นักเรียนฝรั่งเศสประท้วงลุกลาม โรงเรียนปิดราว 400 แห่ง นายกฯเรียกประชุมฉุกเฉิน
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า โรงเรียนราว 400 แห่งในฝรั่งเศส ยังคงปิดการเรียนการสอน ในวันศุกร์ที่ 2 ตุลาคมนี้ หลังเหตุการณ์ประท้วงของนักเรียนที่เริ่มต้นจากการไม่พอใจเกี่ยวกับการศึกษา ได้บานปลายกลายเป็นความรุนแรงในบางพื้นที่
โดยเอ็ดวาร์ด เกฟเฟรย์ รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการของฝรั่งเศส กล่าวในการให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์ France 2 เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคมว่า “เท่าที่ผมทราบ มีโรงเรียนและสถานศึกษาอื่นๆ อีกกว่า 400 แห่งที่จะปิดทำการ”

จากข้อมูลของคนใกล้ชิดนายเซบาสเตียน เลอกอร์นู นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศส เผยว่า หน่วยข่าวกรองได้แจ้งในการประชุมฉุกเฉิน เมื่อวันที่ 1 ตุลาคมว่า การเคลื่อนไหวประท้วงเริ่มต้นโดยนักการเมืองจากฝ่ายซ้ายจัด รวมถึงสมาชิกของพรรค
ตามข้อมูลจากคนใกล้ชิดเซบาสเตียน เลอคอร์นู นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศส หน่วยงานข่าวกรองแจ้งในการประชุมวิกฤตเมื่อวันพฤหัสบดีว่า การเคลื่อนไหวประท้วงเริ่มต้นโดยนักการเมืองจากฝ่ายซ้ายจัด รวมถึงสมาชิกของพรรคลา ฟรองซ์ อินวูมิเซ (LFI)

อย่างไรก็ตาม หลุยส์ บอยาร์ด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรค LFI ได้ปฏิเสธข้อกล่าวอ้างดังกล่าว ในการให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ของฝรั่งเศส
ข่าวระบุว่า การประท้วงต่อต้านปัญหาการขาดแคลนครูและอาคารเรียนที่ทรุดโทรม รวมถึงเรื่องชั่วโมงเรียนที่ยาวนาน และข้อร้องเรียนอื่นๆ ได้เริ่มปะทุขึ้นในพื้นที่กรุงปารีส ตั้งแต่เดือนกันยายนที่ผ่านมา และทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ลุกลามไปทั่วประเทศฝรั่งเศส โดยมีผู้บาดเจ็บหลายสิบคน และตำรวจจับกุมผู้ประท้วงไว้หลายร้อยคน

โดยเจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า นักเรียนผู้ประท้วงได้จุดไฟเผาโรงเรียนมัธยมอย่างน้อย 2 แห่ง เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ขณะที่มีรายงานว่า มีครูถูกน้ำมันราดโดยไม่ได้ตั้งใจในโรงเรียนแห่งที่ 3 ในเมืองมาร์เซย์ ทางตอนใต้ นอกจากนี้ ยังมีรถยนต์อย่างน้อยหนึ่งคันถูกเผาในเมืองสตารสบูร์กทางตะวันออก และตำรวจปราบจลาจลปะทะกับกลุ่มวัยรุ่นในเมืองตูลูสทางตะวันตกเฉียงใต้
ขณะที่เอพี รายงานว่าเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม นายกรัฐมนตรีเลอคอร์นู ได้เรียกประชุมฉุกเฉินขึ้น และขอให้รัฐมนตรีทุกคนยกเลิกการเดินทางอย่างเป็นทางการที่วางแผนไว้ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เพื่อให้เจ้าหน้าที่และตำรวจสามารถมุ่งเน้นไปที่การจัดการกับการประท้วงที่ลุกลามไปทั่วประเทศ
ข่าวระบุว่า การประท้วงครั้งนี้กำลังกลายเป็นประเด็นร้อนแรงในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง เพื่อหาผู้สืบทอดตำแหน่งประธานาธิบดีต่อจาก เอ็มมานูเอล มาครง ซึ่งตามรัฐธรรมนูญแล้ว เขาไม่สามารถลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมัยที่สามติดต่อกันได้ในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในเดือนพฤษภาคมปีหน้า
นอกจากนี้ การประท้วงยังเพิ่มแรงกดดันให้กับรัฐบาลที่กำลังเผชิญปัญหาทางการเงินที่ทวีความรุนแรงขึ้น และยังกลบกระแสข่าวการเปิดเผยร่างงบประมาณเพื่อลดรายจ่ายประจำปี 2027 ของรัฐบาลเมื่อวันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมาอีกด้วย

เอพีรายงานว่า ที่โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง ในกรุงปารีส นักเรียนได้นำสิ่งของมาปิดกั้นทางเข้าออกของโรงเรียน โดยซาลามะ การ์กูรี นักเรียนวัย 18 ปี กล่าวว่า กลุ่มผู้ประท้วงต้องการเรียกร้องให้มีการแก้ไขปัญหาต่างๆ เช่น ตารางเรียนที่แน่นเกินไป ระบบการศึกษา ครูอาจารย์ ผู้ใหญ่ที่ไม่รับฟังเสียงของนักเรียน และกระบวนการสมัครเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย
ข่าวระบุว่า โดยปกติแล้ว นักเรียนมัธยมในฝรั่งเศสมักเริ่มเรียนตั้งแต่เวลา 08.00 น. และต้องอยู่ที่โรงเรียนจนถึงช่วงเย็น
จันนา ทาฮารี นักเรียนมัธยมอีกคน ในปารีส บอกว่า “ผู้ใหญ่มักจะพูดว่า เด็กๆ ก็แค่ไปโรงเรียนตั้งแต่ 8 โมงเช้า ถึง 6 โมงเย็นทุกวัน แต่พวกเขาไม่รู้หรอกว่า สิ่งนี้ส่งผลกระทบต่อจิตใจอย่างไรบ้าง”

