Zimbra เตือนองค์กรไทยรับมือภัยไซเบอร์ยุค AI จี้ปิดช่องโหว่อีเมลเซิร์ฟเวอร์ด่วน ภายใน 24-72 ชั่วโมง ชี้การโจมตีด้วย AI เป็นความเสี่ยงสูงสุดอันดับ 1 ของประเทศไทย
Zimbra ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มระบบอีเมลและการทำงานร่วมกันรูปแบบ Open-Core ชั้นนำระดับโลก ออกประกาศเตือนองค์กรในประเทศไทยบริหารจัดการระบบอีเมลด้วยตนเองให้เร่งปรับกฎเกณฑ์การรับมือภัยคุกคามทางไซเบอร์ยุค AI รุนแรงสูง โดยย้ำว่าช่องโหว่ความปลอดภัยที่กำลังถูกแฮกเกอร์ฉวยโอกาสโจมตีอยู่ในขณะนี้ ต้องได้รับการแก้ไข (Patching) อย่างเร่งด่วนภายใน 24 ถึง 72 ชั่วโมง
การแจ้งเตือนดังกล่าวสอดคล้องกับรายงานฉบับล่าสุดของสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช. หรือ NCSA) ที่ระบุว่า “การโจมตีที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI)” ได้พุ่งสูงมากขึ้น ถือเป็นความเสี่ยงทางไซเบอร์อันดับหนึ่งของประเทศไทยที่ต้องเผชิญในอีก 2 ปีข้างหน้า ร่วมกับภัยคุกคามหลักอื่นๆ เช่น มัลแวร์เรียกค่าไถ่ (Ransomware) ช่องโหว่ของซอฟต์แวร์ และการหลอกลวงทางไซเบอร์ (Phishing)
นายเบรต คันนิงแฮม (Bret Cunningham) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์ ของ Synacor (บริษัทแม่ของ Zimbra) เปิดเผยว่า แม้แนวคิดการบริหารจัดการอีเมลเซิร์ฟเวอร์ด้วยตนเองจะช่วยให้องค์กรควบคุมสถานที่จัดเก็บข้อมูลและความปลอดภัยได้อย่างแท้จริง แต่สิทธิ์ในการควบคุมดังกล่าวก็มาพร้อมกับความรับผิดชอบที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นช่องโหว่ความปลอดภัยที่ทราบอยู่แล้วแต่ยังปล่อยทิ้งไว้ คือความเสี่ยงที่องค์กรสมัครใจเลือกที่จะแบกรับเอง วันที่เกิดวิกฤตภัยคุกคามร้ายแรงขึ้น ไม่ใช่วันที่เราจะมานั่งถกเถียงกันว่าใครมีอำนาจอนุมัติแก้ไข แต่กรอบเวลาและแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนควรถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าตั้งนานแล้ว
เพื่อรับมือกับภัยคุกคามดังกล่าว Zimbra ได้เสนอแนวทางปฏิบัติ 5 ขั้นตอน (Security Routine) เพื่อสร้างวงจรความปลอดภัยที่ยั่งยืนให้แก่ระบบอีเมลองค์กร ได้แก่:
1. กำหนดเกณฑ์ความปลอดภัยพื้นฐาน: สร้างมาตรฐานเซิร์ฟเวอร์ทุกตัวให้เหมือนกัน ทั้งการใช้ซอฟต์แวร์เวอร์ชันที่ยังได้รับการดูแล (Supported Versions) เข้ารหัสการเชื่อมต่อทั้งหมด และจำกัดสิทธิ์ผู้ดูแลระบบ (Admin) เฉพาะบุคคลที่ระบุตัวตนได้เท่านั้น
2. เฝ้าระวังภัยคุกคามเชิงรุก: มอบหมายผู้รับผิดชอบติดตามประกาศแจ้งเตือนความปลอดภัยจากผู้พัฒนาและหน่วยงานไซเบอร์แห่งชาติอย่างใกล้ชิด พร้อมนำมาเปรียบเทียบกับ System Logs ภายในเพื่อประเมินความเสี่ยงทันที
3. จัดลำดับความเสี่ยง: ประเมินความเร่งด่วนจาก 3 ปัจจัย คือ ระบบนั้นเชื่อมต่อจากภายนอกได้หรือไม่ ช่องโหว่นั้นกำลังถูกฉวยโอกาสโจมตีอยู่หรือไม่ และระบบดังกล่าวมีความสำคัญต่อธุรกิจมากน้อยเพียงใด
4. กำหนดเส้นตายการแก้ไขล่วงหน้า: วางกรอบเวลาทำงานให้ชัดเจนก่อนเกิดเหตุ โดยกำหนดให้ช่องโหว่ที่กำลังถูกแฮกเกอร์โจมตีต้องแก้ไขให้เสร็จสิ้นภายใน 24 ถึง 72 ชั่วโมง ส่วนช่องโหว่เสี่ยงต่ำให้ขยายเวลาได้ตามความเหมาะสม
5. ตรวจสอบผลลัพธ์และร่องรอยการบุกรุก: ยืนยันการปิดช่องโหว่ให้เรียบร้อย พร้อมตรวจสอบร่องรอยการแทรกซึมย้อนหลัง เพื่อป้องกันกรณีที่ผู้ไม่หวังดีแอบเข้าสู่ระบบไปแล้วก่อนการอัปเดต
“การรออัปเดตระบบตามรอบบำรุงรักษาปกติ ไม่ใช่ทางเลือกที่ปลอดภัยอีกต่อไปสำหรับอีเมลเซิร์ฟเวอร์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ทาง Zimbra จึงเสนอให้องค์กรไทยกำหนดเส้นตายแก้ไขภัยคุกคามล่วงหน้าให้ชัดเจน โดยเฉพาะช่องโหว่ที่กำลังถูกโจมตีจริง ต้องจัดการให้จบภายใน 1 ถึง 3 วัน” ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์ กล่าวย้ำ



