หน้าแรก ต่างประเทศ ทรัมป์กร้าว ถ...

ทรัมป์กร้าว ถล่มอิหร่านชุดใหญ่ หากพันเหตุฟลายดูไบ เนทันยาฮูชี้ ผช.นักบินมีแนวคิดสุดโต่ง

2.10.26 | 09:21 น.
REUTERS

ทรัมป์กร้าว ถล่มอิหร่านชุดใหญ่ หากพันเหตุฟลายดูไบ เนทันยาฮูชี้ ผช.นักบินมีแนวคิดสุดโต่ง

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐกล่าวเมื่อวันที่ 1 ตุลาคมว่า หากอิหร่านมีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้ช่วยนักบินที่พยายามทำให้เครื่องบินฟลายดูไบ ซึ่งมุ่งหน้าไปยังอิสราเอลตก อิหร่านจะถูกโจมตีอย่างหนัก เพื่อตอบโต้ความพยายามคร่าชีวิตผู้คนกว่า 180 คนที่อยู่บนเครื่องบิน


ทรัมป์ประกาศคำเตือนดังกล่าว ขณะที่เจ้าหน้าที่สอบสวนกำลังพยายามหาสาเหตุว่าเหตุใดผู้ช่วยนักบินจึงใช้มีดแทงกัปตันของเที่ยวบินดังกล่าว จนทำให้เครื่องบินของสายการบินฟลายดูไบร่วงดิ่งลง ก่อนที่บุคคลอื่นที่อยู่บนเครื่องจะสามารถหยุดยั้งการโจมตีและนำเครื่องบินลงจอดในซาอุดีอาระเบียได้อย่างปลอดภัย

ผู้สื่อข่าวถามทรัมป์ที่ทำเนียบขาวว่า เขาได้รับรายงานเกี่ยวกับความเชื่อมโยงระหว่างผู้ช่วยนักบินซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุกับอิหร่านหรือไม่ โดยทรัมป์กล่าวว่า เรากำลังดำเนินการตรวจสอบเรื่องนี้อยู่ และว่า “แต่จากข้อมูลที่ผมได้รับ คำตอบคือใช่ แต่ขณะนี้เรากำลังตรวจรายละเอียดอยู่” ทรัมป์กล่าว โดยไม่ได้อธิบายเพิ่มเติมว่าเหตุใดเขาจึงสงสัยว่าอิหร่านอาจมีส่วนเกี่ยวข้อง

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หากอิหร่านอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ดังกล่าว สหรัฐจะตอบโต้หรือไม่ ทรัมป์กล่าวว่า “พวกเขาจะถูกโจมตีอย่างหนักแน่นอน ไม่ต้องห่วงเลย คุณลองไปถามพวกเขาดูสิ พวกเขารู้ว่าเกิดอะไรขึ้น พวกเขาจะถูกจัดการอย่างหนักแน่”

Advertisement

คำกล่าวของทรัมป์มีขึ้นในขณะที่ความพยายามทางการทูตเพื่อยุติสงครามดูเหมือนจะหยุดชะงักลง โดยเจ้าหน้าที่อิหร่านเปิดเผยเมื่อวันพุธว่า พวกเขาได้รับคำตอบอย่างเป็นทางการจากสหรัฐต่อข้อเสนอฉบับล่าสุดของเตหะรานเพื่อยุติสงครามที่ดำเนินมาเป็นเวลา 7 เดือน โดยทรัมป์ได้ออกมาปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าวต่อสาธารณะเพียงไม่กี่วันก่อนหน้านั้น อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่อิหร่านไม่ได้เปิดเผยว่า คำตอบของสหรัฐมีเนื้อหาอย่างไร และเป็นการปฏิเสธข้อเสนอของอิหร่านหรือไม่

ทรัมป์กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับนิตยสารไทม์ ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันพฤหัสบดีว่า เขาจะไม่ยอมรับข้อเสนอจากอิหร่านที่เป็นสิ่งซึ่งเขาไม่ยอมรับตั้งแต่ปีก่อน  และยังเปิดทางสำหรับความเป็นไปได้ที่สหรัฐจะกลับมาใช้ปฏิบัติการทิ้งระเบิดอีกครั้ง หลังการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐในวันที่ 3 พฤศจิกายน

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่สหรัฐเผยเมื่อวันพฤหัสบดีว่า กองทัพสหรัฐได้ส่งกำลังทหารประมาณ 9,000 นาย พร้อมกองเรือรบไปยังตะวันออกกลาง การเคลื่อนกำลังครั้งนี้อาจหมายความว่า มีเรือบรรทุกเครื่องบินของสหรัฐ 3 ลำประจำการอยู่ในตะวันออกกลางภายในช่วงปลายเดือนตุลาคม

แม้ทรัมป์จะออกมาปฏิเสธข้อเสนอของอิหร่านต่อสาธารณะ แต่ประเทศที่ทำหน้าที่ผู้ไกล่เกลี่ยยังคงทำงานร่วมกับอิหร่านและสหรัฐ เพื่อพยายามผลักดันให้ทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติการสู้รบและเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง

ด้านนายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล กล่าวว่า ผู้ช่วยนักบินที่ใช้มีดแทงกัปตันในความพยายามที่จะทำให้เครื่องบินตกขณะมุ่งหน้าไปยังอิสราเอล เคยผ่านการปลูกฝังแนวคิดอิสลามหัวรุนแรง และมีพฤติกรรมที่บ่งชี้อย่างชัดเจนว่ามีเจตนาฆ่าตัวตาย

“เราทราบว่าเขาเคยผ่านการปลูกฝังแนวคิดอิสลามแบบสุดโต่ง ซึ่งเป็นข้อมูลที่เราได้จากการตรวจสอบประวัติส่วนตัวของเขา” เนทันยาฮูกล่าวระหว่างให้สัมภาษณ์กับฟ็อกซ์นิวส์ และว่า เป็นที่ชัดเจนว่าผู้ช่วยนักบินมีความตั้วใจที่จะฆ่าตัวตาย

“มีความเป็นไปได้สูงมากว่าเขาตั้งใจจะทำให้เครื่องบินตก เมื่อพิจารณาประกอบกับแนวคิดแบบอิสลามสุดโต่ง และการปลูกฝังแนวคิดเช่นนั้นที่พบในประวัติของเขา ผมคิดว่านั่นเป็นเบาะแสที่ค่อนข้างชัดเจน” เนทันยาฮูกล่าว และว่า “ต้องย้ำอีกครั้งว่า ผมยังไม่สรุปผลขั้นสุดท้าย แต่ข้อมูลที่เรามีในขณะนี้บ่งชี้ไปในทิศทางนั้น”

เจ้าหน้าที่ความมั่นคงของอิสราเอล 2 คนกล่าวว่า การประเมินเบื้องต้นของอิสราเอลระบุว่า ผู้ช่วยนักบินซึ่งอิสราเอลระบุว่าเป็นชาวโอมาน น่าจะลงมือเพียงลำพัง อย่างไรก็ตาม การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่

โยซี เชลลี เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) กล่าวกับรอยเตอร์ว่า ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปผล และขณะนี้ยังไม่มีการระบุแรงจูงใจของผู้ก่อเหตุ

ส่วนเจ้าหน้าที่อิสราเอลอีกรายหนึ่งกล่าวว่า อิสราเอลยังไม่ได้รับข้อมูลทั้งหมดที่ร้องขอจากฝ่ายซาอุดีอาระเบีย และหน่วยข่าวกรองของอิสราเอล ได้แก่ มอสสาดและชินเบต ก็กำลังสอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าวด้วยเช่นกัน

ด้านสำนักข่าวของรัฐบาลยูเออีรายงานว่า ยูเออีได้เริ่มการสอบสวนเพื่อหาสาเหตุและแรงจูงใจ รวมถึงตรวจสอบว่าเหตุการณ์ดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกับกิจกรรมหรือเจตนาในการก่อการร้าย มีการวางแผนล่วงหน้าหรือมีผู้สั่งการอยู่เบื้องหลังหรือไม่

ซาอุดีอาระเบียเผยว่า ผลการสอบสวนเบื้องต้นบ่งชี้ว่าผู้ช่วยนักบินของสายการบินฟลายดูไบในเที่ยวบินจากดูไบไปยังเทลอาวีฟได้ทำร้ายร่างกายกัปตันระหว่างการบินเมื่อวันพุธ ส่งผลให้เครื่องบินต้องลงจอดฉุกเฉินที่เมืองทาบุกของซาอุดีอาระเบีย

กระทรวงมหาดไทยซาอุดีอาระเบียระบุในแถลงการณ์ ซึ่งถือเป็นความเห็นแรกจากรัฐบาลซาอุดีอาระเบียเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ว่า ทั้งกัปตันและผู้ช่วยนักบินซึ่งเข้ารับการรักษาอาการบาดเจ็บที่โรงพยาบาล ได้เดินทางต่อไปยังกรุงอาบูดาบีเมื่อเช้าวันพฤหัสบดีหลังจากแพทย์อนุญาตให้เดินทางได้ ทั้งนี้ ซาอุดีอาระเบียได้ดำเนินการสอบสวนเบื้องต้นร่วมกับทีมรักษาความปลอดภัยจากยูเออี

เว็บไซต์ติดตามเที่ยวบินไฟลท์เรดาร์24 ระบุว่า ระหว่างเกิดเหตุ เครื่องบินได้ดิ่งลงมากกว่า 14,000 ฟุต หรือประมาณ 4,300 เมตร ภายในเวลาไม่ถึง 30 วินาที ขณะบินอยู่เหนือน่านฟ้าซาอุดีอาระเบียระหว่างเดินทางจากยูเออีไปยังอิสราเอล

เหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นบนเที่ยวบิน FZ1073 ของสายการบินฟลายดูไบเมื่อวันพุธ ซึ่งเดินทางจากนครดูไบไปยังกรุงเทลอาวีฟ โดยสามารถยับยั้งไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมได้ หลังจากกัปตันซึ่งได้รับบาดเจ็บสามารถปลดล็อกประตูห้องนักบิน ทำให้ผู้โดยสารสามารถเข้าควบคุมตัวผู้ก่อเหตุได้ ขณะที่ลูกเรือสำรองซึ่งอยู่บนเครื่องได้เข้าควบคุมและนำเครื่องบินซึ่งมีผู้โดยสารและลูกเรือมากกว่า 170 คน ลงจอดฉุกเฉินที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย