ทรัมป์ เสียงอ่อย พรรครีพับลิกันแพ้ยับ รับเดโมแครตทำผลงานได้ดี ชี้สงครามอิหร่านมีผล
หลังผลการนับคะแนนเสียงเบื้องต้นของศึกเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายนตามเวลาท้องถิ่นที่ปรากฎตามสื่อหลายสำนักบ่งชี้ว่า พรรคเดโมแครตได้สร้างปรากฎการณ์ “คลื่นสีน้ำเงิน” แผ่ปกคลุมกินพื้นที่สีแดงด้วยการทำคะแนนนำทิ้งห่างพรรครีพับลิกันในทั้งสองสภา ซึ่งล่าสุดพรรคเดโมแครตคว้าที่นั่งในซีเนตหรือวุฒิสภาไปแล้ว 54 ที่นั่ง ส่วนพรรครีพับลิกันตามอยู่ที่ 42 ที่นั่ง ขณะที่ในสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ พรรคเดโมแครตมีที่นั่งนำอยู่ 219 ที่นั่ง ส่วนพรรครีพับลิกันมีอยู่ที่ 130 ที่นั่ง ทำให้เห็นภาพชัดที่พรรคเดโมแครตสามารถพลิกกลับมากุมเสียงข้างมากในทั้งสองสภาของสหรัฐได้ ซึ่งถือเป็นการพ่ายแพ้อย่างยับเยินของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จอมทัพของพรรครีพับลิกันในการสู้ศึกเลือกตั้ง
ล่าสุด ทรัมป์ ได้ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับสถานีโทรทัศน์ฟ็อกซ์นิวส์ เพื่อแสดงความคิดเห็นต่อการเลือกตั้งกลางเทอมครั้งนี้ที่พรรครีพับลิกันประสบความพ่ายพ้อย่างหนัก โดยทรัมป์กล่าวยอมรับว่า พรรคเดโมแครตทำผลงานได้ดี
ทรัมป์บอกกับ เบรต แบเออร์ ผู้ดำเนินรายการว่า มีบรรยากาศบางอย่างเกิดขึ้น พร้อมแสดงความประหลาดใจต่อผลลัพธ์ที่ออกมา
“เรามีการปราศรัยที่ยิ่งใหญ่ ผมรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย” ทรัมป์กล่าว อย่างไรก็ดี ทรัมป์กล่าวว่า มีหลายสิ่งหลายที่เขาสามารถร่วมมือกับพรรคเดโมแครตในสภาคองเกรสได้ นอกจากนี้เขายังยืนยันว่าจะไม่มีการปรับคณะรัฐมนตรี อันเป็นผลสืบเนื่องจากผลการเลือกตั้งกลางเทอมครั้งนี้
ด้านรอยเตอร์รายงานว่า ทรัมป์ยังกล่าวยอมรับว่าประเด็นอิหร่านมีส่วนสำคัญที่ทำให้พรรครีพับลิกันพ่ายแพ้การเลือกตั้งครั้งนี้ โดยกล่าวว่าสถานการณ์ความขัดแย้งกับอิหร่านส่งผลกระทบต่อบรรดาผู้สมัครจากพรรครีพับลิกัน แม้ว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะสนับสนุนแนวทางการจัดการกับปัญหาอิหร่านของเขาก็ตาม
“ผมคิดว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะเรื่องอิหร่าน แต่ในขณะเดียวกันผู้คนก็เข้าใจถึงความสำคัญของสิ่งที่ผมได้ดำเนินการไปเกี่ยวกับอิหร่าน” ทรัมป์กล่าว และยังพูดถึงประเด็นที่พรรคเดโมแครตกำลังเตรียมก้าวขึ้นมากุมเสียงข้างมากทั้งในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาสหรัฐ ซึ่งจะทำให้พรรคเดโมแครตสามารถท้าทายวาระทางนิติบัญญัติของทรัมป์ได้ว่า พรรคเดโมแครตอาจเสนอร่างกฎหมายที่เขาเห็นว่าไร้เหตุผลมาให้เขาลงนาม ซึ่งเขาก็จะใช้สิทธิวีโต้ยับยั้งร่างกฎหมายเหล่านั้น
“พวกเขาจะส่งสิ่งที่ไร้สติมาให้ผม ผมก็จะวีโต้มัน แล้วหลังจากที่ผมใช้สิทธิวีโต้ไปสัก 2-3 เดือน พวกเขาก็จะโทรมาถามว่า เราจะทำให้งานเหล่านี้สำเร็จได้อย่างไรบ้าง? แล้วจากนั้นเราค่อยมาทำงานร่วมกัน” ทรัมป์กล่าว

