จับ ‘เซลมา แบลร์’ ทำร้ายร่างกายพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน เตะเจ้าหน้าที่ตำรวจ-พยาบาล

13.10.26 | 18:07 น.
เซลมา แบลร์
(AP Photo/Ryan Murphy)

จับ ‘เซลมา แบลร์’ ทำร้ายร่างกายพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน เตะเจ้าหน้าที่ตำรวจ-พยาบาล

สำนักข่าวเอพีรายงานว่า เซลมา แบลร์ นักแสดงสาวชื่อดัง ถูกจับกุมตัว หลังจากก่อเหตุทำร้ายร่างกายพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน 2 คน ระหว่างเดินทางจากนครลอสแอนเจลิส ไปยังนครนิวยอร์ก นอกจากนี้ ยังเตะเจ้าหน้าที่ตำรวจที่พาตัวเธอไปยังโรงพยาบาลและยังเตะพยาบาลที่โรงพยาบาลด้วย


แถลงการณ์ของสำนักงานการท่านิวยอร์กและนิวเจอร์ซีย์ ระบุว่า แบลร์ ในวัย 54 ปี ถูกตำรวจควบคุมตัวเมื่อเวลาประมาณ 23.00 น. วันที่ 11 ตุลาคม หลังจากเครื่องบินของสายการบินเดลต้า แอร์ไลน์ ลงจอดที่สนามบินจอห์น เอฟ.เคนเนดี โดยแบลร์ และพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินคนหนึ่งถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อรับการตรวจประเมินอาการ

เซลมา แบลร์
(AP Photo/Ryan Murphy)

เจ้าหน้าที่ตำรวจที่นำตัวแบลร์ไปยังโรงพยาบาล ระบุในเอกสารแจ้งความว่า ขณะที่เธอกำลังมัดตัวแบลร์ไว้กับเปลพยาบาล แบลร์ได้กระชากขาออกจากสายรัด และเตะเข้าที่ใบหน้า ลำคอ และหน้าอกของตำรวจหญิงคนนี้หลายครั้ง ทำให้ได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรงและมีอาการบวมช้ำมาก ต่อมา พยาบาลที่กำลังเคลื่อนย้ายตัวแบลร์ไป ระบุว่า นักแสดงสาวได้เตะเข้าที่หน้าอกของเธอ ทำให้รู้สึกเจ็บอย่างมาก

ข่าวระบุว่า แบลร์ถูกนำตัวขึ้นศาลในเขตควีนส์ เมื่อช่วงดึกวันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม เพื่อรับทราบข้อหาทำร้ายร่างกายระดับ 2 จำนวน 2 กระทง โดยทนายความได้ยื่นคำให้การปฏิเสธข้อหาแทนเธอ โดยแบลร์ยังดูเหมือนจะร้องไห้ขณะยืนอยู่ในศาลโดยสวมกุญแจมือ

Advertisement

นอกจากนี้ แบลร์ยังต้องเผชิญกับข้อหาแยกต่างหากตามกฎหมายของรัฐบาลกลางจากเหตุการณ์บนเครื่องบิน ซึ่งตัวแทนของแบลร์ระบุว่า มีสาเหตุมาจากภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์อย่างรุนแรง

เซลมา แบลร์
(AP Photo/Ryan Murphy)

ชอว์น บาร์นส์ ทนายความของแบลร์ ได้ชี้แจงต่อผู้พิพากษาว่า การกระทำของแบลร์ เกิดขึ้นโดยไม่ได้เจตนา ซึ่งข้อมูลจาก นิวยอร์กเดลีนิวส์ และนิวยอร์กโพสต์ ระบุว่า แบลร์ ป่วยเป็นโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง (Multiple Sclerosis หรือ MS) และขาดยาสำคัญที่ใช้ควบคุมอาการทางระบบประสาทที่รุนแรงไปหลายมื้อ

ทนายความบอกว่า แบลร์ขึ้นเครื่องบินที่ลอสแอนเจลิส หลังจากทำงานหนัก และหัวกระแทกระหว่างเที่ยวบิน ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ รวมถึงระดับความสูงของเครื่องบิน ได้ทำให้แบลร์ตกอยู่ในภาวะสับสนและมึนงงอย่างรุนแรง

โดยผู้พิพากษาได้กำหนดวงเงินประกันตัวแบลร์ไว้ที่ 20,000 ดอลลาร์สหรัฐ เป็นเงินสด หรือหากเป็นหลักทรัพย์ประกันจะต้องมีมูลค่า 60,000 ดอลลาร์สหรัฐ และกำหนดวันนัดไต่สวนครั้งต่อไปในเดือนมกราคมปีหน้า หลังจากนั้นแบลร์ได้เดินทางออกจากศาลพร้อมกับทีมทนายความทันที

ทั้งนี้ ทางสายการบิน ตำรวจ และสำนักงานสอบสวนกลาง หรือเอฟบีไอ ยังไม่เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนเครื่องบิน

แต่สายการบินเดลต้าได้ออกแถลงการณ์ ระบุว่า ทางสายการบินมีนโยบายไม่ยอมรับพฤติกรรมที่ก่อความวุ่นวายหรือผิดกฎหมายโดยเด็ดขาด เนื่องจากความปลอดภัยของผู้โดยสารและลูกเรือถือเป็นสิ่งสำคัญสูงสุดเสมอ

อย่างไรก็ตาม จากการสื่อสารทางวิทยุการบิน นักบินของเดลต้าได้แจ้งกับทางหอบังคับการบิน ให้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ เพื่อมารอรับที่เกต เพื่อทำการรักษาบาดแผลจากการถูกกัด และเลือดออกทางจมูก แต่ระบุว่า ไม่จำเป็นต้องใช้รถพยาบาลแต่อย่างใด

โดยนักบินกล่าวกับหอบังคับการบินว่า “ดูเหมือนว่าผู้โดยสารที่ก่อความวุ่นวายรายนี้ จะกระแทกศีรษะเข้ากับผนังกั้นห้องโดยสารหรืออะไรทำนองนั้น” และว่า “ดังนั้น เราคงต้องให้มีการตรวจดูอาการของเธอ รวมถึงประสานงานกับเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายด้วย”

ข่าวระบุว่า เอฟบีไอยังได้แจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายแก่แบลร์ เนื่องจากพฤติกรรมของเธอบนเครื่องบิน และคดีดังกล่าวจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลรัฐบาลกลางในเขตบรู๊คลิน ซึ่งรับผิดชอบคดีความผิดลหุโทษ แต่ยังไม่มีกำหนดวันนัดหมายให้ไปขึ้นศาล

รายงานแจ้งว่า นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่แบลร์เคยมีปัญหาขณะอยู่บนเครื่องบิน โดยเมื่อปี 2016 แบลร์ได้เคยออกมาขอโทษ หลังจากพูดจาบางอย่างที่เธอมานึกเสียใจในภายหลัง ระหว่างเที่ยวบินจากเมืองแคนคูน ไปยังลอสแอนเจลิส โดยแบลร์ระบุว่า สาเหตุเกิดจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ร่วมกับยาที่กินอยู่ ส่งผลให้เธอหมดสติไป

ทั้งนี้ แบลร์ เคยได้รับบทบาทสำคัญในภาพยนตร์หลายเรื่อง เช่น “Cruel Intentions” (ปี 1999), “Legally Blonde” (ปี 2001) และ “Hellboy” (ปี 2004)

โดยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แบลร์ได้รณรงค์เพื่อสิทธิของผู้พิการ หลังจากได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง ในปี 2018 และในปี 2023 แบลร์ได้เข้าร่วมงานกับประธานาธิบดีโจ ไบเดน ที่ทำเนียบขาว เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบของกฎหมายว่าด้วยสิทธิของผู้พิการในสหรัฐ