สื่อนอกเกาะติดเหตุกราดยิงรร. ซีเอ็นเอ็นชี้ ไทยมีอัตราครองปืนสูงอันดับ 2 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

7.08.26 | 12:34 น.
กราดยิง
REUTERS/Athit Perawongmetha

สื่อนอกเกาะติดเหตุกราดยิงรร.เทพศิรินทร์ นนทบุรี ซีเอ็นเอ็นชี้ ไทยมีอัตราครองปืนสูงอันดับ 2 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

จากเหตุกราดยิงภายในโรงเรียน เทพศิรินทร์ นนทบุรี เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม จนทำให้มีเสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย บรรดาสื่อต่างชาติต่างพากันรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ซีเอ็นเอ็น บีบีซี การ์เดียน รอยเตอร์ เอพี และอีกหลายสื่อ


โดยซีเอ็นเอ็น ซึ่งอ้างรายงานของรอยเตอร์ ระบุว่า มีรายงานผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากเหตุกราดยิงในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ซึ่งเป็นโรงเรียนมัธยมที่มีชื่อเสียง และมีนักเรียนอยู่ราว 3,000 คน และว่า ผู้ก่อเหตุได้ยิงตัวตาย โดยตำรวจระบุว่า ผู้ก่อเหตุเป็นนักเรียนของโรงเรียนแห่งนี้ โดยกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ได้แจ้งกับ ซีเอ็นเอ็นว่า สามารถควบคุมสถานการณ์เอาไว้ได้แล้ว

ซีเอ็นเอ็น รายงานว่า จากวิดีโอที่ได้รับการตรวจสอบแล้ว แสดงให้เห็นนักเรียนจำนวนหนึ่งพากันวิ่งออกจากโรงเรียน โดยมีเจ้าหน้าที่คอยช่วยอพยพ

Advertisement

ซีเอ็นเอ็น รายงานว่า อัตราการครอบครองปืนในประเทศไทยนั้น ค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยจากข้อมูลปี 2560  ของ Small Arms Survey (SAS) ซึ่งตั้งอยู่ในสวิตเซอร์แลนด์ พบว่า ประเทศไทยมีพลเรือนที่ครอบครองอาวุธมากกว่า 10.3 ล้านกระบอก หรือราว 15 กระบอก ต่อประชากร 100 คน

ซีเอ็นเอ็นรายงานอีกว่า จากข้อมูล Global Burden of Disease ปี 2562 ของ Institute for Health Metrics and Evaluation (IHME) มหาวิทยาลัยวอชิงตัน ระบุว่า ประเทศไทย ติดอันดับประเทศที่มีอัตราการก่อเหตุฆาตกรรมด้วยปืนสูงเป็นอันดับ 2 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จองจากฟิลิปปินส์

รายงานระบุว่า เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ เพิ่งจะเกิดรายงานเหตุยิงในโรงเรียนแห่งหนึ่งที่หาดใหญ่ โดยเป็นเด็กอายุ 17 ปี ขโมยปืนจากตำรวจและก่อเหตุกราดยิงในโรงเรียน ทำให้ครูเสียชีวิต 1 ราย และนักเรียนบาดเจ็บ 1 ราย และเมื่อปี 2565 ได้เกิดเหตุกราดยิงศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก จังหวัดหนองบัวลำภู เดือนตุลาคม ทำให้มีผู้เสียชีวิต 36 ราย ในจำนวนนี้เป็นเด็กถึง 24 ราย ซึ่งถือว่าเป็นเหตุการณ์ที่ร้ายแรงที่สุดครั้งหนึ่งของประเทศไทย

และเมื่อเดือนตุลาคม 2566 ได้เกิดเหตุชายวัย 14 ปี ก่อเหตุกราดยิงผู้คนภายในห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย

ขณะที่ แชนเนลนิวส์เอเชีย (CNA) รายงานเหตุการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยระบุว่า ประเทศไทยถือว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการครอบครองปืนสูงสุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และคาดว่ามีอาวุธปืนหมุนเวียนอยู่ประมาณ 10 ล้านกระบอก หรือ 1 กระบอกต่อประชากร 7 คน

CNA รายงานด้วยว่า คำสัญญาในอดีตเกี่ยวกับการเข้มงวดกฎหมายอาวุธปืนไม่ได้ช่วยป้องกันเหตุการณ์กราดยิงที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก

ด้านเดลีเมล์ รายงานว่า เหตุการณ์กราดยิง เริ่มต้นขึ้นเมื่อเวลาประมาณ หลัง 10.00 น.เล็กน้อย ผู้ก่อเหตุเป็นเด็กชายอายุ 14 ปี ขณะที่รายงานข่าว มีรายงานผู้เสียชีวิตแล้ว 6 ราย บาดเจ็บ 15 ราย และว่า ผู้ก่อเหตุเองได้เสียชีวิตลงเช่นกัน