‘แซมมี่ ชนิตา’ จากนักเรียนทุนรัฐบาลไทย สู่มงกุฏระดับโลก กับภารกิจเปลี่ยนโอกาส เป็นพลังขับเคลื่อนสังคม
“เมื่อโอกาสทางการศึกษาพาออกไปเรียนรู้โลกกว้าง ประสบการณ์ที่ได้รับก็อาจไม่ได้จบลงแค่ความสำเร็จของคนคนหนึ่ง หากยังต่อยอดเป็นพลังในการสร้างความเปลี่ยนแปลงให้สังคม”
มงกุฎบนเวทีระดับโลกอาจเป็นภาพความสำเร็จที่ผู้คนจดจำ แต่เบื้องหลังของผู้หญิงคนหนึ่งที่ก้าวขึ้นไปยืนอยู่ตรงนั้น ยังมีเรื่องราวอีกมากมายกว่าชัยชนะ ทั้งการตัดสินใจเลือกเส้นทางชีวิต ความกล้าที่จะเปลี่ยนผ่านจากบทบาทหนึ่งไปสู่อีกบทบาทหนึ่ง และการนำประสบการณ์ที่สั่งสมมาตลอดชีวิตกลับมาสร้างประโยชน์ให้ผู้อื่น
เรื่องราวของ “แซมมี่ – ชนิตา ศรีดาเกษ เครธอร์น” ผู้ดำรงตำแหน่ง Mrs. World 2025 และหนึ่งในผู้ได้รับรางวัล “นักเรียนทุนรัฐบาลไทยดาวรุ่ง ประจำปี 2568” เป็นภาพสะท้อนของการเดินทางเช่นนั้น จากเด็กหญิงที่เติบโตในจังหวัดขอนแก่น สู่การเป็นนักเรียนทุนรัฐบาลไทยที่เดินทางไปศึกษาต่อในสหราชอาณาจักร ก่อนกลับมาทำงานภาครัฐ ก้าวสู่ภาคเอกชนและงานด้านการเมือง แล้วนำประสบการณ์เหล่านั้นมาต่อยอดในงานด้านสิทธิเด็กและการขับเคลื่อนสุขภาพใจของแม่
เส้นทางของเธอไม่ได้เป็นเส้นตรงตามแผนที่วางไว้ตั้งแต่ต้น แต่ทุกช่วงชีวิตกลับกลายเป็นบทเรียนที่หล่อหลอมให้เธอเข้าใจโลก ผู้คน และความหมายของคำว่า “โอกาส” มากขึ้น
-
ทุนการศึกษา เปิดประตูสู่โลกที่กว้างกว่าเดิม
หลังสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาจากจังหวัดขอนแก่น แซมมี่ตัดสินใจสอบชิงทุนไทยพลัส ซึ่งเปิดโอกาสให้นักเรียนทุนเลือกศึกษาต่อในต่างประเทศตามลำดับสิทธิ์และเงื่อนไขของทุน เธอเลือกเดินทางไปสหราชอาณาจักร เพื่อศึกษาต่อจนสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท
สำหรับแซมมี่ การได้รับทุนรัฐบาลไทยไม่ได้หมายถึงการได้เรียนในมหาวิทยาลัยต่างประเทศเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสที่ทำให้เธอได้ออกไปใช้ชีวิตในสภาพแวดล้อมใหม่ เรียนรู้วัฒนธรรมที่หลากหลาย และเห็นโลกจากมุมที่แตกต่างจากเดิม
แม้เธอจะไม่ได้เติบโตมาในครอบครัวที่ยากจน แต่ครอบครัวก็ไม่ได้มีทุนทรัพย์มากพอที่จะสนับสนุนการศึกษาในต่างประเทศด้วยตัวเอง การสนับสนุนจากรัฐบาลซึ่งเธอประเมินว่ามีมูลค่ารวมกว่า 8 ล้านบาท จึงเป็นโอกาสสำคัญที่เปลี่ยนเส้นทางชีวิตของเธอ

สิ่งที่แซมมี่ได้รับกลับมาไม่ได้จำกัดอยู่แค่วุฒิการศึกษาและทักษะด้านภาษา หากยังรวมถึงวิธีคิดแบบโลกตะวันตก ความเข้าใจผู้คนต่างวัฒนธรรม และประสบการณ์จากการใช้ชีวิตในต่างแดน เธอเลือกทำงานพิเศษระหว่างเรียนและออกเดินทางไปยังหลายประเทศในยุโรป เพราะต้องการเก็บเกี่ยวประสบการณ์ให้มากที่สุด ไม่ได้มองช่วงเวลาในต่างประเทศเป็นเพียงการเรียนเพื่อให้ได้ใบปริญญาเท่านั้น
ประสบการณ์เหล่านี้มีส่วนสำคัญต่อการทำงานในเวลาต่อมา โดยเฉพาะเมื่อเธอกลับมารับราชการที่กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการค้าและความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ การได้พบผู้คนและเรียนรู้ความแตกต่างทางวัฒนธรรมจึงกลายเป็นทุนชีวิตที่นำมาใช้ได้จริง
สำหรับเธอ การลงทุนด้านการศึกษาจึงมีความหมายมากกว่าการมอบโอกาสให้คนคนหนึ่งก้าวหน้า แต่คือการเตรียมคนให้พร้อมกลับมาทำงานและนำความรู้ที่ได้รับไปสร้างประโยชน์แก่ประเทศ
-
จากข้าราชการ สู่การเลือกเส้นทางของตัวเอง
หลังสำเร็จการศึกษา แซมมี่กลับมาทำงานที่กระทรวงพาณิชย์ตามเงื่อนไขการใช้ทุน โดยกำหนดระยะเวลาปฏิบัติงานไว้ 14 ปี 3 เดือน 4 วัน แต่เมื่อทำงานไปได้ระยะหนึ่ง เธอตัดสินใจลาออกก่อนครบกำหนด เพื่อไปทำงานในภาคเอกชน ก่อนจะมีโอกาสทำงานด้านการเมือง และต่อยอดประสบการณ์ไปสู่งานด้านการสื่อสารและสิทธิเด็กกับ Save the Children Thailand
การเปลี่ยนเส้นทางเหล่านี้ทำให้เห็นว่า ชีวิตหลังได้รับทุนไม่ได้จำเป็นต้องหยุดอยู่ในตำแหน่งงานแรกที่ได้รับมอบหมายเสมอไป ขณะเดียวกัน การตัดสินใจออกจากเส้นทางราชการก็ไม่ได้ทำให้ความรับผิดชอบจากทุนสิ้นสุดลงโดยอัตโนมัติ แซมมี่เล่าถึงเงื่อนไขดังกล่าวอย่างตรงไปตรงมา โดยระบุว่า ผู้รับทุนมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบค่าใช้ทุนตามส่วนที่ยังปฏิบัติงานไม่ครบ หากไม่กลับมาทำงานใช้ทุนเลย จำนวนเงินที่ต้องชดใช้ตามเงื่อนไขที่เธอกล่าวถึงอาจสูงถึง 24 ล้านบาท จากเงินทุน 8 ล้านบาทและค่าปรับตามสัญญา ส่วนกรณีของเธอซึ่งทำงานใช้ทุนมาแล้วประมาณครึ่งหนึ่ง ยังมีภาระที่ต้องรับผิดชอบอีก 12 ล้านบาท
ตัวเลขเหล่านี้เป็นเครื่องเตือนใจว่า ทุนรัฐบาลไม่ใช่เพียงสิทธิประโยชน์ที่ได้รับโดยไม่มีเงื่อนไข แต่เป็นข้อตกลงที่มาพร้อมหน้าที่และความรับผิดชอบ ผู้ที่กำลังตัดสินใจสมัครทุนจึงควรศึกษารายละเอียดของสัญญา หน่วยงานต้นสังกัด เงื่อนไขการกลับมาปฏิบัติงาน และทางเลือกในอนาคตให้รอบคอบ

อีกประเด็นที่แซมมี่ให้ความสำคัญ คือการดูแลนักเรียนทุนหลังกลับมาทำงาน เธอมองว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรติดตามว่า ผู้รับทุนสามารถนำความรู้ความสามารถมาใช้ได้เต็มศักยภาพหรือไม่ มีความสุขกับการทำงานเพียงใด และมีระบบรองรับการเติบโตในสายอาชีพอย่างเหมาะสมหรือไม่ เพราะการลงทุนพัฒนาคนจะสร้างประโยชน์ได้มากที่สุด เมื่อความสามารถของคนคนนั้นได้ทำงานอย่างสอดคล้องกับความต้องการของประเทศ
เธอยังเสนอให้สำนักงาน ก.พ. เปิดพื้นที่ให้สมาคมนักเรียนทุนรัฐบาลไทยเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น เพื่อใช้ประสบการณ์และเครือข่ายของนักเรียนทุนจากหลากหลายสาขามาร่วมกันเสนอแนวทางพัฒนาระบบ ไม่ใช่ปล่อยให้ภารกิจการสร้างประโยชน์จากทุนขึ้นอยู่กับความพยายามของแต่ละคนเพียงลำพัง
หากมองจากเส้นทางชีวิตที่ผ่านมา แซมมี่ไม่ได้จำกัดตัวเองไว้กับอาชีพใดอาชีพหนึ่ง เธอเคยเป็นนักเรียนทุน ข้าราชการ ทำงานภาคเอกชน ผ่านงานการเมือง และทำงานด้านการสื่อสารองค์กรและสิทธิเด็ก ก่อนก้าวขึ้นเป็นตัวแทนประเทศไทยบนเวที Mrs. World

เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 เธอคว้ามงกุฎ Mrs. World 2025 จากการประกวดที่เมืองลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา โดยการประกวดครั้งนั้นมีผู้เข้าร่วม 41 คนจากทั่วโลก ในรอบสัมภาษณ์สุดท้าย เธอพูดถึงบทเรียนเรื่องการฟื้นตัวจากความยากลำบาก และการลุกขึ้นเดินหน้าต่อแม้ต้องเผชิญช่วงเวลาที่อยากยอมแพ้
ชัยชนะครั้งนั้นไม่ได้เป็นเพียงความสำเร็จส่วนตัวของผู้หญิงไทยคนหนึ่ง แต่ยังเปิดพื้นที่ให้เธอส่งเสียงถึงประเด็นที่ต้องการผลักดัน นั่นคือสุขภาพใจของแม่ และการยอมรับว่าผู้หญิงที่เป็นแม่ยังคงเป็นมนุษย์คนหนึ่งที่มีความรู้สึก ความต้องการ และความฝันของตัวเอง ก่อนหน้านี้ แซมมี่เคยเปิดเผยประสบการณ์ความยากลำบากด้านสุขภาพใจหลังคลอด ซึ่งทำให้เธอเข้าใจว่า แม้การเป็นแม่จะมาพร้อมความรัก แต่ก็อาจมีความเหนื่อยล้า ความโดดเดี่ยว และแรงกดดันที่คนรอบข้างมองไม่เห็น ประสบการณ์ส่วนตัวนี้กลายเป็นแรงผลักดันให้เธอสร้างแพลตฟอร์ม Sammy Save the Mothers เพื่อชวนสังคมให้หันมาใส่ใจความสุขและสุขภาพจิตของแม่อย่างจริงจัง

แนวคิดสำคัญของเธอคือ หากต้องการเห็นเด็กเติบโตอย่างมีความสุขและมั่นคง สังคมก็ไม่ควรมองข้ามความเป็นอยู่ของคนที่ดูแลเด็กอยู่ทุกวัน แม่ควรมีพื้นที่พูดถึงความเหนื่อยล้า กล้าขอความช่วยเหลือเมื่อรู้สึกไม่ไหว และไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิดเพียงเพราะต้องการเวลาดูแลตัวเองหรือมีความฝันนอกเหนือจากบทบาทความเป็นแม่
-
เสียงที่อยากส่งต่อให้แม่ทั่วโลก
ภารกิจด้านสุขภาพใจของแม่ทำให้เรื่องราวของแซมมี่ไม่ได้จบลงเมื่อได้รับมงกุฎ แต่กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการใช้พื้นที่สาธารณะเพื่อสื่อสารประเด็นที่เธอเชื่อมั่น หนึ่งในแนวทางที่เธอร่วมขับเคลื่อนคือ Happy Mom Check ซึ่งนำแบบคัดกรอง Edinburgh Postnatal Depression Scale หรือ EPDS มาใช้เป็นเครื่องมือให้คุณแม่สำรวจสุขภาพใจของตัวเองเบื้องต้น ทั้งนี้ แบบคัดกรองดังกล่าวไม่ใช่เครื่องมือวินิจฉัยโรค และผู้ที่มีความกังวลควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์
การทำให้เรื่องสุขภาพใจของแม่เป็นหัวข้อที่พูดคุยกันได้อย่างเปิดเผย ถือเป็นก้าวสำคัญในการลดการตีตรา เพราะความทุกข์ทางใจไม่ได้หมายความว่าใครเป็นแม่ที่ไม่ดี และการขอความช่วยเหลือก็ไม่ใช่ความล้มเหลว หากเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลตัวเองและลูกอย่างเหมาะสม

ประสบการณ์ของแซมมี่ยังทำให้เห็นว่า ความฝันส่วนตัวกับการทำประโยชน์เพื่อสังคมไม่จำเป็นต้องแยกจากกัน เธอใช้ทักษะการสื่อสาร ประสบการณ์จากการทำงาน และบทเรียนจากชีวิตครอบครัวมาประกอบกัน เพื่อสร้างพื้นที่ให้เสียงของแม่ได้รับการรับฟังมากขึ้น
สำหรับเธอ มงกุฎคือโอกาสในการขยายบทสนทนาเรื่องสุขภาพใจของแม่ให้ไปไกลกว่าครอบครัวใดครอบครัวหนึ่ง และทำให้สังคมเห็นว่าการดูแลแม่ไม่ควรเป็นภาระของแม่เพียงคนเดียว แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของครอบครัว ชุมชน และระบบสนับสนุนที่เกี่ยวข้อง
-
นักเรียนทุนรัฐบาลไทยดาวรุ่ง กับความหมายของการคืนโอกาสให้สังคม
การได้รับรางวัลนักเรียนทุนรัฐบาลไทยดาวรุ่ง ประจำปี 2568 จึงเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายที่เชื่อมโยงเส้นทางชีวิตของแซมมี่เข้ากับแนวคิดเรื่องการใช้ศักยภาพเพื่อส่วนรวม รางวัลนี้เป็นส่วนหนึ่งของการยกย่องนักเรียนทุนรัฐบาลไทยจากหลากหลายสาขา ซึ่งนำความรู้ ประสบการณ์ และความสามารถมาต่อยอดในงานด้านต่างๆ ของประเทศ
รางวัลดังกล่าวมอบในบริบทของงาน Dinner Talk “Dream Beyond Yourself” หรือ “จากความฝันของตัวเอง สู่การสร้างความฝันให้ประเทศ” ซึ่งสมาคมนักเรียนทุนรัฐบาลไทยจัดขึ้นเนื่องในโอกาสก้าวเข้าสู่ปีที่ 47 โดยมี ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานในพิธีและร่วมถ่ายทอดแนวคิดเกี่ยวกับความฝัน ภาวะผู้นำ และการนำศักยภาพของนักเรียนทุนกลับมาสร้างประโยชน์ให้ประเทศ

สมาคมนักเรียนทุนรัฐบาลไทยก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2522 โดยมีเป้าหมายในการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างนักเรียนทุน เชื่อมโยงกับสำนักงาน ก.พ. และหน่วยงานต่างๆ ตลอดจนส่งเสริมการแลกเปลี่ยนความรู้ ความก้าวหน้าในวิชาชีพ และกิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์
สำหรับแซมมี่ บทเรียนสำคัญจากการได้รับทุนไม่ใช่การต้องทำทุกอย่างให้สำเร็จด้วยตัวเอง แต่คือการตระหนักว่าโอกาสที่ได้รับเปิดทางให้เธอได้เรียนรู้และเลือกเส้นทางชีวิต พร้อมกับความรับผิดชอบที่จะนำสิ่งเหล่านั้นไปใช้ให้เกิดประโยชน์ เธอย้ำถึงความจำเป็นของการวางแผนให้รอบคอบตั้งแต่ก่อนรับทุน ขณะเดียวกันก็ไม่ควรคาดหวังว่าคนเพียงคนเดียวจะสามารถเปลี่ยนแปลงทุกอย่างได้ทั้งหมด

จากเด็กหญิงในจังหวัดขอนแก่นที่ได้รับโอกาสไปศึกษาต่อในต่างประเทศ สู่ผู้หญิงที่เคยทำงานในระบบราชการ ผ่านเส้นทางอาชีพหลากหลาย และวันนี้สวมมงกุฎ Mrs. World 2025 เรื่องราวของแซมมี่สะท้อนว่า ความสำเร็จไม่ได้มีเพียงรูปแบบเดียว และความฝันก็ไม่จำเป็นต้องหยุดอยู่ที่การไปให้ถึงเป้าหมายส่วนตัว
จากความฝันของตัวเอง จึงค่อยๆ ขยายเป็นความฝันที่ใหญ่กว่าเดิม ความฝันที่จะเห็นสังคมที่รับฟังกันมากขึ้น และประเทศที่เปิดโอกาสให้ผู้คนใช้ศักยภาพของตัวเองเพื่อส่วนรวม



