หน้าแรก ต่างประเทศ รัฐบาลมะกันจ่...

รัฐบาลมะกันจ่ายคืน ภาษีทรัมป์ ให้ภาคธุรกิจแล้ว กว่า 3.25 ล้านล.

6.08.26 | 12:54 น.

รัฐบาลมะกันจ่ายคืน ภาษีทรัมป์ ให้ภาคธุรกิจแล้ว กว่า 3.25 ล้านล.

รัฐบาลสหรัฐภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้คืนเงินภาษีศุลกากรจากมาตรการภาษีทรัมป์ที่เขาประกาศเรียกเก็บจากประเทศต่างๆ ทั่วโลก ให้กับภาคธุรกิจแล้วมูลค่า 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 3.25 ล้านล้านบาท ผ่านสำนักงานศุลกากรสหรัฐ


ตามเอกสารที่สำนักงานศุลกากรและป้องกันชายแดนสหรัฐฯ (CBP) ยื่นต่อศาลเมื่อไม่นานมานี้ชี้ว่า ตัวเลขดังกล่าวคิดเป็นประมาณ 60% ของรายได้จากภาษีศุลกากรที่มีการเรียกเก็บได้ภายใต้นโยบายดังกล่าว

อย่างไรก็ดี มีเงินอีกจำนวนมากที่ยังคงค้างชำระ ขณะนี้คำร้องขอคืนภาษีมูลค่าราว 2.9 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือราว 9.43 แสนล้านบาท ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบโดยหน่วยงานด้านการค้าของสหรัฐ ขณะที่เงินอีก 1,600 ล้านดอลลาร์ หรือราว 5.2 หมื่นล้านบาท ยังติดค้างอยู่ เนื่องจากผู้นำเข้ายังไม่ได้แจ้งรายละเอียดบัญชีธนาคารสำหรับรับเงินคืน

การคืนเงินดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากศาลฎีกาสหรัฐมีคำวินิจฉัยครั้งสำคัญเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ โดยผู้พิพากษาตัดสินว่า การเรียกเก็บภาษีนำเข้าในวงกว้างที่รัฐบาลทรัมป์ประกาศใช้โดยอาศัยอำนาจด้านเศรษฐกิจนั้น ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

Advertisement

ก่อนหน้านี้ ทำเนียบขาวอ้างอำนาจตาม กฎหมายอำนาจทางเศรษฐกิจในภาวะฉุกเฉินระหว่างประเทศ ปี 1977 (IEEPA) ซึ่งให้อำนาจประธานาธิบดีในการ “กำกับดูแล” หรือ “ควบคุม” การค้าระหว่างประเทศเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน

อย่างไรก็ตาม มาตรการดังกล่าวก่อให้เกิดเสียงคัดค้านทั้งในสหรัฐและต่างประเทศ โดยเฉพาะจากภาคธุรกิจที่ต้องเผชิญกับภาระภาษีที่เพิ่มขึ้นอย่างกะทันหันสำหรับสินค้าที่นำเข้ามายังสหรัฐ อีกทั้งยังเกิดความกังวลว่าภาษีที่สูงขึ้นจะผลักดันให้ราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย

ภาษีศุลกากร หรือภาษีนำเข้า เป็นภาษีที่เรียกเก็บจากสินค้าที่นำเข้าจากต่างประเทศเข้าสู่ประเทศหนึ่ง โดยผู้ที่เป็นผู้ชำระภาษีดังกล่าว ไม่ใช่รัฐบาลต่างประเทศหรือผู้ส่งออกในต่างประเทศ แต่เป็นธุรกิจและผู้นำเข้าในประเทศ ที่ต้องชำระภาษีเมื่อสินค้าผ่านพิธีการศุลกากร

เมื่ออัตราภาษีนำเข้าสูงขึ้น ต้นทุนของภาคธุรกิจก็จะเพิ่มขึ้นตั้งแต่ต้นทาง และโดยทั่วไปบริษัทต่างๆ มักผลักภาระต้นทุนดังกล่าวไปยังผู้บริโภคผ่านการปรับขึ้นราคาสินค้า

นับตั้งแต่ศาลฎีกามีคำวินิจฉัย บริษัทอเมริกันขนาดใหญ่หลายแห่งได้ทยอยได้รับเงินภาษีคืนเป็นจำนวนมากแล้ว

ไบรอัน โอลซาฟสกี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน (CFO) ของบริษัท Amazon เผยว่า บรัทได้รับเงินคืนประมาณ 600 ล้านดอลลาร์ ในช่วงไตรมาสที่สองของปีนี้ โดย Amazon จะนำเงินส่วนหนึ่งไปคืนให้ลูกค้าในกรณีที่ลูกค้าเคยถูกเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากภาษีดังกล่าว ส่วนเงินที่เหลือจะนำไปใช้สนับสนุนการรักษาราคาสินค้าในร้านค้าให้ต่ำลง

ภายใต้กฎหมายศุลกากรของสหรัฐ มีเพียงผู้นำเข้าที่เป็นผู้ชำระภาษีโดยตรงเท่านั้น ที่มีสิทธิ์ยื่นขอรับเงินภาษีคืน ดังนั้น การที่ผู้บริโภคจะได้รับประโยชน์จากเงินคืนหรือไม่นั้น จึงขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแต่ละบริษัทว่าจะนำเงินที่ได้รับคืนไปช่วยเหลือลูกค้าในรูปแบบใด

คาดว่ามูลค่าการคืนเงินภาษีโดยรวมจะเพิ่มขึ้นอีกในระยะต่อไป เนื่องจากสำนักงานศุลกากรสหรัฐยังคงเดินหน้าตรวจสอบคำร้องที่ค้างอยู่ และรอให้ผู้นำเข้าบางรายส่งรายละเอียดบัญชีธนาคารเพื่อรับเงินคืน

หลังจากศาลฎีกามีคำวินิจฉัยเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ประกาศใช้ ภาษีนำเข้าทั่วไปในอัตรา 10% เป็นมาตรการชั่วคราวเพื่อทดแทนภาษีเดิม

มาตรการชั่วคราวดังกล่าวสิ้นสุดลงเมื่อปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ก่อนที่จะถูกแทนที่ด้วยมาตรการภาษีชุดใหม่ที่เรียกเก็บจากประเทศคู่ค้า 60 ประเทศ โดยรัฐบาลทรัมป์อ้างว่า ประเทศคู่ค้าทางเศรษฐกิจสำคัญเหล่านั้น ไม่ได้ดำเนินการอย่างเพียงพอในการแก้ไขปัญหาการใช้แรงงานบังคับ

การประกาศมาตรการดังกล่าวมีขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากที่ทรัมป์ประกาศเรียกเก็บ ภาษีนำเข้าสินค้าจากแคนาดาในอัตรา 50%