ญี่ปุ่นเดือด! กระแสต้านกองกำลังมะกันพุ่ง หลังนาวิกโยธินถูกจับ ปล้น-ดับหญิงโอกินาวา
กระแสความไม่พอใจในญี่ปุ่นพุ่งสูงขึ้นหลังนาวิกโยธินสหรัฐถูกจับกุมในข้อหาชิงทรัพย์และฆาตกรรมหญิงท้องถิ่นที่เกาะโอกินาวา ได้จุดชนวนให้เกิดการประท้วงอีกครั้งเพื่อต่อต้านการมีฐานทัพสหรัฐจำนวนมากบนเกาะทางตอนใต้ของประเทศ ในขณะที่ผู้นำญี่ปุ่นต่างออกมาประณามเหตุอาชญากรรมดังกล่าว
เหตุฆาตกรรมครั้งนี้อาจส่งผลกระทบต่อความพยายามของนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ในการเสริมสร้างศักยภาพทางทหารของญี่ปุ่นบนเกาะโอกนินาวา และการกระชับความร่วมมือกับกองทัพสหรัฐเพื่อป้องปรามจีนในภูมิภาค
ตำรวจจังหวัดโอกินาวาระบุว่า ได้จับกุมสิบตรีเดวิน เจค็อบ บัลลาร์ด วัย 20 ปี ซึ่งประจำการอยู่ที่ฐานทัพอากาศฟูเทนมะ ในข้อหาบีบคอสังหาริมทรัพย์นางสาวแอนนา ยางิ วัย 39 ปี ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในเมืองนาฮะ เมืองเอกของโอกินาวา เมื่อช่วงเช้าตรู่วันเสาร์ที่ 3 ตุลาคม พร้อมทั้งขโมยกระเป๋าสตางค์และกระเป๋าเป้ของเธอไป โดยสื่อญี่ปุ่นรายงานว่าผู้ต้องหาได้ปฏิเสธข้อกล่าวหา
ภาพจากกล้องวงจรปิดเผยให้เห็นชายคนหนึ่งเดินเข้าโรงแรมไปพร้อมกับหญิงผู้เสียชีวิต และเดินออกมาเพียงลำพังในเวลาต่อมา

บัลลาร์ดถูกจับกุมหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจพบเขาเดินอยู่ในย่านสถานบันเทิงของเมืองโอกินาวา ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองนาฮะไปทางตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 25 กิโลเมตร ในเวลาต่อมาของวันเสาร์ โดยสำนักข่าวเคียวโดรายงานว่า ทรงผมสั้นเกรียนและรอยสักที่แขนของเขาตรงกับชายในภาพจากกล้องวงจรปิด
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม ชาวญี่ปุ่นราว 160 คนได้รวมตัวประท้วงในเมืองนาฮะ เพื่อประณามอาชญากรรมที่เกิดขึ้นและเรียกร้องอีกครั้งให้มีการย้ายฐานทัพสหรัฐออกไปจากเกาะ โดยป้ายประท้วงแผ่นหนึ่งมีข้อความว่า “เราทนไม่ไหวกับเรื่องนี้อีกต่อไปแล้ว!”
นายเก็นตะ โคจา ผู้ว่าราชการจังหวัดโอกินาว่าคนใหม่ กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่เมืองนาฮะเมื่อคืนวันอาทิตย์ว่า เหตุการณ์นี้สร้างความตกตะลึงและเพิ่มความหวาดกลัวให้กับชาวโอกินาว่า ซึ่งจำต้องใช้ชีวิตอยู่ใกล้กับฐานทัพสหรัฐมาโดยตลอด นี่เป็นสิ่งที่ไม่อาจให้อภัยได้เลย และพวกเราต่างรู้สึกโกรธแค้นเป็นอย่างยิ่ง
นายโคจากล่าวว่า เหตุการณ์นี้ตอกย้ำให้เห็นถึงความไร้ประสิทธิภาพของมาตรการทางวินัยที่กองทัพสหรัฐเคยนำมาใช้ในอดีตเพื่อจัดการกับอาชญากรรมในลักษณะเดียวกัน
เมื่อวันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม นายโคจาได้เรียกพลโทเบนจามิน วัตสัน ผู้บัญชาการกองกำลังนาวิกโยธินสหรัฐฯ ภาคพื้นแปซิฟิกที่ 3 และนายแอนดรูว์ โอ กงสุลใหญ่สหรัฐประจำเมืองนาฮะ มาพบที่สำนักงานจังหวัด โดยเขากล่าวว่า “ผมรู้สึกโกรธแค้นอย่างมากต่อการสูญเสียชีวิตอันมีค่าของชาวโอกินาวา” พร้อมทั้งเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่สหรัฐ ดำเนินมาตรการป้องกันที่มีประสิทธิภาพ
พลโทวัตสันตอบว่า เขาตระหนักดีว่าเหตุการณ์ร้ายแรงนี้สร้างความกังวลและความวิตกกังวลอย่างมากให้แก่ชาวโอกินาวา ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านของเรา และเสริมว่า เรามุ่งมั่นที่จะเป็นเพื่อนบ้านที่ดี และสร้างความไว้วางใจจากประชาชนชาวโอกินาวา
ขณะที่ในกรุงโตเกียว นางทาคาอิจิได้ประณามอาชญากรรมดังกล่าว พร้อมเรียกร้องให้สหรัฐให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ รวมถึงดำเนินมาตรการทางวินัยและมาตรการป้องกันที่เข้มงวดยิ่งขึ้น ขณะที่ ชินจิโร โคอิซูมิ รัฐมนตรีกลาโหมญี่ปุ่น ได้เรียกพลโท สตีเฟน จอสต์ ผู้บัญชาการกองกำลังสหรัฐประจำญี่ปุ่น เข้าพบที่กระทรวง เช่นเดียวกับนายโทชิมิตสึ โมเตกิ รัฐมนตรีต่างประเทศ ได้แสดงความไม่พอใจอย่างยิ่งต่อจอร์จ กลาส เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำญี่ปุ่น
เมื่อวันอาทิตย์ กลาสได้แสดงความเสียใจต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิตผ่าน X และระบุว่าสหรัฐกำลังให้ความร่วมมือกับทางการญี่ปุ่น
ต่อมาในวันจันทร์ เขากล่าวว่าได้แจ้งต่อผู้บัญชาการทหารสหรัฐถึงความจำเป็นในการ “กำชับให้กำลังพลชาวอเมริกันปฏิบัติตามมาตรฐานวินัยและความซื่อสัตย์ในระดับสูงสุด” อีกทั้งเขายังได้หารือกับวัตสันเกี่ยวกับ “ขั้นตอนต่อไปในการเสริมสร้างความเชื่อมั่นกับหุ้นส่วนฝ่ายญี่ปุ่นและชุมชนที่ตั้งฐานทัพ”
ภายใต้ข้อตกลงทวิภาคีว่าด้วยสถานะของกองกำลัง (SOFA) คดีนี้จึงอยู่ในความรับผิดชอบของทางการญี่ปุ่น เนื่องจากผู้ต้องสงสัยไม่ได้อยู่ในระหว่างปฏิบัติหน้าที่และถูกจับกุมนอกเขตฐานทัพ
อัยการญี่ปุ่นเริ่มพิจารณาสำนวนคดีของผู้ต้องสงสัยเมื่อวันจันทร์ เพื่อตัดสินใจว่าจะมีการตั้งข้อหาอย่างเป็นทางการในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้าหรือไม่
ทั้งนี้ หากถูกตัดสินว่ามีความผิด เขาอาจต้องเผชิญกับโทษจำคุกตลอดชีวิตหรือโทษประหารชีวิต
ประชาชนในโอกินาวาต่อต้านการมีฐานทัพสหรัฐจำนวนมากบนเกาะมาอย่างยาวนาน แต่บางส่วนก็เริ่มมองเห็นถึงความสำคัญทางยุทธศาสตร์ของฐานทัพเหล่านี้ ท่ามกลางสิ่งที่คนส่วนใหญ่มองว่าเป็นภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้นจากจีน
โอกินาวาเคยอยู่ภายใต้การยึดครองของสหรัฐฯ นับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 จนถึงปี ค.ศ. 1972 ปัจจุบันเกาะแห่งนี้เป็นที่ตั้งของฐานทัพและสิ่งอำนวยความสะดวกทางทหารของสหรัฐถึงร้อยละ 70 และเป็นฐานประจำการหลักของทหารสหรัฐฯ จำนวน 50,000 นายที่ประจำอยู่ในญี่ปุ่น
ที่ผ่านมามีความไม่พอใจเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับปัญหาอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับกองทัพสหรัฐฯ บนเกาะแห่งนี้ ข้อมูลจากตำรวจประจำจังหวัดระบุว่า จำนวนคดีอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับบุคลากรทางทหารของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเป็น 101 คดีในปีที่แล้ว จากเดิมที่มีอยู่ราว 40 คดีในปี 2020
เหตุการณ์ข่มขืนเด็กหญิงวัย 12 ปีโดยทหารสหรัฐฯ 3 นายเมื่อปี 1995 เคยจุดชนวนให้ประชาชนจำนวนมากออกมาประท้วงการประจำการของกองทัพสหรัฐฯ จำนวนมากในโอกินาว่า นอกจากนี้ ยังมีความโกรธเคืองเกิดขึ้นจากกรณีทหารสหรัฐก่อเหตุข่มขืนเด็กสาววัยรุ่นในปี 2024 รวมถึงความล่าช้าในการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับอาชญากรรมดังกล่าว

