ต้องหาเวลาไปเติม ไปบำรุงผม บำรุงผิว เข้าคลินิกบ้าง ต้องเจอบ้าง (แล้วมีไหม?) น้อยค่ะ”

ช่วงหยุดยาว เราหยุดกี่วัน?
“เขามีวันหยุดกันด้วยเหรอ (วันหยุดเสาร์-อาทิตย์รู้จักไหม?) อุ้ย เคยได้ยินตั้งแต่เด็กๆ (พอโตมาปุ๊บไม่เคยได้ยินแล้ว?) โตมาเขายังมีกันอยู่เหรอคะ (วันนี้วันอะไร รู้ไหมโบว์?) วันที่ 4 (แต่ไม่จำแล้วว่าวันจันทร์ อังคาร พุธ ไม่รู้เรื่อง?) ไม่รู้”

เราอยากขอผู้จัดส่วนตัวไหมว่า ถ้าอย่างนั้นขอวันหยุดหน่อยได้ไหม?
“เคยขอเขาว่าอาทิตย์หนึ่งเราสามารถหยุดได้สัก 2 วันไหม เพื่อที่จะได้มีเวลารีโนเวตตัวเองบ้าง เพราะบางทีเราไปโลเกชันต่างๆ เราเป็นคนที่ค่อนข้างผิวเซ้นส์ซิทีฟมาก ก็อยากไปเติมอะไรที่ช่วยให้ผิวแข็งแรงขึ้น โดนแดดนิดหน่อยโบว์ก็ผื่นขึ้นแล้ว เพราะแต่ละโลเกชันหรือแม้แต่ในโรงหนัง หรืออะไรก็ตามฝุ่นมันเยอะอยู่แล้ว แล้วถ้าเราพักผ่อนน้อย ภูมิคุ้มกันก็จะตก เราก็เลยอยากถามว่าสามารถไหมแบบหยุดอาทิตย์ละ 2 วัน เคยทำได้อยู่หนึ่งอาทิตย์ หลังจากนั้นก็พี่โบว์มีงานนี้เข้ามา อ้าว งานดี ก็รับ หลังจากนั้นก็รับยาวเลย ไม่มีวันหยุดเลย”

เอาเงินไปทำอะไรบ้าง เคยคิดไหม?
“ไม่รู้เหมือนกันค่ะ ตอนนี้ยังไม่เห็นตัวเงิน กำลังค่อยๆ ทำงาน แล้วค่อยไปดูใหม่อีกทีในตอนที่ได้พัก (เราได้ความภูมิใจว่าเราเก็บหอมรอมริบ?) แต่บางงานก็ไม่ได้เงินก็มี เราก็ช่วยๆ กัน เป็นงานช่วย

จริงไหมที่ว่าทำงานหนักถึงขั้นทรุดตัวลงไปร้องไห้ตอนขึ้นรถหลังจากงานเสร็จ?
“พี่ดูเรื่องอะไร ไม่ใช่แก๊งโอเวอร์นะ ”

ถามไปก่อนเผื่อได้พาดหัวเด็ดๆ อารมณ์แบบไม่ไหวแล้ว อยากทรุดตัวร้องไห้ มีไหม ฉันทำอะไรอยู่เนี่ย ทำไมฉันเหนื่อยจังเลย?
“หรือว่ามีแต่ไม่รู้ตัววะ (มีไหม?) ไม่มีค่ะ ไม่เคยเป็น ชอบทำงาน อยากเจอพี่ๆ ทุกวันเลย”

หรือว่าเรามองว่าโอกาสมันต้องโกยไว้ก่อน?
“ถ้าเป็นพี่ๆ หลายคนก็บอกว่าถ้ามีโอกาสก็โกยไว้ก็ดี ก็ดีแล้วที่มีงานทำ”

ตอนนี้ขาขึ้นของเราเลยหรือเปล่า?
“ไม่ค่อยขึ้นนะคะ มันก็เรื่อยๆ เป็นฟีลเรื่อยๆ โบว์จะไม่ได้เป็นฟีลแบบตู้ม!!อย่างนั้น แต่จะเป็นแบบค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป อยู่ไปเรื่อยๆ แฮปปี้อะไรแบบนี้มากกว่า”

แต่ไม่เกี่ยวกับการเก็บเงินไปสร้างบ้าน สร้างเรือนหออะไรแบบนี้?
“เรือนหออาจจะยัง เขายังไม่ได้ขอ”

มีออกแบบไว้บ้างหรือยัง เพราะเขาบอกว่าให้เราร่วมออกแบบด้วย?
“ยังค่ะยัง รอให้เขาสวมแหวนก่อน รอให้เขาคุกเข่าก่อน เดี๋ยวคิดไปคิดมา เอ้า! แบบมี แต่อาจจะไม่ใช่บ้านเราอะไรอย่างนี้ งานเข้า รอก่อนนะคะ”

แต่เรื่องนี้เราก็สามารถเรื่อยๆ ไปก่อน ไม่ได้รีบ?
“ใช่ ไม่รีบค่ะ”

แล้วคุณอาเล็กเขารีบไหม?
“เขาก็แล้วแต่หนูนะ เขารู้ว่าเราชอบทำงาน แล้วถ้ามันจะเกิดขึ้น ก็คงเป็นเวลาที่เหมาะสม ไม่รู้อ่ะ ไม่กล้าคอนเฟิร์มว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ เพราะเราไม่ใช่คนขอ เขาขอ”

ทำไมเราไม่ลองเปลี่ยนเป็นฝ่ายขอเขาเอง?
“เคยคิดจะขอแล้ว แต่ไม่ได้ (ทำไม?) ขนาดขอตังค์ยังไม่ให้เลย ก็เลยเดี๋ยวค่อยว่ากัน ไปเรื่อยปะ”

หรือต้องรอบ้านเสร็จก่อนไหม?
“คือตอนนี้ของตัวบ้านโบว์เองก็ปัญหาเยอะแยะไปหมด ก็เลยค่อยว่ากันแล้วกันนะเรื่องคุกเข่า เอาให้บ้านนี่จบก่อน เดี๋ยวค่อยว่ากัน เพราะว่า ปวดหัวอยู่เหมือนกัน”

เป็นไงบ้างบ้านเราที่บอกว่าเจอปัญหาเยอะ?
“พูดได้เหรอคะ (พูดได้ เราไม่พาดพิงชื่อใครไง?) มันก็มีปัญหาเล็กๆ น้อยๆ ล่ะค่ะในการทำบ้าน เป็นเรื่องปัญหาของคนในการพูดคุยติดต่อสื่อสารกัน บางครั้งมันก็จะมีความไม่ตรงตามประเด็น เหมือนเราคุยกันแบบนี้ สเปกบ้านทุกอย่างก็ดีหมด แค่เรื่องการติดต่อว่าไอ้นี้จะต้องอย่างนั้น อย่างนี้”

เราเป็นคนที่ต้องคุยเองทั้งหมด หรือมีเอเจนซี่?
“ไม่มีเอเจนซี่เลย ตัวบ้านยังไม่ได้เริ่มตกแต่งอะไรเลย แต่ตั้งแต่โครงสร้างบ้าน ตั้งแต่เริ่มสร้างบ้าน เริ่มอะไรเลยของหมู่บ้าน ก็มีปัญหาเล็กๆ น้อยๆ ประมาณนึง ที่แบบ…มาทำไมวะ อะไรคุณพี่ ทำไมต้องเร่งอะไรขนาดนั้น นี่ยังไม่ได้เข้าไปดูบ้านเลย

แล้วตัวโบว์ได้เข้าไปดูหน้างานบ้างไหม?
“มีเข้าไปบ้างค่ะ แต่จริงๆ ตอนนี้ต้องหาวันเข้าไปดู ก็พอจะขอวันเขาดูได้บ้าง”

ตอนนี้เคลียร์กันลงตัวหรือยัง ทั้งเรื่องการแก้ไขและความรับผิดชอบต่างๆ?
“ก็พยายามให้มันลงตัวค่ะ เพราะถ้าไม่ลงตัว จะมีคนทุบให้อยู่แล้ว”

แต่ตัวเราไม่กังวลใจใช่ไหม?
“ก็กังวลค่ะ แต่งบอาจจะไม่บานปลาย เพราะมีสปอนเซอร์มาช่วยเหลือเราเยอะมาก อยากจะให้ตรงนี้เรา ให้ความกรุณาทำตรงนี้ให้ทั้งหมด คือคนช่วยเราเยอะ แต่มันมีปัญหาตรงก่อนจะรับโอนบ้านนี่แหละ ทั้งเรื่องข้อบกพร่องต่างๆ มันหลากหลาย?

ปวดหัวอยู่แล้ว การทำบ้านเนอะ?
“ใช่ การทำบ้านก็เป็นเรื่องปกติที่ต้องเจอหลากหลายเรื่องราว หลากหลายผู้คน”

ฤกษ์เข้าอยู่ยังเหมือนเดิมไหม?
“เลิกแล้วค่ะ แต่ตอนนี้ไม่ตีกับนิติบุคคลในหมู่บ้านก็บุญละ พยายามจะดีลกับเขาให้ดีที่สุด แล้วเขาก็พยายามจะดูแลเราให้ดีที่สุด ก็โอเค เชื่อมั่นเขา”