‘สีหศักดิ์’ ถก ‘สีพันดอน’ ย้ำพร้อมหนุนลาวเต็มที่พัฒนาโลจีสติกส์ ส่งเสริมการท่องเที่ยวระหว่างกัน
เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยถึงการเข้าเยี่ยมคารวะ นายสอนไซ สีพันดอน นายกรัฐมนตรีแห่ง สปป. ลาว ณ นครหลวงเวียงจันทร์ เนื่องในโอกาสเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ว่า ในการพูดคุยของทั้ง 2 ฝ่ายนี้เป็นสิ่งที่น่าพอใจอย่างมากต่อสถานะความสัมพันธ์ของทั้งไทยและลาว ที่ผ่านมาทั้ง 2 ประเทศมีความร่วมมือกันในทุกด้าน ซึ่งสะท้อนถึงนโยบายของไทยที่จะดำเนินความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านทุกประเทศบนพื้นฐานของความมั่นคง รวมถึงความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจร่วมกัน ความไว้เนื้อเชื่อใจร่วมกัน โดยเฉพาะความสัมพันธ์ในระดับประชาชน ซึ่งส่วนตัวเห็นว่าความสัมพันธ์ระหว่างไทยและลาว สะท้อนถึงแนวทางในปัจจุบันอย่างดี
ทั้งนี้ประเทศไทยได้พยายามตอบรับต่อสิ่งที่ประเทศลาวอยากดำเนินการ โดยเฉพาะเรื่องโลจีสติกส์ ซึ่งประเทศลาวไม่มีทางออกสู่ทะเล แต่ปัจจุบันนี้มีความเชื่อมโยงกันหลายด้าน ทั้งทางถนน ทางรถไฟ ในส่วนของระบบราง ทาง ประเทศลาว ก็กำลังมีการปรับเปลี่ยนระบบ เพื่อให้เชื่อมโยงกันระหว่าง ไทย-ลาว-จีน-เวียดนาม เป็นต้น และ ประเทศไทย ก็ได้สนับสนุนด้านยุทธศาสตร์ของประเทศลาว ด้วย โดยสิ่งที่จะเห็นได้ชัดก็คือ การสร้างสะพานระหว่างกัน ซึ่งรวมแล้ว สะพานที่ข้ามไปมาระหว่างไทยและลาว มีด้วยกันแล้ว 5 แห่ง และกำลังจะสร้างแห่งที่ 6 ขึ้น
สะพานเหล่านี้ก็เป็นการส่งเสริมความเชื่อมโยง ของการไปมาหาสู่ รวมถึงการค้าขายระหว่างกัน หลายเส้นทางมีความสำคัญในการเป็นเส้นทางเชื่อมต่อของลาว ไปยังประเทศเพื่อนบ้านที่นอกเหนือจาก ไทย ก็มี เวียดนาม หรือ จีน ซึ่งมีผลต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และปีนี้เศรษฐกิจของประเทศลาวถือว่าดีเป็นพิเศษ เพราะโตถึง 4% ส่วนหนึ่งก็เป็นผลมาจากการที่ประเทศลาว อาศัยจุดแข็งของตัวเอง เปลี่ยนจากประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเลเป็นประเทศที่มีเส้นทางกระจายสินค้าทางบก และ ทางราง แทน จึงทำให้ประเทศลาวได้รับผลประโยชน์ในเรื่องของการขยายตัวทางเศรษฐกิจ
นอกจากนี้ ส่วนตัวยังได้ไปชมโครงการใหญ่ของทางประเทศลาวด้วย ซึ่งก็คือ ระบบคมนาคมขนส่งโลจิสติกส์ ไทย-ลาว ที่ไม่ใช่แค่จุดกระจายสินค้าเท่านั้น แต่จะเป็นการพัฒนาเพื่อเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ ที่อาจมีสินค้าบางอย่างที่ผลิตในเขตเศรษฐกิจพิเศษนี้ด้วย ก่อนที่จะมีการเข้าไปยัง จีน หรือประเทศอื่นๆในภูมิภาค แต่สิ่งสำคัญก็คือ ไทยและลาว มีความเชื่อมโยงทางกายภาพ เพียงแต่การใช้ประโยชน์จากการเชื่อมโยงนี้ก็ต้องมีกติกาหรือมีระเบียบ โดยเฉพาะเรื่องของศุลกากร หรือ ตรวจคนเข้าเมือง ที่ตอนนี้หลายแห่ง เริ่มปรับเปลี่ยนเป็นด่านจุดเดียว ตรวจครั้งเดียว ไม่ต้องยุ่งยากในการตรวจจากประเทศนึง และมาตรวจอีกประเทศนึง จึงทำให้การขนส่งสินค้ามีความคล่องตัว สิ่งนี้ประเทศลาวให้ความสำคัญมากและทางประเทศไทย ก็ให้การสนับสนุน
นอกจากนี้ ในเรื่องของบริเวณชายแดน ทั้ง 2 ประเทศ เห็นพ้องในแนวทางที่จะทำให้ชายแดนมีความมั่นคง แต่ต้องยอมรับว่าในพื้นที่ชายแดนก็ยังคงมีเรื่องของยาเสพติด ในความเป็นจริง อาจจะไม่ได้มาจากประเทศลาว แต่อาจจะมาจากประเทศเพื่อนบ้านอื่นๆด้วย ไทยและลาวก็จำเป็นที่จะต้องให้ความร่วมมือในการปราบปรามเหมือนกัน ส่วนเรื่องของการปราบปรามสแกมเมอร์ ปัญหาในส่วนนี้ก็คือ เมื่อมีการปราบปรามจุดหนึ่งไปแล้ว ก็จะเกิดใหม่เพิ่มขึ้นอีก เพราะเดี๋ยวนี้สแกมเมอร์ ใช้ความรวดเร็วในการย้ายจุดไปที่ต่างๆ โดยอาศัยเทคโนโลยี จึงมั่นใจว่า ไทยและลาว จะมีความร่วมมือกันมากขึ้นกว่าเดิม
ส่วนอีกเรื่องที่มีการหารือ คือ ปัญหามลภาวะ ซึ่งนอกเหนือจากประเทศไทยและประเทศลาวแล้ว ก็ยังมีความเกี่ยวข้องอีกหนึ่งประเทศ ก็คือ เมียนมา ที่จะมีการหารือเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดการแก้ปัญหาที่กระชับมากขึ้น ซึ่งประเทศลาวก็เห็นความสำคัญกับแนวทางนี้ ในส่วนของ ประเทศไทย ที่พร้อมสนับสนุน ลาว นั้น จะมีเรื่องของการฝึกบุคลากร, การทำฝนหลวง, การจัดการไฟป่า
นอกจากนี้ก็ยังให้การสนับสนุนสร้างสะพานที่หลวงพระบาง ที่จะเชื่อมไปยัง จ.น่าน หากเชื่อมถึงกันได้ ก็จะเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งคนไทยก็มาเที่ยวที่ จ.น่าน มากขึ้น และยังมีการต่อยอดไปเที่ยวหลวงพระบางอีกด้วย
นายสีหศักดิ์ ยังกล่าวถึงความร่วมมือทางชายแดน ไทย-ลาว ด้วยว่า ที่ผ่านมา ไม่ได้มีปัญหาติดขัดอะไร เพราะเรื่องการปักปันเขตแดนนั้น มีการดำเนินด้วยดีมาโดยตลอด และเป็นไปตามแผนการ ส่วนเขตแดนที่เป็นแม่น้ำอาจใช้เวลาเล็กน้อย เพราะเส้นทางน้ำมีเปลี่ยนแปลงจากสภาพอากาศบ่อยครั้ง แต่ย้ำว่า ที่ผ่านมา ไทย-ลาว มีการประสานกันด้วยดีตลอด สิ่งนี้เองก็เป็นการสะท้อนความสัมพันธ์ที่ดีเสมอมา มีความไว้เนื้อเชื่อใจกัน จึงทำให้ทั้ง 2 ประเทศเดินหน้าในแนวทางนี้ได้ง่าย
อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวไม่อยากเอาเรื่องนี้ไปเปรียบเทียบกับกัมพูชา เพราะสิ่งสำคัญคือ หากจะจัดการปัญหาชายแดนโดยไม่มีปัญหา ก็ต้องมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน มีความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน ปัญหาเขตแดนก็จะมีความคืบหน้า เพราะปัจจัยหลัก คือ ความไว้ยังเชื่อใจต่อกัน

ส่วนเรื่องปัญหาสารพิษในแม่น้ำโขง ก็อาจจะต้องมีการคุยกับ เมียนมา เป็นหลัก ส่วนเรื่องมลพิษอื่นๆ มีกรอบการหารืออยู่แล้ว เป็นในส่วนของคณะทำงาน ส่วนที่ว่า ไทย-ลาว ไม่ได้มีการประชุม JC ร่วมกันมาถึง 5 ปีแล้วนั้น ไม่ได้เป็นปัญหา เพราะที่ผ่านมา 2 ประเทศมีกระบวนการทำงานด้วยกันตลอด เพราะมีกรอบความร่วมมืออยู่แล้ว ที่นอกเหนือจากความร่วมมือทางทหาร ก็จะมี ระดับ ผู้ว่าจังหวัดของไทย กับ เจ้าแขวงของลาว เป็นต้น
หลังก่อนหน้านี้ เมื่อเวลา 10.00น. นายสีหศักดิ์เข้าเยี่ยมชมจุดเชื่อมโยงทางด้านการคมนาคมขนส่งและโลจิสติกส์ระหว่าง ไทย กับ สปป.ลาว ซึ่งจุดนี้ถือเป็น ศูนย์กลางการขนส่งและโลจิสติกส์แบบไร้รอยต่อขนาดใหญ่แห่งแรกใน สปป. ลาว ใกล้กับสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 เชื่อมต่อการขนส่งทั้งทางถนนและทางรถไฟเข้ากับ รถไฟ ลาว-จีน และ ระบบราง ไทย-ลาว เพื่อเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษและศูนย์กลางการเปลี่ยนถ่าย รวมถึงกระจายสินค้าในภูมิภาค
โดยมีการจัดแบ่งพื้นที่ออกเป็น 5 โซนหลัก คือ จุดท่าบก ท่านาแล้ง ที่เป็นจุดหลักในการกระจายสินค้า และพิธีการศุลกากร เขตคลังน้ำมัน ที่เป็นการนำเข้า จัดเก็บ และกระจายน้ำมันเชื้อเพลิงจากประเทศไทย เขตโลจิสติกส์ ที่ทำหน้าที่ให้บริการสินค้า การจัดเก็บ รวบรวม และกระจายสินค้า เขตการค้าเสรี ที่รองรับกิจกรรมทางธุรกิจและอุตสาหกรรม อาทิ ธุรกิจฮาลาล, เทคโนโลยี SMEs, และสำนักงานใหญ่ของบริษัท และเขตผลิตและแปรรูปสินค้าเพื่อการส่งออก ที่มุ่งรองรับการผลิตและแปรรูปสินค้าเพื่อส่งออกไปยังตลาดอาเซียนและตลาดโลก
ในการนี้ นายสีกศักดิ์ ได้กล่าวระหว่างการเยี่ยมชม โลจิสติกส์ระหว่าง ไทย กับ สปป.ลาว ช่วงหนึ่งว่า ส่วนตัวรู้สึกประทับใจในแนวทางที่มีการพัฒนาร่วมกันระหว่าง 2 ประเทศ ซึ่งความประสงค์ของทั้ง ไทย และ ลาว ไม่ได้อยากได้เป็นเพียงจุดขนถ่ายสินค้าเท่านั้น แต่ยังเห็นพ้องที่จะพัฒนาเพื่อเพิ่มมูลค่าการขนส่ง เพราะการกระจายสินค้านั้นมีการส่งออกต่อไปยังอีกหลายประเทศ ทั้งเวียดนาม และจีน และเรียกได้ว่า จุดเชื่อมต่อโลจิสติกส์นี้ เป็นผลประโยชน์ร่วมกันของทั้งไทยและลาว
ทั้งนี้ก่อนหน้า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่เคยไปเยือนประเทศมาเลเซียทางมาเลเซียเองก็มีความต้องการที่จะกระจายสินค้าผ่านไปยังลาว ต่อไปยัง จีน ด้วยเช่นกัน ซึ่งทางประเทศไทยพร้อมที่จะสนับสนุนการพัฒนาร่วมกันอย่างเต็มที่เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและการขนส่ง จึงชื่อว่าการพัฒนาตรงนี้จะเป็นประโยชน์อย่างมากกับประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล
จากนั้น นายสีหศักดิ์ ได้เยี่ยมชมเพิ่มเติมในจุดขนถ่ายสินค้าหลักที่มาจากไทยก่อนส่งต่อไปยังประเทศจีน ซึ่งจุดดังนกล่าวนี้ จะมีการขยายโครงการเพิ่มเติมเพื่อเป็นศูนย์กลางขนาดใหญ่ การคนไทยสินค้าหลักและเพิ่มมูลค่าทางด้านเศรษฐกิจของทั้ง ไทย และ ลาว อีกด้วย


