
ยูเอ็นกังวล จี้มาเลย์หยุดส่งกลับ ผู้ลี้ภัยเมียนมา มิน อ่อง ไลง์ เตรียมเยือนกัวลาลัมเปอร์
ขณะที่โกลบอลนิวไลต์ออฟเมียนมา กระบอกเสียงทางการรายงานเมื่อวันที่ 2 ตุลาคมว่า เรือรบ 3 ลำของกองทัพเมียนมาที่ส่งไปรับผู้ลี้ภัยชาวเมียนมากลุ่มแรกจำนวน 1,476 คน จากมาเลเซียกลับประเทศนั้น ได้เข้าสู่น่านน้ำเมียนมาแล้วและคาดว่าจะเดินทางถึงนครย่างกุ้ง เมืองหลวงเก่าเมียนมาในไม่กี่วันนี้ โดยในระหว่างการเดินทางเจ้าหน้าที่กองทัพเรือและเจ้าหน้าที่เมียนมาได้ให้การดูแลทางการแพทย์ จัดหาอาหารและเสื้อผ้าให้กับผู้ลี้ภัยที่ถูกส่งกลับด้วย
อย่างไรก็ตาม นางเคลลีย์ อี. เคอร์รี ผู้รายงานพิเศษของสหประชาชาติ(ยูเอ็น)ว่าด้วยสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในเมียนมากล่าวในวันพฤหัสบดี(1 ต.ค.)ว่า เธอรู้สึกกังวลอย่างยิ่งต่อการส่งกลับผู้ลี้ภัยเมียนมาดังกล่าว พร้อมเรียกร้องให้ทางการมาเลเซียยุติการส่งตัวกลับและร่วมมือกับยูเอ็นเพื่อจัดการกับสถานการณ์ของผู้ลี้ภัยชาวเมียนมา
โดยยูเอ็นระบุว่าสถานการณ์แวดล้อมในเมียนมานั้นยังไม่เอื้ออำนวยต่อการส่งผู้ลี้ภัยกลับอย่างปลอดภัยและยั่งยืน เนื่องจากเมียนมายังตกอยู่ในวิกฤตความขัดแย้งสู้รบ แม้มาเลเซียจะยืนยันว่ากระบวนการส่งกลับดังกล่าวเป็นไปโดยสมัครใจก็ตาม

รายงานข่าวระบุว่า ยังไม่ชัดเจนในทันทีว่าผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจา ซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิมในเมียนมา รวมอยู่ในกลุ่มผู้ลี้ภัยเมียนมาที่ถูกทางการมาเลเซียผลักดันกลับประเทศเป็นกลุ่มแรกในครั้งนี้หรือไม่ โดยผู้ลี้ภัยกลุ่มแรกนี้จำนวน 1,476 คน อยู่ เป็นหนึ่งในผู้ลี้ภัยชาวเมียนมา 5,000 คน ที่มาเลเซียวางแผนทยอยส่งกลับประเทศเมียนมาเป็นระยะ
การผลักดันกลับผู้ลี้ภัยชาวเมียนมาของทางการมาเลเซียยังเกิดขึ้นในขณะที่พล.อ.อาวุโสมิน อ่อง ไลง์ ผู้นำรัฐบาลทหารซึ่งกลายมาเป็นประธานาธิบดีเมียนมา มีกำหนดจะเดินทางเยือนมาเลเซียอย่างเป็นทางการในเดือนนี้ จากการรายงานของสื่อทางการมาเลเซีย ในขณะที่ทั้งสองประเทศยังคงมีการเจรจาเรื่องการส่งกลับผู้ลี้ภัยและสถานการณ์พลัดถิ่นจากเหตุความขัดแย้งในเมียนมาต่อไป
ทั้งนี้ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มาเลเซียได้เพิ่มความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมายคนเข้าเมือง ท่ามกลางความไม่พอใจของผู้คนท้องถิ่นในมาเลเซียที่มีต่อผู้ลี้ภัยมากขึ้น โดยเฉพาะต่อชาวโรฮีนจาที่หลายคนหลบหนีออกจากเมียนมาหลังการปราบปรามอย่างหนักของกองทัพเมียนมาในปี 2017
