เกาหลีเหนือ ประณามสหรัฐ ขายอาวุธให้เกาหลีใต้ มูลค่า 4.1 พันล้านบ. กร้าวเจอตอบโต้หนักแน่
เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม สำนักข่าวกลางเกาหลี (KCNA) กระบอกเสียงเปียงยางรายงานว่า กระทรวงต่างประเทศของเกาหลีเหนือแถลงประณามสหรัฐอเมริกา ต่อกรณีอนุมัติการขายขีปนาวุธและยุทโธปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง มีมูลค่า 125 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 4,100 ล้านบาท ให้กับเกาหลีใต้ พร้อมกันนี้ยังได้ประกาศอย่างแข็งกร้าวว่าเกาหลีเหนือจะตอบโต้อย่างรุนแรงและทันทีต่อการกระทำที่เป็นปฏิปักษ์ในด้านต่างๆ ของสหรัฐ
“เราได้ตระหนักอย่างชัดเจนอีกครั้งถึงท่าทีของสหรัฐที่แสดงออกอย่างเปิดเผยว่าเป็นปฏิปักษ์ต่อสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี (DPRK) มาโดยตลอด” โฆษกกระทรวงต่างประเทศของเกาหลีเหนือกล่าว โดยระบุถึงชื่อประเทศของตนที่ใช้อย่างเป็นทางการ และว่า ในปีนี้สหรัฐได้อนุมัติการขายระบบอาวุธหลากหลายประเภทให้กับเกาหลีใต้ไปแล้ว ซึ่งรวมถึงขีปนาวุธยิงจากอากาศสู่อากาศที่ทันสมัย เฮลิคอปเตอร์สำหรับกองทัพเรือ เฮลิคอปเตอร์โจมตี และระเบิดนำวิถีที่มีความแม่นยำสูง ทั้งยังสนับสนุนให้เกาหลีใต้เพิ่มขีดความสามารถในการทำสงคราม
“ในขณะที่การบูรณาการทางทหารระหว่างสหรัฐและพันธมิตรในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก กำลังดำเนินไปอย่างรวดเร็ว เราไม่อาจมองข้ามผลกระทบเชิงลบที่อาจเกิดขึ้นต่อสภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงในภูมิภาคจากการที่สหรัฐขายอาวุธให้กับเกาหลีใต้ได้” โฆษกกระทรวงต่างประเทศเกาหลีเหนือกล่าว
ถ้อยแถลงข้างต้นเป็นการตอบโต้กรณีที่กระทรวงต่างประเทศของสหรัฐได้อนุมัติการขายขีปนาวุธทางยุทธวิธีแบบอากาศสู่อากาศ AIM-9X Sidewinder พร้อมยุทโธปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง มูลค่า 125 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้แก่เกาหลีใต้ ซึ่งเกาหลีเหนือระบุว่าเป็นภัยคุกคามใหม่ต่อสถานการณ์ความมั่นคงของตน
นอกจากนี้เกาหลีเหนือยังวิจารณ์แผนการของสหรัฐที่จะให้เงินทุนสนับสนุนกิจกรรมเกี่ยวกับการจัดทำข้อมูลสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนและการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับประเทศเกาหลีเหนือ โดยมองว่าความพยายามดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์ที่มุ่งเป้าสร้างความไร้เสถียรภาพให้กับระบบสังคมของเกาหลีเหนือ
ท่าทีนี้ของเกาหลีเหนือยังมีขึ้นในขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ พยายามจะพื้นการเจรจากับนายคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนืออีกครั้ง โดยทรัมป์กล่าวอ้างเมื่อต้นเดือนนี้ว่า ผู้นำคิมได้ตอบรับการติดต่อของเขาแล้ว
ขณะที่นักวิเคราะห์กล่าวว่า ฝ่ายเกาหลีเหนือได้แสดงให้เห็นถึงความยินดีเพียงเล็กน้อยเท่านั้นที่จะกลับมาเจรจากับสหรัฐอีกครั้ง

