สถานทูตแจง ยื่นคำร้องขอลี้ภัยที่ญี่ปุ่น ‘ไม่ได้ง่าย’ หลังคนไทยแห่ยื่นเรื่อง ชี้ 5 ปี ยังไม่มีคนไทยเคยได้เลย
เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ได้โพสต์แจ้งเรื่องเกี่ยวกับการยื่นคำร้องขอลี้ภัยในประเทศญี่ปุ่นว่า ไม่ใช่เรื่องที่ทำกันง่ายๆ หลังจากเมื่อปี 2568 มีคนไทยยื่นเรื่องขอลี้ภัยในญี่ปุ่น สูงเป็นอันดับ 1 ของชาวต่างชาติที่ขอลี้ภัย
โดยข้อความ ในโปสเตอร์ที่โพสต์ไว้ ระบุว่า ปี พ.ศ.2568 มีชาวไทยขอลี้ภัยในญี่ปุ่นอันดับ 1 (1,556 ราย) ของชาวต่างชาติที่ยื่นขอลี้ภัยทั้งหมด จากปี พ.ศ.2564 ซึ่งมีชาวไทยขอลี้ภัยในญี่ปุ่นเพียง 2 ราย และในช่วง 5 ปีย้อนหลัง ไม่มีชาวไทยที่ได้รับสถานะผู้ลี้ภัย
รัฐบาลญี่ปุ่นดำเนินมาตรการตาม “แผนขจัดผู้พำนักผิดกฎหมายให้เป็นศูนย์” เพื่อความปลอดภัยและความมั่นคงของประชาชน ตั้งแต่วันที่ 23 พ.ค.2568 ส่งผลให้ ทางการญี่ปุ่นลดระยะเวลาการพิจารณาคำร้องขอลี้ภัย เพื่อสกัดกั้นการขอลี้ภัยในทางที่ผิดและติดตามสอดส่องผู้ที่ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว เพื่อไม่ให้ทำงานอย่างผิดกฎหมาย
ปี พ.ศ.2568 ทางการญี่ปุ่นปฏิเสธคำร้องขอสถาบันผู้ลี้ภัยไทย 977 ราย , ชาวไทยยกเลิกคำร้องขอสถานะผู้ลี้ภัยด้วยตนเอง 1,755 ราย
พร้อมกับระบุว่า อย่าหลงเชื่อคำชักชวนขอลี้ภัย เพื่อจะได้ทำงานในประเทศญี่ปุ่น เพราะกว่า 5 ปีที่ผ่านมา ยังไม่มีคนไทยได้รับสถานะผู้ลี้ภัยเลย และว่าการพำนักอย่างผิดกฎหมาย เสี่ยงต่อการถูกจับกุม ส่งผลกระทบต่อการเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่น ในอนาคต

โดยสถานทูต แจ้งด้วยว่า การยื่นคำร้องขอลี้ภัย ไม่ได้ทำให้ได้รับอนุญาตให้ทำงานโดยอัตโนมัติ และไม่ได้หมายความ จะได้รับการรับรองสถานะผู้ลี้ภัยเสมอไป เพราะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ทางการญี่ปุ่นกำหนด
ข้อมูลที่ควรทราบ
- ในช่วง 5 ปี พ.ศ. 2564-2568 ไม่มีชาวไทยได้รับการรับรองสถานะผู้ลี้ภัยจากทางการญี่ปุ่นเลย
- เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2568 รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศ “แผนขจัดผู้พำนักผิดกฎหมายให้เป็นศูนย์ เพื่อความปลอดภัยและความมั่นคงของประชาชน” (Zero Illegal Foreign Residents Plan for the Safety and Security of People in Japan) ซึ่งรวมถึงมาตรการป้องกันการใช้ช่องทางการขอลี้ภัยในทางที่ผิด การติดตามผู้ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว เพื่อป้องกันการทำงานอย่างผิดกฎหมาย
โปรดอย่าหลงเชื่อคำชักชวนว่า “เพียงยื่นคำร้องขอลี้ภัย ก็จะสามารถทำงานได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย”



