โอเพ่นเอไอ-แอนโทรปิก สองยักษ์ใหญ่ AI พร้อมหนุนออสเตรเลีย ออกกฎหมายรายงานเหตุข้อมูลรั่วไหล
สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า เมื่อวันที่ 6 ตุลาคมที่ผ่านมา โอเพ่นเอไอ และแอนโทรปิก ได้แจ้งต่อรัฐสภาออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 6 ตุลาคมที่ผ่านมาว่า พวกเขาพร้อมที่จะสนับสนุนกฎหมายที่กำหนดให้ต้องมีการรายงานเหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหลที่เกิดจากการทำงานของ เอไอ เอเจนต์ ของตน โดยยอมรับว่า ในปัจจุบันการตัดสินใจว่าจะแจ้งเตือนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของบริษัทเอง
ข่าวระบุว่า ท่าทีดังกล่าวมีขึ้นหลังจากเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก กรณีที่ โอเพ่นเอไอ ผู้พัฒนาแชตจีพีที ใช้เวลาถึง 3 เดือนกว่าจะแจ้งให้รัฐบาลออสเตรเลียทราบว่า เอไอ เอเจนต์ ตัวหนึ่งของบริษัท ได้เจาะเข้าสู่ระบบพอร์ทัลด้านสาธารณสุขหลักของประเทศ
นอกจากนี้ มีชาวออสเตรเลียจำนวนมากขึ้น ที่ออกมาเรียกร้องให้มีกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้นเกี่ยวกับดาต้าเซ็นเตอร์ สำหรับ เอไอ และการคุ้มครองลิขสิทธิ์ที่เกี่ยวกับเอไอ ในขณะที่รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีแอนโทนี อัลบาเนซี แห่งออสเตรเลีย กำลังเร่งร่างกฎหมายใหม่เพื่อกำกับดูแลภาคส่วนนี้
ขณะที่ทั้งโอเพ่นเอไอ และแอนโทรปิก ต่างกำลังรอการอนุมัติโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ ที่พัฒนาโดยบริษัทในออสเตรเลีย ซึ่งทั้งสองบริษัทได้ตกลงที่จะเป็นผู้ซื้อหลักสำหรับบริการประมวลผลข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลเหล่านี้
เจสัน ควอน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์ของโอเพ่นเอไอ กล่าวระหว่างการไต่สวนที่นครซิดนีย์ ว่า “เราพร้อมสนับสนุนกรอบการทำงานที่กำหนดให้มีการเปิดเผยข้อมูลตามข้อบังคับ” และอธิบายต่อคณะกรรมาธิการว่า ในช่วงที่ โอเพ่นเอไอ รับทราบถึงเหตุการณ์การเจาะระบบเว็บไซต์ด้านสาธารณสุขของออสเตรเลียและเว็บไซต์ของรัฐบาลอีก 3 แห่งนั้น ทางบริษัทได้พยายามดำเนินการตามกระบวนการและพยายามกำหนดมาตรฐานที่จะนำมาใช้
“นั่นคือสิ่งที่มาตรการทางกฎหมายสามารถเข้ามามีบทบาทได้ ตัวแทนของสังคมจำเป็นต้องมีส่วนร่วมในการตัดสินใจมากขึ้น เพื่อที่จะได้ไม่ต้องเป็นผู้แบกรับภาระในการตัดสินใจเรื่องเหล่านี้ทั้งหมดเพียงฝ่ายเดียว” นายควอนกล่าว
ทางด้านแอนโทรปิก เอง ก็เคยประสบเหตุารณ์ที่ เอไอ เอเจนต์ ของบริษัท ได้ทำการเจาะระบบเช่นกัน โดย เดวิด มาสเตอร์ส หัวหน้าฝ่ายนโยบายประจำภูมิภาคออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ของบริษัท ได้กล่าวต่อคณะกรรมาธิการว่า บริษัทพร้อมเปิดรับกฎหมายของออสเตรเลียที่กำหนดให้บริษัท เอไอ ต้องเปิดเผยข้อมูลเมื่อเกิดเหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหล
ทั้งนี้ ในสหรัฐอเมริกา มีการเสนอกฎหมายระดับรัฐบาลกลางที่กำหนดให้บริษัท เอไอ ต้องรายงานพฤติกรรมที่เป็นอันตราย เช่น ความพยายามในการหลบเลี่ยงการกำกับดูแลโดยมนุษย์ อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันยังไม่มีระบบรายงานเหตุการณ์ที่บังคับให้บริษัทต้องเปิดเผยพฤติกรรมที่เป็นอันตรายของ เอไอ เมื่อตรวจพบ
ริชาร์ด มาร์ลส์ รองนายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย ระบุว่า แซม อัลต์แมน ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของโอเพ่นเอไอ ไม่ได้กล่าวถึงเหตุการณ์การเจาะระบบ “เมดิแคร์” ในระหว่างการพบปะกันเมื่อต้นเดือนกันยายน แต่ควอนได้ชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการว่า ขณะนั้นอัลต์แมน ยังไม่ทราบเรื่องการละเมิดดังกล่าว แม้ว่าจะมีคนอื่นภายในบริษัททราบเรื่องนี้แล้วก็ตาม
“ผมเห็นด้วยว่ากระบวนการที่ทำให้บุคลากรภายในบริษัทรับทราบเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้นั้น สามารถทำได้ดีกว่านี้มาก และเราต้องการให้มั่นใจว่า จะไม่มีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก” ควอนกล่าว
ด้านเดวิด ออร์ หัวหน้าฝ่ายมาตรการความปลอดภัยของแอนโทรปิก กล่าวว่า บริษัทได้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนอย่างละเอียดและใช้เวลานาน นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ที่ เอเจนต์ของ โอเพ่นเอไอ เจาะระบบพอร์ทัลสำหรับนักพัฒนาเอไอ อย่างฮักกิ้ง เฟซ ในช่วงกลางปี 2026 และพบว่า ไม่มีการละเมิดระบบของรัฐบาลออสเตรเลียแต่อย่างใด
ข่าวระบุว่า ในการไต่สวนครั้งนี้ กลุ่มผู้สร้างสรรค์เนื้อหาในออสเตรเลีย ได้คัดค้านความพยายามของบริษัทเอไอที่ต้องการให้มีการผ่อนปรนกฎหมายลิขสิทธิ์ ซึ่งในปัจจุบันกำหนดให้บริษัทเทคโนโลยีส่วนใหญ่ ซึ่งส่วนใหญ่มีฐานดำเนินงานในต่างประเทศ ต้องเจรจาตกลงเรื่องสิทธิการใช้งานก่อนที่จะนำผลงานของพวกเขาไปใช้ในการฝึกฝนโมเดลเอไอ
ทั้งนี้ การไต่สวนดังกล่าวมีกำหนดดำเนินไปจนถึงวันที่ 9 ตุลาคม และมีกำหนดส่งรายงานฉบับสมบูรณ์ในวันที่ 30 พฤศจิกายน
มีรายงานว่า รัฐบาลออสเตรเลียกำลังพิจารณามาตรการ “opt-out” (การแจ้งความประสงค์ไม่เข้าร่วม) สำหรับบริษัท เอไอ ซึ่งในทางปฏิบัติจะเปิดทางให้บริษัทเอไอ สามารถเข้าถึงเนื้อหาต่างๆได้ เว้นแต่ว่าเจ้าของสิทธิจะยื่นคัดค้าน

