ทรัมป์ลงนาม กม.เลี่ยงชัตดาวน์หน่วยงานรัฐ ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ลงนามในร่างกฎหมายจัดสรรงบประมาณชั่วคราวเมื่อวันที่ 2 กันยายน เพื่อหลีกเลี่ยงการปิดหน่วยงานรัฐบาลก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม หลังจากสภาผู้แทนราษฎรผ่านร่างกฎหมายดังกล่าวเมื่อหนึ่งวันก่อนหน้า และวุฒิสภาผ่านความเห็นชอบในเดือนสิงหาคม
ทำเนียบขาวระบุว่า ทรัมป์ได้ลงนามให้ร่างกฎหมายดังกล่าวมีผลบังคับใช้เป็นกฎหมายแล้ว
สภาผู้แทนราษฎรลงมติด้วยคะแนนเสียง 370 ต่อ 48 เสียง เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เพื่อผ่านร่างกฎหมายขยายการใช้งบประมาณตามกรอบเดิมออกไปจนถึงวันที่ 11 ธันวาคม ขณะที่วุฒิสภาผ่านร่างกฎหมายดังกล่าวเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม
กฎหมายฉบับนี้จะทำให้หน่วยงานของรัฐบาลกลางสามารถดำเนินงานต่อไปได้หลังวันที่ 1 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันที่งบประมาณที่ใช้อยู่ในปัจจุบันจะหมดอายุลง พร้อมกับการเริ่มต้นปีงบประมาณใหม่
มาตรการชั่วคราวดังกล่าวมีความจำเป็น เนื่องจากจนถึงขณะนี้สภาคองเกรสยังไม่สามารถดำเนินการจัดทำร่างกฎหมายจัดสรรงบประมาณทั้ง 12 ฉบับ ซึ่งใช้สำหรับจัดสรรงบประมาณให้โครงการต่าง ๆ ของรัฐบาลตลอดปีงบประมาณที่สิ้นสุดในวันที่ 30 กันยายน 2027 ได้สำเร็จ โครงการเหล่านี้ครอบคลุมตั้งแต่ความมั่นคงภายในประเทศและการบังคับใช้กฎหมายของรัฐบาลกลาง ไปจนถึงพลังงาน ที่อยู่อาศัย และกลาโหม
นับตั้งแต่เริ่มต้นวาระดำรงตำแหน่งสมัยที่สองของทรัมป์ สภาคองเกรสต้องเผชิญกับการต่อสู้ทางการเมืองที่ดุเดือดรุนแรงระหว่างพรรครีพับลิกันซึ่งเป็นฝ่ายควบคุมสภาคองเกรส กับพรรคเดโมแครตซึ่งเป็นเสียงข้างน้อยทั้งในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา
ผลที่ตามมาคือ การปิดหน่วยงานรัฐบาลบางส่วนเกิดขึ้นแล้ว 3 ครั้ง รวมระยะเวลาสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 161 วัน เนื่องจากทั้งสองพรรคต่อสู้กันในประเด็นเงินอุดหนุนประกันสุขภาพและมาตรการตรวจสอบการบังคับใช้กฎหมายตรวจคนเข้าเมืองของรัฐบาลกลาง
ในครั้งนี้ ทั้งพรรครีพับลิกันและพรรคเดโมแครตต่างไม่ต้องการให้เกิดการปิดหน่วยงานรัฐบาลครั้งที่ 4 ขึ้น ในช่วงที่สมาชิกของทั้งสองพรรคกำลังหาเสียงเลือกตั้งกลางเทอมที่กำลังจะมาถึงในเดือนพฤศจิกายนนี้ ซึ่งอาจสร้างความไม่พอใจให้กับผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่กำลังไม่พอใจกับปัญหาราคาสินค้าที่สูงขึ้น สงครามระหว่างสหรัฐกับอิสราเอลและอิหร่านที่ยืดเยื้อมาหลายเดือน และส่งผลให้ราคาน้ำมันและก๊าซปรับตัวสูงขึ้น ตลอดจนมาตรการภาษีศุลกากรต่อสินค้าจากต่างประเทศที่ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรอย่างหนัก
อย่างไรก็ตาม ร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราวฉบับนี้ไม่ได้ช่วยแก้ไขปัญหาการคลังสำคัญของประเทศ หลังจากหนี้สาธารณะของสหรัฐพุ่งทะลุระดับ 40 ล้านล้านดอลลาร์เมื่อเดือนสิงหาคม ขณะที่รัฐบาลในสหรัฐยังไม่สามารถจัดการกับปัญหาค่าครองชีพ ซึ่งเป็นประเด็นที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้ความสำคัญสูงสุดได้
ยิ่งไปกว่านั้น การที่กฎหมายฉบับนี้เลื่อนการตัดสินใจเกี่ยวกับลำดับความสำคัญในการจัดสรรงบประมาณออกไปอีก 15 สัปดาห์ ทำให้สภาคองเกรสต้องเผชิญกับภารกิจที่ยากลำบากอย่างมาก ในการจัดทำและผ่านร่างกฎหมายจัดสรรงบประมาณสำหรับการใช้จ่ายตลอดปีทั้ง 12 ฉบับในเดือนธันวาคม
ผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาคองเกรสในวันที่ 3 พฤศจิกายน จะเป็นการเลือกตั้งที่ชี้ชะตาว่าพรรคใดจะสามารถควบคุมสภาคองเกรสได้ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการกำหนดว่าพรรครีพับลิกันหรือพรรคเดโมแครตจะเป็นฝ่ายได้เปรียบในการเจรจาจัดสรรงบประมาณที่จะเกิดขึ้นต่อไป

