หน้าแรก ต่างประเทศ สีหศักดิ์พอใจ...

สีหศักดิ์พอใจ ถกเจซี ไทย-ลาว ส่งเสริมความร่วมมือรอบด้าน จัดการความท้าทายใหม่

2.10.26 | 18:28 น.

สีหศักดิ์พอใจ ถกเจซี ไทย-ลาว ส่งเสริมความร่วมมือรอบด้าน จัดการความท้าทายใหม่

เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม ที่โรงแรมพูลแมน หลวงพระบาง สปป.ลาว นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นประธานร่วมการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคี (เจซี) ไทย – ลาว ครั้งที่ 23 ตามคำเชิญของ นายทองสะหวัน พมวิหาน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ สปป. ลาว


การประชุม JC ไทย – ลาว ครั้งที่ 23 นี้ มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมความร่วมมือทวิภาคีไทย-ลาวอย่างรอบด้าน และติดตามการดำเนินงานตามผลการเยือน สปป. ลาว อย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2568 ทั้งในด้านการเมืองความมั่นคง การค้า การลงทุน ความมั่นคงทางพลังงาน ความร่วมมือด้านสังคมและวัฒนธรรม ตลอดจนการส่งเสริมความร่วมมือในประเด็นใหม่ ๆ เพื่อตอบสนองต่อความท้าทายในปัจจุบัน อาทิ การปราบปรามการหลอกลวงออนไลน์ ปัญหายาเสพติด และการแก้ไขปัญหามลภาวะข้ามแดน

Advertisement

จากนั้นที่ประชุมได้มีการลงนามข้อตกลงความร่วมมือระหว่างกัน ว่าด้วยการประกาศความช่วยเหลือ การแลกเปลี่ยนเอกสาร การลงนามบันทึกความเข้าใจเพื่อการสถาปนาความสัมพันธ์เมืองคู่มิตรระหว่าง จ. น่าน กับแขวงหลวงพระบาง การประกาศการให้ความช่วยเหลือด้านการเงิน โครงการก่อสร้างสะพานเชียงแมน – หลวงพระบาง สปป. ลาว ระหว่างสำนักงานพัฒนาความร่วมมือเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน กับกระทรวงการเงิน สปป. ลาว และการแลกเปลี่ยนแผนการปฏิบัติงานก่อสร้างหลักเขตแดนไทย – ลาว จำนวน 8 หลัก โดยมีนายสีหศักดิ์และนายทองสะหวัน เป็นสักขีพยานการลงนาม

ภายหลังการประชุมเสร็จสิ้น นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า การประชุมเจซีครั้งนี้ถือว่าประสบผลสำเร็จอย่างมาก เพราะเป็นการดูความสัมพันธ์ในภาพรวมทั้งหมด ทบทวนสิ่งที่ตกลงกัน รวมถึงความร่วมมือต่าง ๆ ว่าดำเนินการไปถึงไหน ซึ่งระหว่างไทยและลาวก็มีความร่วมมือครอบคลุมทุกด้าน โดยเฉพาะในเรื่องของความสัมพันธ์ ด้านยุทธศาสตร์ และยังสะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเพื่อนบ้าน ซึ่งประเทศไทยมีนโยบายหลักในการส่งเสริมความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านทุกประเทศบนพื้นฐานของความมั่นคงร่วมกัน ความก้าวหน้าร่วมกัน รวมถึงการมองอนาคตร่วมกัน และก็ยังมีเรื่องเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนอีกด้วย ดังนั้นความร่วมมือทั้งหมดก็นำไปสู่เป้าหมายนี้ทั้งสิ้น

“สิ่งสำคัญก็คือต้องมองไปข้างหน้าด้วย เพราะความร่วมมือที่สำคัญก็คือจะทำอย่างไรให้ชายแดนมีความมั่นคงและความก้าวหน้า ซึ่งตรงนี้ก็ต้องรับมือกับปัญหาความท้าทาย ทั้งยาเสพติดและอาชญากรรมข้ามชาติ ทั้ง 2 ประเทศก็จะต้องทำงานให้เข้มข้นมากกว่าเดิม” นายสีหศักดิ์กล่าว และว่า เรื่องของการปักปันเขตแดนก็เป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะตอนนี้ความร่วมมือของทั้ง 2 ฝ่ายก็เรียบร้อยไปแล้วกว่า 90% ขณะที่เขตแดนทางน้ำก็ต้องดำเนินการให้มีความคืบหน้ามากกว่าเดิม

นายสีหศักดิ์ยังกล่าวถึงอนาคตในเรื่องของความสัมพันธ์ว่า ที่ผ่านมาก็ได้มีการสร้างสะพานไปแล้วถึง 5 แห่งด้วยกัน โดยไทยได้ช่วยลาวดำเนินการในเรื่องนี้ ส่วนอีกแห่งที่จะดำเนินการสร้างก็คือ โครงการก่อสร้างสะพานเชียงแมน – หลวงพระบาง ซึ่งไทยก็พร้อมที่จะสนับสนุนอย่างเต็มที่ แต่สิ่งเหล่านี้ก็ต้องดำเนินการให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจ และสิ่งที่ต้องคุยกันก็คือทำอย่างไรให้การเชื่อมโยงของ 2 ประเทศ ต้องลดกฎระเบียบ รวมถึงความคล่องตัวในพิธีการศุลกากร ขณะที่จุดตรวจระหว่างข้ามแดนก็ควรที่จะมีจุดเดียวเพื่อลดขั้นตอน

รองนายกฯและรมว.กต.กล่าวว่า ส่วนความเชื่อมโยงด้านดิจิทัลก็จะทำให้การค้า การลงทุน และการดำเนินการอื่น ๆ มีความคล่องตัวมากขึ้นด้วย และความร่วมมือต่อไปก็หนีไม่พ้นในเรื่องของความร่วมมือด้านพลังงาน เพราะ สปป.ลาว เป็นแหล่งผลิตพลังงานที่สำคัญอยู่แล้ว มีทั้งพลังงานน้ำ ซึ่งลาวได้ส่งผ่านไทยไปยังสิงคโปร์ ส่วนตัวก็เชื่อว่าในอนาคต ลาวก็จะมีขีดความสามารถในเรื่องของพลังงานสะอาดมากขึ้น ทั้งน้ำ แสงอาทิตย์ และลม จึงเชื่อว่าไทยและลาวจะมีความร่วมมือในเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดมากขึ้น