หน้าแรก ต่างประเทศ กษัตริย์มาเลย...

กษัตริย์มาเลย์ทรงอนุญาตให้ ‘นาจิบ’ อดีตนายกฯ รับโทษจำคุกที่เหลือด้วยการกักบริเวณในบ้านพัก

18.09.26 | 16:59 น.
(AP Photo/Vincent Thian, File)

กษัตริย์มาเลย์ทรงอนุญาตให้ ‘นาจิบ’ อดีตนายกฯ รับโทษจำคุกที่เหลือในคดีทุจริตด้วยการกักบริเวณในบ้านพัก

สำนักข่าวเอพีรายงานว่า เมื่อวันที่ 18 กันยายน สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งมาเลเซีย ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานอภัยโทษ แก่นายนาจิบ ราซัก อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ซึ่งอยู่ระหว่างรับโทษจำคุกในคดีทุจริต โดยพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้นายนาจิบ รับโทษจำคุกที่เหลือด้วยการกักบริเวณภายในบ้านพัก


การตัดสินพระทัยดังกล่าว มีขึ้นในการประชุมคณะกรรมการอภัยโทษ ซึ่งจัดขึ้นอย่างกะทันหันเพียงหนึ่งสัปดาห์ หลังจากที่คณะกรรมการฯ ได้เลื่อนการพิจารณาคำร้องขอพระราชทานอภัยโทษ ของนายนาจิบออกไป การใช้มาตรการกักบริเวณในบ้านพัก ถือเป็นกรณีพิเศษและไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในฐานะรูปแบบหนึ่งของการพระราชทานอภัยโทษในมาเลเซีย ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดการถกเถียงรอบใหม่เกี่ยวกับพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ หลักนิติธรรม และการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังคดีทุจริตรายสำคัญที่สุดของประเทศ

สำนักบริหารงานกฎหมาย สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ได้ออกแถลงการณ์ ระบุว่า สมเด็จพระราชาธิบดี อิบราฮิม อิสกันดาร์ พระราชทานอภัยโทษแบบมีเงื่อนไข แก่นายนาจิบ ในการประชุมคณะกรรมการอภัยโทษ โดยนายนาจิบ จะได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้รับโทษจำคุกที่เหลือด้วยการกักบริเวณในบ้านพัก จนถึงวันที่ 23 สิงหาคม 2028 หากเขาดำเนินการชำระค่าปรับจำนวน 50 ล้านริงกิต (ราว 406,000 บาท) ตามที่ศาลกำหนด

แถลงการณ์ ระบุว่า นาจิบ จะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ หากไม่ปฏิบัติตาม ให้ถือว่าสิทธิการได้รับพระราชทานอภัยโทษนั้น เป็นอันยกเลิก อย่างไรก็ตาม แถลงการณ์ไม่มีการระบุรายละเอียดเกี่ยวกับเงื่อนไขดังกล่าว

Advertisement

ทั้งนี้ นายนาจิบ ในวัย 73 ปี ถูกคุมขังในเรือนจำมาตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2022 หลังจากศาลสูงสุดของมาเลเซีย มีคำพิพากษายืนให้ลงโทษจำคุกในคดีทุจริตที่เชื่อมโยงกับการยักยอกเงินหลายพันล้านดอลลาร์จากกองทุนเพื่อการพัฒนามาเลเซีย (1MDB)

โดยแต่เดิมนั้น นายนาจิบถูกตัดสินจำคุกเป็นเวลา 12 ปี และปรับเงิน 210 ล้านริงกิต ในปี 2020 ในความผิดฐานใช้อำนาจในทางมิชอบ ยักยอกทรัพย์ และฟอกเงิน เกี่ยวข้องกับเงิน 42 ล้านริงกิต ที่ถูกโอนจากบริษัท เอสอาร์ซี อินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งเป็นอดีตบริษัทลูกของกองทุน 1MDB เข้าบัญชีธนาคารส่วนตัวของเขาเอง
ต่อมา ในเดือนมกราคม 2024 คณะกรรมการอภัยโทษ ซึ่งมีสมเด็จพระราชาธิบดีในขณะนั้นทรงเป็นประธาน ได้ลดโทษจำคุกของนาจิบลงครึ่งหนึ่ง เหลือ 6 ปี และลดเงินปรับเหลือ 50 ล้านริงกิต

ทั้งนี้ นายนาจิบเอง ยืนยันมาตลอดว่ากษัตริย์พระองค์ก่อน คือ สมเด็จพระราชาธิบดีอับดุลลาห์ ซาห์ ได้ทรงออกพระราชโองการส่วนเพิ่ม อนุญาตให้เขารับโทษจำคุกที่เหลือด้วยการกักบริเวณในบ้านพักเช่นกัน แต่ศาลสูงมีคำตัดสินว่า พระราชโองการกักบริเวณในบ้านพักตามที่กล่าวอ้างนั้น ไม่มีผลบังคับใช้ตามกฎหมาย เนื่องจากไม่ได้ถูกนำเข้าสู่การพิจารณาหรือหารือโดยคณะกรรมการอภัยโทษ ในการประชุมเมื่อเดือนมกราคม 2024

ข่าวระบุว่า คำสั่งกักบริเวณในบ้านพักครั้งนี้ ยังก่อให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับโทษในคดีทุจริตอีกคดีหนึ่งของนายนาจิบ โดยเมื่อเดือนธันวาคม 2025 นาจิบ ถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานใช้อำนาจในทางมิชอบ และฟอกเงิน ที่เกี่ยวข้องกับเงินกว่า 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่โอนเข้าบัญชีส่วนตัวของเขา จากกองทุน 1MDB ซึ่งเป็นคดีหลักที่เชื่อมโยงกับกองทุนดังกล่าว และนายนาจิบถูกตัดสินจำคุกเพิ่มอีก 15 ปี และปรับเป็นเงิน 1.14 หมื่นล้านริงกิต ซึ่งจะมีผลหลังจากโทษจำคุกเดิมสิ้นสุดลง ขณะนี้เขายังอยู่ระหว่างการยื่นอุทธรณ์คำตัดสินคดีดังกล่าว

รายงานระบุว่า แนวคิดเรื่องการกักบริเวณในบ้านพัก ได้ถูกหยิบยกขึ้นมาหารือ ในฐานะส่วนหนึ่งของการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมทางอาญาในภาพรวมของมาเลเซีย โดยในปี 2024 รัฐบาลมาเลเซียระบุว่า ร่างกฎหมายที่อนุญาตให้มีการควบคุมตัวในบ้านพัก ภายใต้สถานการณ์เฉพาะนั้น มีวัตถุประสงค์เพื่อลดความแออัดในเรือนจำ และลดการกระทำผิดซ้ำ ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่นายนาจิบโดยเฉพาะ