เปิดอานุภาพ ‘โคตรระเบิด’ ทรัมป์ชงให้กองทัพสหรัฐใช้ถล่มอิหร่าน

16.10.26 | 11:11 น.
Eglin Air Force Base/Handout via REUTERS

เปิดอานุภาพ ‘โคตรระเบิด’ ทรัมป์ชงให้กองทัพสหรัฐใช้ถล่มอิหร่าน

กำลังเป็นที่จับตามอง สำหรับ ระเบิด GBU-43/B Massive Ordnance Air Blast Bomb หรือ MOAB ที่ถูกขนานนามว่า “mother of all bombs” ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา สั่งให้กองทัพสหรัฐ พิจารณาว่า จะนำมาใช้สำหรับการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและสถานที่ตั้งนิวเคลียร์ของอิหร่านหรือไม่ หากทรัมป์กดปุ่มคำสั่งให้กลับมาปฏิบัติการรบอีกครั้ง ไม่ว่าจะก่อนหรือหลังการเลือกตั้งกลางเทอมก็ตาม

MOAB ถือเป็นระเบิดที่ไม่ใช่ระเบิดนิวเคลียร์ ที่มีอานุภาพทำลายล้างมากที่สุด มีขนาด 21,600 ปอนด์ หรือ ราว 9.8 ตัน ถูกพัฒนาขึ้นในช่วงสงครามอิรัก เป็นระเบิดประเภทแรงอัดอากาศ ที่จะเกิดการระเบิดก่อนตกกระทบพื้นดิน เพื่อแผ่รัศมีแรงระเบิดมหาศาลออกไปรอบทิศทาง โดยระเบิดจะจุดชนวนกลางอากาศเหนือพื้นดินเล็กน้อย เพื่อให้คลื่นความดันและแรงอัดกระจายออกในแนวราบได้กว้างที่สุด


แหล่งข่าวที่เปิดเผยเรื่องนี้กับ สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น ระบุว่า ระเบิด MOAB เป็นอาวุธที่ถูกคิดค้นขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์หลัก เพื่อใช้เป็นอาวุธสำหรับ “ปฏิบัติการทางจิตวิทยา” ด้วยหวังว่า พลังแรงระเบิดอันยิ่งใหญ่มหาศาลนี้ จะเขย่าขวัญกองทัพอิรัก และสร้างแรงกดดันให้อิรักยอมจำนน หรือไม่กล้าลุกขึ้นสู้

ตามแนวคิดดั้งเดิมที่ออกแบบไว้ ระเบิด MOAB มีไว้สำหรับโจมตีกองกำลังพล และยุทโธปกรณ์ขนาดใหญ่ หรือบังเกอร์เหนือพื้นดิน ที่มีความแข็งแกร่ง ก่อนที่กลุ่มเป้าหมายจะถูกขยายให้ครอบคลุมถึงเป้าหมายที่ฝังตัวอยู่ใต้พื้นดินที่อ่อนกว่า เช่น ถ้ำ หรืออุโมงค์ใต้น้ำ

โดยทรัมป์ ถือเป็นประธานาธิบดีสหรัฐคนแรกที่สั่งอนุมัติให้นำระเบิด MOAB เข้าสู่สนามรบจริง ในช่วงดำรงตำแหน่งสมัยแรก เมื่อปี 2017 เพื่อใช้โจมตีฐานที่มั่นของกลุ่มกองกำลังรัฐอิสลาม (ไอเอส) ในประเทศอัฟกานิสถาน

Advertisement

การโจมตีในครั้งนั้น มุ่งเป้าไปที่เครือข่ายอุโมงค์ใต้ดินดัดแปลง ซึ่งกลุ่มไอเอสใช้เป็นฐานในการเปิดฉากโจมตีกองกำลังรัฐบาลอัฟกานิสถาน โดยทางการอัฟกานิสถานระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้นักรบไอเอสเสียชีวิต 36 ราย และทำลายอุโมงค์ใต้ดินได้ 3 แห่ง พร้อมทั้งทำลายคลังอาวุธและกระสุนปืนจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม ภายหลังการโจมตีในปี 2017 สหรัฐถูกตั้งคำถามและกดดันอย่างหนักว่าระเบิดขนาด 21,600 ปอนด์ชนิดนี้ มีความจำเป็นจริงๆ หรือไม่ สำหรับการโจมตีเป้าหมายดังกล่าว

และหากมีการนำโคตรระเบิดนี้มาใช้โจมตีอิหร่านอีกครั้ง อาจจะต้องเจอกับคำถามในลักษณะเดียวกัน อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้!!