หน้าแรก ต่างประเทศ แพลตฟอร์มคริป...

แพลตฟอร์มคริปโทเร่งยกระดับมาตรการป้องกัน หลังเกิดเหตุแฮก Binance

31.10.26 | 14:53 น.
Reuters

แพลตฟอร์มคริปโทเร่งยกระดับมาตรการป้องกัน หลังเกิดเหตุแฮก Binance 

จากกรณีที่ Binance แพลตฟอร์มซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในโลก ถูกแฮกเกอร์แฮกระบบขโมยสินทริพย์ดิจิทัลไปมูลค่ากว่า 6,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งอาจเป็นเหตุการณ์โจรกรรมคริปโทเคอร์เรนซีครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยทาง Binance กล่าวว่า ได้สำรองเงินทุนของบริษัทไว้มากกว่า 6.34 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อชดเชยสินทรัพย์ที่ถูกขโมยไป และกำลังเริ่มดำเนินการกู้คืนสินทรัพย์ให้แก่ผู้ใช้งาน ทั้งยังสามารถอายัดสินทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบไว้ได้ประมาณ 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐแล้ว ต่อมา บริษัท TRM บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลข่าวกรองด้านบล็อกเชนที่ตั้งอยู่ในสหรัฐ ระบุว่า การโจมตีดังกล่าวเป็นฝีมือของกลุ่ม TraderTraitor หน่วยแฮกเกอร์ระดับแนวหน้าของเกาหลีเหนือ


ล่าสุด เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม รอยเตอร์รายงานว่า แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโทหลายแห่งกำลังเร่งดำเนินมาตรการเพื่อเสริมความแข็งแกร่งด้านความปลอดภัย หลังจากเหตุการณ์แฮก Binance ได้เผยให้เห็นถึงจุดอ่อนของอุตสาหกรรมนี้ พร้อมเรียกร้องให้บริษัทต่างๆ ในร่วมกันแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน ในช่วงเวลาที่คริปโทกำลังเข้ามามีบทบาทในระบบการเงินกระแสหลักมากขึ้น

Coinbase ระบุว่า บริษัทได้ปรับปรุงระบบที่ใช้จัดเก็บกุญแจเข้ารหัสของสกุลเงินคริปโทแบบออฟไลน์ ขณะที่ Kraken กล่าวว่า กำลังติดตามเหตุการณ์โจมตีทางไซเบอร์ที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมสกุลเงินดิจิทัล เพื่อนำบทเรียนมาปรับใช้ในการเสริมสร้างระบบป้องกันของระบบ ทั้งนี้ นักวิเคราะห์และผู้บริหารในอุตสาหกรรมสกุลเงินดิจิทัล กล่าวว่า จำเป็นต้องเร่งดำเนินการยกระดับความปลอดภัยอย่างเร่งด่วน ด้วยเหตุว่ารัฐบาลสหรัฐมีนโยบายผลักดันให้สินทรัพย์ดิจิทัลเข้ามาเชื่อมโยงกับระบบการเงินมากขึ้น ซึ่งยิ่งเพิ่มความเสี่ยงและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมด้วย

คริส เพอร์กินส์ หัวหน้าฝ่ายคริปโทของ Franklin Templeton กล่าวว่า หากต้องการให้คริปโทสามารถเติบโตและบรรลุศักยภาพสูงสุดได้ จำเป็นต้องแก้ไขปัญหาด้านความปลอดภัยโดยทันที ด้านริชาร์ด เต็ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วมของ Binance ระบุผ่าน X ว่า การแฮกระบบที่เกิดขึ้นอาจเริ่มต้นจากการที่แล็ปท็อปของวิศวกรซอฟต์แวร์รายหนึ่งถูกเจาะระบบ ทำให้แฮกเกอร์สามารถเข้าถึงระบบที่ใช้ประมวลผลคำสั่งถอนเงินได้

Advertisement

อย่างไรก็ดี บริษัทตรวจพบการละเมิดระบบเพิ่มเติมในเวลาต่อมา และซอฟต์แวร์ที่ออกแบบมาเพื่อลบร่องรอยการโจมตีนั้น กลับกลายเป็นอุปสรรคต่อการสืบสวนหาสาเหตุของเหตุการณ์

แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโทหลายแห่งกำลังเร่งดำเนินมาตรการเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับระบบของตนเองในทันทีเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม พร้อมทั้งสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าว่าโทเคนที่ลูกค้าถือครองยังคงปลอดภัย โฆษกของ Kraken กล่าวว่า ทีมงานของ Kraken ซึ่งปฏิบัติหน้าที่เต็มเวลาจะคอยตรวจสอบช่องโหว่ที่อาจเกิดขึ้นในระบบทุกวัน

อย่างไรก็ตาม แม้อุตสาหกรรมจะยังคงได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์โจรกรรมคริปโทครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ แต่ผู้บริหารในอุตสาหกรรมยังคงมีความเชื่อมั่นว่า Binance มีทรัพยากรทางการเงินเพียงพอที่จะรองรับความเสียหายดังกล่าว และเหตุการณ์แฮกครั้งนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อระบบการเงินในวงกว้าง

ราคา Bitcoin ปรับตัวลดลงมากกว่า 4% ในวันที่ 29 ตุลาคม ขณะที่ Ether ซึ่งเป็นสกุลเงินคริปโทที่มีมูลค่าตลาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ลดลงมากกว่า 5% อย่างไรก็ตาม ราคาของสินทรัพย์ดิจิทัลทั้งสองเริ่มฟื้นตัวกลับมาได้บางส่วนในวันที่ 30 ตุลาคม

จอช รีซแมน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายและกลยุทธ์ของบริษัทคริปโต GSR กล่าวว่า คาดว่าอุตสาหกรรมคริปโทโดยรวมจะไม่ได้รับความเสียหายอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่า Binance จะต้องรับมือกับผลกระทบจากการโจมตีครั้งนี้โดยตรงก็ตาม

บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลบล็อกเชนของสหรัฐอย่าง TRM Labs และ Chainalysis ระบุด้วยว่า การโจรกรรมส่วนใหญ่เกิดขึ้นภายในเวลาประมาณ 20 นาที ในช่วงดึกของวันที่ 29 ตุลาคม และมีรูปแบบคล้ายคลึงกับการโจมตีทางไซเบอร์ครั้งที่ผ่านมา ซึ่งมีการกล่าวหาว่าเกาหลีเหนือเป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลัง